โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ขสป.บุณฑริก-ยอดมน สนธิกำลังเฝ้าระวังเข้ม! ใช้โดรนติดตามโขลงช้างป่า 13 ตัว ส่งคืนป่าสำเร็จ พร้อมรุดตรวจสอบความเสียหายบ้านเรือนราษฎร

สวพ.FM91

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 04.51 น.

10 มีนาคม 2569 – นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบุณฑริก-ยอดมน จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยถึงผลปฏิบัติการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าในพื้นที่รับผิดชอบ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ตลอดช่วงคืนวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่า (ส่วนกลาง) ได้สนธิกำลังร่วมกับจุดสกัดน้ำตกห้วยทรายใหญ่ และเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าบ้านหนองกบ ต.คอแลน อ.บุณฑริก เข้าตรวจสอบความเคลื่อนไหวหลังได้รับแจ้งพบร่องรอยช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเพื่อระบุพิกัดที่แน่ชัด จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. ได้ตรวจพบโขลงช้างป่าจำนวน 13 ตัว กำลังเคลื่อนตัวใกล้พื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน จึงได้วางแผนปิดล้อมและผลักดันอย่างระมัดระวัง จนสามารถส่งโขลงช้างทั้งหมดกลับคืนสู่ป่าอนุรักษ์ได้สำเร็จในเวลา 23.10 น.

จากการตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นพบรอยตีนช้างขนาดใหญ่ที่มีเส้นรอบวงกว้างถึง 136 เซนติเมตร รวมถึงกองมูลช้างที่มีเศษเมล็ดกระบกและหญ้าคอมมิวนิสต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์พฤติกรรมการหากินต่อไป

ขณะเดียวกันในพื้นที่อำเภอสิรินธร เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยม่วงร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัคร อส.อส. บ้านพลาญชัย ได้รับแจ้งเหตุช้างป่าเดี่ยว (ช้างโทน) เข้ามาใกล้ที่พักอาศัยของราษฎร จึงรีบเข้าดำเนินการผลักดันจนช้างยอมล่าถอยกลับเข้าป่าไปเมื่อเวลา 01.20 น.

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบความเสียหายในเช้ามืดวันนี้ พบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวได้ทำลายผนังประตูเหล็กบ้านพักของราษฎร (บ้านพ่อใหญ่พลอย) เสียหายไป 1 แผง ซึ่งทางเขตฯ จะเร่งประสานงานเยียวยาตามระเบียบต่อไป

นอกจากนี้ ในพื้นที่บ้านแก่งศรีโคตร เจ้าหน้าที่หน่วยฯ แทแร ยังคงตรึงกำลังร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังช้างป่าอีก 1 ตัวที่ได้รับรายงานว่ายังคงวนเวียนอยู่ใกล้เขตชุมชน โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงวางกำลังลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...