KFC เดินเกม “ใส่ใจทุกพื้นที่” ปักหมุด 1226 สาขา ครบ 77 จังหวัด สู่ 1,864 โค้งแม่ฮ่องสอน ตอกย้ำแบรนด์ QSR อันดับ 1 ที่เติบโตไปพร้อมคนไทย
จากถนนสายหลักในเมืองใหญ่ สู่เส้นทางคดเคี้ยวกว่า 1,864 โค้งที่แม่ฮ่องสอน การเดินทางของ KFC ประเทศไทยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “เปิดสาขาเพิ่ม” แต่คือการขยายความตั้งใจไปให้ถึงทุกพื้นที่ของประเทศอย่างแท้จริง การปักหมุดครบ 77 จังหวัด 1,226 สาขาจึงไม่ใช่เพียงหมุดหมายทางธุรกิจ หากเป็นภาพสะท้อนของแบรนด์ QSR อันดับ 1 ที่เลือกเติบโตเคียงข้างวิถีชีวิตคนไทย เข้าใจบริบทท้องถิ่น และใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละชุมชน ตั้งแต่ใจกลางเมืองจนถึงโค้งสุดท้ายของแผนที่ประเทศไทย
[ 77 จังหวัด ไม่ใช่แค่การขยายสาขา แต่คือการขยายบทบาทของแบรนด์ในชีวิตคนไทย ]
‘ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์’General Manager KFC ประเทศไทย อธิบายว่า การที่ KFC ประเทศไทยสามารถขยายสาขาครบทั้ง 77 จังหวัด และมีจำนวนสาขามากถึง 1,226 แห่ง ไม่ได้สะท้อนเพียงความแข็งแกร่งเชิงตัวเลข แต่เป็นหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่ตอกย้ำแนวคิดการเติบโตไปพร้อมกับทุกพื้นที่ของประเทศ “เราไม่ได้มองแค่เมืองใหญ่หรือทำเลศักยภาพสูง แต่ตั้งใจทำให้ KFC เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกภูมิภาค” ความสำเร็จนี้เกิดจากการวางแผนขยายสาขาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งเมืองหลัก จังหวัดรอง และพื้นที่ห่างไกล โดยคำนึงถึงบริบทของแต่ละชุมชนเป็นสำคัญ
‘เศกไชย ชูหมื่นไวย’General Manager KFC South Asia เสริมว่า “ความสำเร็จในการขยายสาขาครบทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ สะท้อนถึงพลังความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง KFC และแฟรนไชส์ซี ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตด้วยเป้าหมายเดียวกันคือการนำประสบการณ์ของ KFC ไปสู่ผู้บริโภคไทยในทุกพื้นที่ของประเทศ”
‘อรณัฐร์ ผกาภรณ์รัตน์’กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด แฟรนไชส์ซีผู้บริหารร้าน KFC ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทั้ง 3 สาขา กล่าวเสริมว่า “ในฐานะหนึ่งในแฟรนไชส์ซีหลักของแบรนด์ KFC ในประเทศไทย เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย (QSA) มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ของประเทศ ด้วยศักยภาพด้านการบริหารธุรกิจเครือข่ายสาขาขนาดใหญ่กว่า 550 สาขา ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การเปิดสาขาล่าสุดในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่าง QSA และ KFC ประเทศไทย ในการผลักดันการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน QSA มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับ KFC ประเทศไทย สู่การก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จ ของการมีจำนวนสาขา 1,226 สาขาทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาด QSR ของประเทศไทยอย่างแท้จริง”
[ Local Insight คือหัวใจที่ทำให้ KFC อยู่กับคนไทยมากกว่า 41 ปี ]
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ศศิพินทุ์เน้นย้ำ คือความเข้าใจผู้บริโภคไทยในระดับลึก หรือ Local Insight ซึ่งเป็นรากฐานที่ทำให้ KFC สามารถปรับตัวและอยู่กับสังคมไทยมาได้ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ “พฤติกรรมการกิน ไลฟ์สไตล์ และความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เราจึงให้ความสำคัญกับการฟังเสียงลูกค้าในพื้นที่จริง”แนวคิดนี้สะท้อนออกมาทั้งในรูปแบบร้าน เมนูที่เข้าถึงรสนิยมไทย และการสื่อสารที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ KFC ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ QSR ระดับโลก แต่เป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้สึกใกล้ตัวและคุ้นเคย
