โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” อยากได้ “กรีนแลนด์” ขู่เก็บภาษี 8 ประเทศยุโรปป่วนตลาดหุ้นโลก! โอกาสหุ้นไทยเป็น Safe Haven

Thairath Money

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 05.01 น.
ภาพไฮไลต์

ใครจะไปเชื่อว่าความต้องการครอบครอง "เกาะกรีนแลนด์" ของ โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จุดชนวนสงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปจนลุกเป็นไฟ

ทำให้เช้านี้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกตึงเครียดอีกครั้ง ตลาดหุ้นทั้งฝั่งตะวันตกและเอเชียกอดคอกันแดงเถือก สะท้อนความกังวลของความขัดแย้งนี้ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป แลกกับข้อเสนอครอบครองเกาะกรีนแลนด์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ฯ หลายสำนักเริ่มส่งสัญญาณตรงกันว่า ตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทย อาจกำลังพลิกบทบาทกลายเป็น "หลุมหลบภัย" แห่งใหม่ เม็ดเงินลงทุนมีแนวโน้มจะไหลออกจากโซนขัดแย้ง มุ่งหน้าสู่ตลาดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า และนี่จึงอาจเป็นจังหวะสำคัญที่ "วิกฤติของโลก" จะกลายเป็น "โอกาสทอง" ของการลงทุน

เดิมพัน “กรีนแลนด์” สู่สงครามภาษีรอบใหม่

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงเถือกในวันนี้ มาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยข้อเรียกร้องของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คือต้องการซื้อเกาะ “กรีนแลนด์” หากไม่ได้รับการตอบสนอง ก็จะใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือบีบบังคับ

โดยสหรัฐฯ ขู่เก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป (เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์) เริ่ม 1 ก.พ. 2569 และขู่ขึ้นภาษีเป็น 25% ในเดือน มิ.ย. หากดีลซื้อกรีนแลนด์ไม่คืบหน้า

ฝั่งสหภาพยุโรป (EU) ก็เตรียมพิจารณามาตรการตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 9.3 หมื่นล้านยูโร และอาจใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับทางเศรษฐกิจด้วย

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ฯ ต่างมองว่าสถานการณ์นี้ อาจดันให้ “เงินเฟ้อสหรัฐฯ” ลดลงยากขึ้น เนื่องจากนำเข้าสินค้า EU สูงถึง 20.2% และกดดันให้ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 4 เดือน

ตลาดหุ้นโลกแดง ไทยอาจได้อานิสงส์

จากข้อมูลกระดานเทรดล่าสุด ณ เวลา 09:34 น. ตลาดหุ้นหลักในเอเชียและยุโรปปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนความกังวลของนักลงทุน เช่น

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones ลดลง -0.17%, S&P 500 ลดลง -0.06%, Nasdaq ลดลง -0.06%
  • ดัชนี Euro Stoxx 50 ลดลง -0.19%
  • ตลาดหุ้นฝรั่งเศษ CAC 40 ลดลง -0.65%
  • ตลาดหุ้นเยอรมนี DAX ลดลง 0.22%
  • ตลาดหุ้นญี่ปุ่น Nikkei 225 ลดลง -1.11%
  • ตลาดหุ้นฮ่องกง Hang Seng ลดลง -0.76%

แม้ปัจจัยภายนอกจะดูน่ากลัว แต่นักวิเคราะห์มองว่าตลาดหุ้นไทย มีโอกาส Outperform หรือได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดพัฒนาแล้ว

ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากวิกฤตการค้านี้ หากสหรัฐฯ และยุโรปขัดแย้งกันรุนแรง โดยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากปรากฏการณ์ "การเบี่ยงเบนทางการค้า" ใน 2 ส่วนหลัก

1.การส่งออก ไทยสามารถส่งออกสินค้าเข้าไปทดแทนสินค้าที่สหรัฐฯ และ EU เลิกซื้อขายกันเองได้ โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป

2.การลงทุน ไทยมีโอกาสดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ในฐานะฐานการผลิตที่เป็นกลางและต้นทุนต่ำกว่า

ข้อมูลการค้าระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปรวมกันมีสัดส่วนถึง 20.5% ของการค้าไทย (มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งมากกว่าจีนที่เป็นคู่ค้าอันดับ 1 เสียอีก

ดังนั้น แนะนำหุ้นเด่นรับกระแสโลกและงบไตรมาส 4/68 จากปัจจัยภายนอกที่ผันผวน เม็ดเงินมีโอกาสโยกเข้ามายังตลาดเอเชียรวมถึงไทยที่มีความไม่แน่นอนน้อยกว่า

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ดังนี้

  • กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: WHA, AMATA (รับกระแสย้ายฐานการผลิต),
  • กลุ่มชิ้นส่วนฯ และยานยนต์: DELTA, SAT, AH,
  • กลุ่มอาหารแปรรูป: CPF, TU, ITC, TFG,
  • หุ้นปันผลสูง: BBL, KBANK, AP, SIRI, ICHI
  • หุ้นงบไตรมาส 4/68 เด่น: PTT, BCP, IVL, BDMS, BCH, MTC, CENTEL, PLANB, STECON

โดยคาดการณ์ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 4/68 จะเติบโตจากฐานต่ำถึง 99% จากปีก่อน ช่วยหนุนกระแสเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติให้ไหลเข้าต่อเนื่อง

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่าประเด็นความขัดแย้งนี้ เป็นลบต่อตลาดโลกเช้านี้ และเป็นที่สนใจของนักลงทุน ว่าสหรัฐฯ จะจบเรื่องกรีนแลนด์ได้ในแบบใด ถ้าไม่มีการใช้กำลังทางทหาร หรือจบด้วยดี ตลาดจะคลายความกังวลลง เหมือนกรณีของอิหร่านที่ดีขึ้นแล้ว

และแม้จะกังวลในเรื่องของปัญหาเกาะกรีนแลนด์ แต่ดัชนีตลาดหุ้นไทนยังมีโอกาสกลับขึ้นทดสอบจุดวัดใจอีกครั้งที่ 1281 จุด จากการที่แรงซื้อหุ้นไม่ได้กระจุกตัวเพียงหุ้น DELTA หรือหุ้นธนาคาร แต่มาด้วยหุ้นกลุ่มอื่นๆ โอกาสขึ้นแรงจึงมีมากกว่าครั้งก่อนๆ

สัปดาห์นี้จึงยังให้ความสนใจทั้งหุ้นที่เป็น laggard play และหุ้นที่แรงขับเคลื่อนจากกำไรที่จะออกมาดี ได้แก่

  • กลุ่มปิโตรเคมี (IVL) ที่รับข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน
  • กลุ่มสื่อสาร (ADVANC*, TRUE*) ที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต
  • กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, CRC, HMPRO, GLOBAL) ที่ราคายัง Laggard

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทรัมป์” อยากได้ “กรีนแลนด์” ขู่เก็บภาษี 8 ประเทศยุโรปป่วนตลาดหุ้นโลก! โอกาสหุ้นไทยเป็น Safe Haven

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...