‘อนุทิน’ปลุกสส.น้ำเงินเป็นปึกแผ่น ยกบทเรียนแหกคอกสอบตกหมด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสัมมนาใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ภายใต้สโลแกน "พูดแล้วทำพลัส" ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค.นี้ นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีแกนนำพรรคทยอยเดินทางเข้าร่วม อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นายโสภณ ซารัมย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยได้มีการเสิร์ฟมะพร้าวสดในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ด้วย จึงถือเป็นหนึ่งในนโยบายในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์คือการปาฐกถาของหัวหน้าพรรคฯ ภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัส 192 เสียง โอกาสและความท้าทาย” ซึ่งจะเป็นบทสรุปหลังการเลือกตั้ง รวมถึงการกำหนดทิศทางและการพัฒนาพรรค จากนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปาฐกถาในหัวข้อภายใต้ Roadmap 2026 "9 เดือนสู่การเปลี่ยนแปลง"
ขณะที่ช่วงบ่ายจะเป็นกิจกรรมรวมพลังสร้างเอกภาพ ความสามัคคี ภายใต้ 1 ทีม 1 ทิศทาง หัวใจเดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน สส. เดิม กับ สส. ใหม่ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว สู่ชัยชนะ นอกจากนี้จะมีกิจกรรมเวิร์กช็อป โดยแบ่งกลุ่มตามหัวข้อต่างๆ ปิดท้ายด้วยการรับประทานอาหารเย็นสานสัมพันธ์ยามค่ำคืน สำหรับวันสุดท้ายในวันที่ 9 มี.ค. ก่อนเดินทางกลับจะมีการสรุปเวิร์กช็อปและโรดแม็พรวมไปถึงการรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิก
จากนั้นเวลา 09.40 น. นายอนุทิน เดินทางถึงพร้อมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ก่อนเดินขึ้นไปยังห้องประชุมสัมมนา ได้เดินทักทายบรรดา สส.ที่รออยู่ในห้องสัมมนาทั่วทั้งห้อง พร้อมกล่าวให้กำลังใจว่ายินดีด้วยนะกับสส.ที่ชนะการเลือกตั้งเข้ามา
ต่อมานายอนุทิน กล่าวเปิดสัมมนา ว่า สำหรับท่านที่มาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยใหม่ ท่านจะเห็นว่าพัฒนาการของเราเติบโตขึ้นมาโดยตลอด กราฟยังไม่เคยตก จะมีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตาม มันก็ยังขึ้นทะยานอยู่ เทรนด์ยังไม่ตก วันนี้ก่อนจะประชุมหารือจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดที่เราจะทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน ตนอยากจะเรียนให้ท่านมั่นใจว่าตนถึงแม้ว่าจะมีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่าหลายคนในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งมหาโหดมาประมาณ 4 ครั้งในชีวิตการเมืองที่เข้ามา ตนยืนยันถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาท ถ้าพวกเราทุกคนทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่นและไว้ใจและน่าเชื่อถือของชาวบ้าน ทำตัวสม่ำเสมอ ถ้าพวกเราทุกคนคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้นอีก ตนยังไม่เห็นใครสอบตก
ฉะนั้นนี่คือวิธีการทำงานแบบพรรคภูมิใจไทย คือ เราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้านที่เลือกเราเข้ามาให้เป็นผู้แทนราษฎร สำหรับตนยังไม่มีปัญญาเป็นสส.เขตเหมือนหลายท่าน ตนเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหมือนกับหลายท่านเหมือนกัน แต่การเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของคนในพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าตนหรือเลขาฯ พรรค พวกเราพูดกันในห้องว่า สส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์ชโลมใจจาก สส.เขตทั้งหลาย การที่เราได้เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคภูมิใจไทยคือ สส.ประเทศไทย เรามี 19 คน เราจะต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องทำงานหนักกว่า สส.เขต เพราะขอบเขตการให้บริการของท่านทั่วประเทศต้องไปสนับสนุนสส.เขต ต้องไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และรับฟังปัญหาของชาวบ้านทั่วประเทศ นำมาแก้ไขปัญหา นี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย สส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ สส.ที่รอเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราต้องทำให้ความเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 19 คน ต้องทำงานอย่างหนัก