[ จากดิจิทัลอีโคซิสเต็ม สู่การเติบโตระยะยาวในตลาด QSR ที่แข่งขันสูง ]
ท่ามกลางตลาด QSR ไทยที่มีการแข่งขันรุนแรงและเติบโตเต็มที่ ศศิพินทุ์มองว่าการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์ลูกค้า คือกุญแจสำคัญของการเติบโตในระยะต่อไป ไม่ว่าจะเป็น KFC App, บริการเดลิเวอรี, Kiosk หรือ Just Pick Up ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ “ดิจิทัลไม่ได้มาแทนที่ร้าน แต่ช่วยเสริมให้ประสบการณ์ของลูกค้าดีขึ้นในทุก touchpoint” พร้อมกันนี้ การทำแคมเปญที่เชื่อมโยงกับพื้นที่จริงอย่าง “ฝ่าโค้งมาฟินไก่ ฉลองเคเอฟซีครบ 77 จังหวัด ที่แม่ฮ่องสอน” ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ใส่ใจท้องถิ่น และตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ KFC ประเทศไทยในการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคนไทยในทุกช่วงเวลา
[ ประเทศไทย: หนึ่งในหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์ของ KFC South Asia ]
ในมุมมองระดับภูมิภาค‘เศกไชย ชูหมื่นไวย’ General Manager KFC South Asia มองว่าการที่ KFC ประเทศไทยสามารถขยายสาขาครบทั้ง 77 จังหวัด รวม 1,226 สาขา ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของภูมิภาค “นี่คือเป้าหมายที่เราวางไว้มาอย่างยาวนาน และสะท้อนว่าลูกค้าไทยให้ความมั่นใจและเชื่อมั่นในแบรนด์ KFC อย่างแท้จริง”
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของพนักงานหน้าร้าน ทีมงานออฟฟิศ และพาร์ทเนอร์แฟรนไชส์ซี (Franchisee) ที่ร่วมกันขับเคลื่อนแบรนด์อย่างเป็นระบบ จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างการเติบโตของภูมิภาค
ท่ามกลางความหลากหลายของตลาดเอเชียใต้ ทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค KFC ยึดหลักการร่วมกันคือการเป็นแบรนด์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าลูกค้าจะเดินเข้า KFC ที่ประเทศใด สิ่งที่ต้องเหมือนกันคือคุณภาพของอาหารและประสบการณ์“ไก่ต้องกรอบอร่อย ทอดใหม่ทุกวัน และทำให้ทุกคนอิ่มและมีความสุข”มาตรฐานเดียวกันนี้ คือฐานสำคัญที่ทำให้แต่ละประเทศสามารถแลกเปลี่ยน Best Practices และเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ แม้บริบทท้องถิ่นจะแตกต่าง โดยประเทศไทยถูกยกให้เป็นหนึ่งในตลาดต้นแบบ ทั้งด้านการบริหารแบรนด์และการเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึก ซึ่งถูกนำไปแชร์และต่อยอดในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
[ People & Partnership: สูตรลับที่ทำให้ KFC ไทยแข็งแรงกว่า 41 ปี ]
เมื่อพูดถึงเหตุผลที่ KFC ประเทศไทยสามารถยืนหนึ่งทั้งในตลาด QSR และตลาดไก่ทอดมาอย่างต่อเนื่อง‘เศกไชย’สรุปชัดว่า “หัวใจของเราคือ Customer First และ People” โดยให้ความสำคัญกับทั้งประสบการณ์ลูกค้าและบุคลากรในทุกระดับ ตั้งแต่แฟรนไชส์ซี ผู้จัดการร้าน พนักงานหน้าร้าน ไปจนถึงซัพพลายเออร์ “เรามีวัฒนธรรมที่อยากประสบความสำเร็จไปด้วยกัน”
แนวคิด Partnership ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การบริหารธุรกิจ แต่คือการสร้างเวทีให้แฟรนไชส์ซีได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานร่วมกันกับทีมงานจากแต่ละประเทศได้แชร์ประสบการณ์และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพราะแม้แต่ละตลาดจะมีจุดแข็งต่างกัน แต่เมื่อรวมองค์ความรู้เหล่านั้นเข้าด้วยกัน จะทำให้ทั้งภูมิภาคแข็งแรงขึ้น “สิ่งที่เหมือนกันของเรามีเยอะกว่าที่คิด” และนั่นคือพลังสำคัญของ KFC ในภูมิภาคเอเชียใต้
