โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF เตือนโลกเตรียมรับ New Normal หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.15 น.

กรรมการผู้จัดการ IMF เตือนความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบความเชื่อมั่นตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อทั่วโลก พร้อมแนะรัฐบาลเตรียมรับมือ New Normal

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 14.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คริสตาลินา จอร์จีวา ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลก พร้อมสร้างความท้าทายใหม่ที่ทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเตรียมรับมือกับความปกติใหม่ (New Normal)

จอร์จีวากล่าวในการประชุมสัมมนาที่กรุงโตเกียวเมื่อวันจันทร์ว่า หากความขัดแย้งครั้งใหม่นี้ยืดเยื้อ ก็มีความเป็นไปได้อย่างชัดเจนว่าจะกระทบต่อ ความเชื่อมั่นของตลาด การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ พร้อมเพิ่มแรงกดดันให้กับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

เธอยังเตือนว่า แม้สงครามจะยุติลงแล้ว ก็ยังมีโอกาสเกิดแรงกระแทกทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ตามมาได้

“ในสภาพแวดล้อมโลกแบบใหม่นี้ เราต้องคิดถึงสิ่งที่ไม่คาดคิด และเตรียมพร้อมรับมือกับมัน”จอร์จีวากล่าว

คำเตือนดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ IMF ที่เห็นว่าประเทศต่าง ๆ จำเป็นต้องจัดการนโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความพร้อม เพื่อให้สามารถรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกได้

การแสดงความเห็นของจอร์จีวามีขึ้นหลังจาก ราคาน้ำมันโลกพุ่งเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันจันทร์ ก่อนจะปรับลดลงบางส่วน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และปัญหาการขนส่งน้ำมันที่เผชิญแรงกดดันมากขึ้น

ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวต ได้เข้าร่วมกับอิรักในการลดกำลังการผลิต หลังคลังเก็บน้ำมันเริ่มเต็มจากการที่ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยพฤตินัย

จอร์จีวาระบุว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงถึง 90% ทั้งที่เส้นทางดังกล่าวเป็นช่องทางสำคัญของการค้าพลังงานโลก โดยขนส่งประมาณ หนึ่งในห้าของน้ำมันและก๊าซ LNG ของโลก

สำหรับเอเชีย ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางนำเข้าน้ำมันประมาณ ครึ่งหนึ่งของภูมิภาค และคิดเป็นประมาณ หนึ่งในสี่ของการนำเข้า LNG ในกรณีของญี่ปุ่น การขนส่งผ่านเส้นทางนี้คิดเป็นเกือบ 60% ของการนำเข้าน้ำมัน และประมาณ 11% ของ LNG

ด้าน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในระยะสั้นเป็นเพียงราคาที่ต้องจ่ายเล็กน้อย และราคาจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลาย

จอร์จีวายังอธิบายถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยระบุว่า หากราคาพลังงานเพิ่มขึ้น 10% และคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งปี จะทำให้เงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% และส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง

ท่ามกลางแรงกระแทกทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น จอร์จีวาเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก เสริมสร้างสถาบันทางเศรษฐกิจและกรอบนโยบายที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจและสนับสนุนการเติบโตที่นำโดยภาคเอกชน และยังเสนอให้ประเทศต่าง ๆ ใช้พื้นที่นโยบายที่มีอยู่เพื่อรับมือกับวิกฤตในระยะสั้น แต่ต้องกลับมาฟื้นฟูฐานะทางการคลังและกันชนทางเศรษฐกิจหลังจากนั้น

สำหรับญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางประมาณ 90% การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันควบคู่กับค่าเงินเยนที่อ่อนค่า อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง

สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลัง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ

“สิ่งที่คุณควบคุมได้คือ นโยบายภายในประเทศของคุณเอง …คุณต้องทำให้เศรษฐกิจของตัวเองอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับแรงกระแทกเหล่านี้”

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...