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าหลังการปฐมนิเทศ เราคงจะรู้จักหน้าตาและรู้จักอุปนิสัยมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น และยิ่งเวลาทำงานด้วยแล้ว 4 ปีจากนี้เราจะมีความใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนขอพวกเราทุกคนให้รักษาไว้อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทย นี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้พรรคของเราเติบโตขึ้นมา คำไหนคำนั้นเป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก แต่ไหนๆ ก็พูดแล้วเรามี สส. 3 คนแหกคอก ขออนุญาตเลขาฯ พรรคช่วงที่เราพักร้อน 3 เดือน มี สส.ของเรา 3 คน เห็นผิดเป็นชอบ ท่านอย่าคิดว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นเรื่องของวินัย เรื่องของการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆ พูดคุยกันได้ไม่มีปัญหาใดๆ ท่านจะเห็นว่าการทำงานของพวกเราเป็นบ้านเดียวกัน ทุกคนทราบแล้วว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ เราได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าจะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา วันนั้นขาดไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว พิธีที่นี้มีความสำคัญมาก จากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน มีการนัดประชุมสภานัดแรก เพื่อลงมติเลือกประธานสภา รองประธานสภาอีก 2 คนและหลังจากนั้นเมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานสภาคนใหม่ ก็จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกฯ รอโปรดเกล้าฯ และตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฉะนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าจะถึงวันที่มีรัฐบาล ตอนนี้เราสามารถทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่ ไม่ต้องบอกว่าเดี๋ยวรอตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน เดี๋ยวรอเปิดประชุมก่อน หรือเปิดสภาก่อนไม่ต้อง สถานะความเป็น สส.เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา การรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้ท่านเป็น สส.แล้ว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า มีกฎข้อบังคับ ระเบียบและจริยธรรมที่ต้องดำเนินการยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมกางกฎหมายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าบทบัญญัติจริยธรรมว่ามีอะไรบ้าง แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมไม่ดี ท่านเข้าข่ายจริยธรรม ฉะนั้นตรงนี้มันจะประมาทไม่ได้ ขอให้ท่านถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา มันจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน หรือผลกระทบต่อสถานะของเรา ผลกระทบต่อตำแหน่งที่ท่านจะต้องไปเป็น เช่น ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ในความเป็น สส.เป็นได้ ท่านต้องระวังเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคนรอบข้าง ท่านจะมีผู้ช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา อย่าไปเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วย จะต้องดูประวัติให้เรียบร้อยด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคตเช่นกัน จะพูดว่าจากนี้ไปไม่เป็นไร โอเค เดี๋ยวเคลียร์ได้ยิ่งเคลียร์ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยที่จะช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ตรงนี้เราต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่ง สส.ของท่านอย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรื่องการเตรียมตัวแถลงทรัพย์สินของท่านต้องเตรียมและไปดูข้อกฎหมายแต่พรรคก็มีทีมที่ปรึกษาว่าตรงไหนต้องแจ้งตรงไหนต้องแสดง คู่สมรสแปลว่าอะไร ไม่ใช่จดทะเบียนอย่างเดียว กิ๊ก ไปไหนเปิดเผย ถ้าคนเห็นว่าอยู่ด้วยกันก็ต้องแถลง มันมีหลายเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ ตรงนี้ท่านทั้งหลายจะได้รับข้อมูลต่างๆ จากการปฐมนิเทศในวันนี้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นเมื่อนายสีหศักดิ์ นางศุภจี นายเอกนิติ ขึ้นพูด นายอนุทินได้เดินทักทาย สส. อีกรอบและเดินออกจากห้องสัมมนามาตาม สส.ที่เดินไปเข้าห้องน้ำให้กลับมาเข้าห้องสัมมนา ก่อนจะเดินไปชิมมะพร้าวน้ำหอม.