สำหรับ‘เศกไชย’ “ความแข็งแรงของแบรนด์เริ่มต้นจาก ‘คน’ ไก่ทุกชิ้นที่เสิร์ฟในร้าน ทำด้วยมือและทำด้วยใจ เมื่อคนทำงานมีความภูมิใจ ประสบการณ์ที่ดีที่สุดก็จะถูกส่งต่อไปถึงลูกค้า” นี่คือเหตุผลที่เขาย้ำคำขอบคุณไปถึงพนักงาน แฟรนไชส์ซี และพาร์ทเนอร์ทุกคน ว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตมาได้จนถึงวันนี้
[ “จาก Best Practices ไทย สู่แรงบันดาลใจของทั้งภูมิภาค” ]
ในบริบทการแข่งขัน QSR ที่เข้มข้นทั่วเอเชียใต้‘เศกไชย’ มองว่าการแข่งขันคือแรงผลักเชิงบวก เพราะ “ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือผู้บริโภค”การแข่งขันด้านราคา คุณภาพ และประสบการณ์ลูกค้า กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ KFC ต้องยกระดับตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน บทบาทของประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่ตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นแหล่ง Share Learning สำคัญ ทั้งด้านการบริหารแบรนด์ การเข้าใจ Local Insight และการสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ซึ่งถูกถ่ายทอดไปยังตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค และในอนาคตยังมีเป้าหมายที่จะนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปแชร์ในระดับโลก “วันนี้ KFC Thailand อยู่ในอันดับ 1 ของ South Asia และเป็น 1 ใน 10 ตลาดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของโลก”
เป้าหมายระยะยาวจึงไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการทำให้ KFC เป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจลูกค้า อยู่ในสังคม และเติบโตไปพร้อมกับผู้คนอย่างยั่งยืนในทุกประเทศของภูมิภาค
เพื่อเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญของการปักหมุดครบ 77 จังหวัด KFC ประเทศไทย เปิดประสบการณ์จริงให้ผู้บริโภคร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวผ่านแคมเปญ “ฝ่าโค้งมาฟินไก่ ฉลองเคเอฟซีครบ 77 จังหวัด ที่แม่ฮ่องสอน”ระหว่างวันที่ 5 – 11 มีนาคม 2569ชวนสายเที่ยวและสายกินพิชิตเส้นทางในตำนาน 1,864 โค้งสู่แม่ฮ่องสอน
พร้อมกิจกรรมสนุกตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็นการแจก “ถุงฮาก” บนรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 (จตุจักร) กับรถสมบัติทัวร์ เส้นทางกรุงเทพฯ – แม่ฮ่องสอน โดยเพิ่มสต็อปใหม่จอดตรงถึงหน้าร้าน KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน เฉพาะวันที่ 5 – 13 มีนาคม 2569, ที่คาเฟ่ดังในพื้นที่ 3 แห่ง ได้แก่ เดอะฟาร์มคาเฟ่ อ.ปางมะผ้า, ร้านชาละมุน อ.ปางมะผ้า และ ความสุข คาเฟ่ อ.สะเมิง นอกจากนี้ยังสามารถรับได้ที่รถเหลือง ตลาดสายหยุด สู่ปลายทางที่ KFC สาขา ปตท. โออาร์ แม่ฮ่องสอน
หากมาถึงที่ร้านแบบถุงขาวสะอาดแล้ว เตรียมรับรางวัลสำหรับผู้พิชิตโค้งที่ยังยิ้มได้ตลอดทาง ทั้งชุดบักเก็ตลายลิมิเต็ด ดีไซน์จากของดีแม่ฮ่องสอนในราคาพิเศษ 77 บาท อิ่มจัดเต็มกับไก่กรอบฮอทแอนด์สไปซี่ 7 ชิ้น และวิงซ์แซ่บ 7 ชิ้น จำกัด 77 คนแรก อีกทั้งยังได้รับประกาศนียบัตรผู้พิชิตโค้งพร้อมลายเซ็นการันตีจากผู้พันแซนเดอร์ส และสแตมป์ให้ปั๊มเช็คอินการมาเยือน ตลอดทั้งเดือนมีนาคม—ตอกย้ำแนวคิดว่า การเติบโตของ KFC ไม่ได้หยุดอยู่ที่จำนวนสาขา แต่คือการสร้างความทรงจำและส่งความสุขไปถึงผู้คนในทุกพื้นที่ของประเทศอย่างแท้จริง
คำถามต่อจากนี้ไม่ใช่ KFC จะเปิดเพิ่มกี่สาขา แต่คือ แบรนด์ QSR จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของคนไทยได้มากเพียงใด ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นทุกวัน