สรุปเหตุอิหร่านโจมตีสนามบินดูไบ-อาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย
จากเหตุการณ์ที่อิหร่านยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ รอบอ่าวอาหรับเมื่อวานนี้ (28 กุมภาพันธ์) เพื่อโต้กลับปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลนั้น ปรากฏว่ามีท่าอากาศยานนานาชาติซายิด ในกรุงอาบูดาบี และท่าอากาศยานนานาชาติดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 11 คน
เจ้าหน้าที่ของอาบูดาบียืนยันว่า ทางการสามารถสกัดโดรนที่พยายามโจมตีสนามบินนานาชาติซายิด ไว้ได้ แต่มีเศษซากบางส่วนตกหล่นจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 7 คน
ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์โจมตีด้วยเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ 4 คนได้รับบาดเจ็บ
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เที่ยวบินหลายพันเที่ยวถูกระงับทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์เที่ยวบินหยุดชะงักครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
ส่วนในวันนี้ (1 มีนาคม) การโจมตีตอบโต้จากอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป มีรายงานว่าเสียงระเบิดดังกึกก้องในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รวมถึงนครดูไบของ UAE และกรุงมานามาของบาห์เรน
ทั้งนี้อิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศในตะวันออกกลาง หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารระหว่างการโจมตีทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา
ด้าน กาตาร์ บาห์เรน จอร์แดน และคูเวต ซึ่งล้วนเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ รายงานว่า พวกเขาสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงเข้ามาได้เป็นส่วนใหญ่ แต่เศษซากที่ตกลงมาก็ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยในดูไบ เศษซากจากการสกัดขีปนาวุธทำให้เกิดไฟไหม้ที่ท่าเทียบเรือในท่าเรือน้ำลึกเจเบล อาลี ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีการจราจรหนาแน่นเป็นอันดับ 9 ของโลก
ขณะที่ปาล์ม จูไมราห์ หมู่เกาะเทียมสุดหรูของดูไบ โรงแรมแฟร์มอนต์ เดอะ ปาล์ม ระดับห้าดาว ถูกโจมตีด้วยระเบิดใหญ่ โดยวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เผยให้เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนและควันดำพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า นอกจากนี้ โรงแรม เบิร์จ อัล อาหรับ อันโด่งดังก็ได้รับความเสียหายด้วยเล็กน้อย
ภาพ: REUTERS/Raghed Waked TPX IMAGES OF THE DAY
อ้างอิง: