โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชี้หากปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” น้ำมันโลกจ่อพุ่ง 20-100% ของไทยลุ้น 4 มี.ค. รู้กัน?

เดลินิวส์

อัพเดต 1 มีนาคม 2569 เวลา 22.21 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชี้หากปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันโลกจ่อพุ่ง 20-100% กระทบต้นทุนขนส่ง-ผลิตสินค้า ดันค่าระวางเรือขนส่งทางทะเล-ประกันภัยทะยาน 50-140% ราคาน้ำมันไทยจับตา 4 มี.ค.นี้

จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ และคาดว่ามีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกระทบ supply 20% ของความต้องการโลก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมัน เพราะการที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และบริเวณใกล้กับการขนส่งทางเรือค่อนข้างหนาแน่น มีโอกาสที่จะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับทั่วโลก และประเทศไทย

นอกจากนี้ ต้องติดตามว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ หรือเพียงแค่เฉพาะจุด และจับตาดูพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ประเทศในตะวันออกกลางว่าประเทศใดจะออกมาเป็นตัวกลาง หรือประเทศมหาอำนาจที่สนับสนุนอิหร่าน ได้แก่ จีน และรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไร รวมถึงจะมีการปะทะรุนแรงแค่ไหน

"ในช่วงสั้นผลกระทบทางจิตวิทยาราคาน้ำมันคงพุ่งขึ้นแน่นอน ส่วนราคาน้ำมันช่วงสั้นน่าจะกระเตื้องขึ้นไม่มาก แต่ในระยะยาวหากสถานการณ์บานปลายก็จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น"

หากมีการโจมตีนอกเหนือจากที่ได้มีการตกลงกันไว้ เช่น บ่อน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมันของอิหร่าน เพื่อต้องการทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน เช่นเดียวกับกรณีของรัสเซีย ยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าใดนัก

ส่วนการเตรียมความพร้อมของไทยนั้น แน่นอนว่าต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงบริษัทน้ำมันในประเทศต้องดูว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเกิดการสู้รบกันระหว่างรัสเซีย และยูเครน เพียงแต่ครั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใกล้ชิดกับไทยมากกว่า เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยมองว่ากระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันควรหารือร่วมกันโดยด่วน เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ รวมถึงวางแผนเรื่องเส้นทางการขนส่งสำรอง และดูว่าจะมีผลกระทบกับไทยมากน้อยแค่ไหน หากมีการปิดช่องแคบหรือเส้นทางขนส่งปกติ

"กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงในระดับต่างๆ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว กรณีแย่ที่สุดสงครามบานปลายจนถึงขั้นมีการปิดอ่าว ไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานแค่ไหน จะกระทบมากน้อยอย่างไร เหล่านี้จะต้องพิจารณาดูอย่างเร่งด่วน"

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดีเซลมีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมเมื่อวันศุกร์ที่ปิดตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ทั้งนี้จากแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลก อีกทั้งยังมีผลทำให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมแย่ลงจากปัจจัยราคาสินค้า และพลังงานที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขสำคัญหลังจากนี้ก็คือ ขออย่าให้สถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง และไม่ต้องการให้มีตัวละคร หรือประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยอาจยังไม่ขยับมากนัก เพราะเป็นราคาที่อ้างอิงจากวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการ น่าจะทำให้ราคายังไม่พุ่งสูงในทันที ขณะที่ วันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 น่าจะเป็นวันที่ "น่ากังวลที่สุด" โดยคาดว่าราคาจะพุ่งขึ้นหนักหากการเจรจาระดับโลกยังไม่เป็นผล

"ไทยถือว่าโชคดีสำหรับประเด็นทางด้านพลังงาน เพราะสถานการณ์เกิดขึ้นช่วงวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากใช้ราคาน้ำมันตลาดโลกอ้างอิงของวันศุกร์ ดังนั้นวันจันทร์จึงเชื่อว่าราคาขายในประเทศจะขยับไม่มากนัก ส่วนอังคารเป็นวันหยุด ดังนั้นจึงต้องจับตาวันพุธว่าราคาน้ำมันจะขยับขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ถือว่ายังพอมีเวลาให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางได้มีเวลาเจรจากัน ซึ่งอาจจะคลี่คลายและไม่ทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปมากกว่านี้"

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้วิเคราะห์สถานการณ์หาก ปิดช่องแคบฮอร์มุซ จับตาราคาน้ำมันว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับสูงขึ้น 20-100% ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเป็นเท่าไร ขึ้นกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซแค่ไหน เพราะช่องแคบฮอร์มุซ มีความสำคัญต่อการส่งออกน้ำมันไปในตลาดโลก คิดเป็นสัดส่วน 20% ของปริมาณการผลิตของโลกต่อวัน (ทั่วโลกผลิตน้ำมันวันละ 100 ล้านบาร์เรล) นั้นคือปริมาณน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งออกน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะกระทบการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซาอุฯ ยูเออี และกาตาร์

1.ส่งออกน้ำมันอิหร่านไปตลาดโลกลดลง 1.6% ราคาเพิ่ม 5-10%

อิหร่านผลิตน้ำมันวันละ 3 ล้านบาร์เรล ใช้ภายในประเทศ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และส่งออก 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ประเทศที่ซื้อน้ำมันอิหร่านหลักคือ จีน สัดส่วน 80% ทีเหลือเป็น อินเดีย และตุรกี เป็นต้น สงครามที่เกิดขึ้น อิหร่านลดการส่งออกไปตลาดโลก 1.6% ราคาน้ำมันตลาดโลกเพิ่มอีก 5-10% (ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบ WTI ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ทำให้โอกาสที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นในตลาดโลกอยู่ที่ 70-75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

2.ส่งออกประเทศอ่าวเปอร์เซียไปตลาดโลกลดลง 18% ราคาเพิ่ม 15-90% (ขึ้นกับฉากทัศน์)

ประเทศอ่าวเปอร์เซียหลักที่ส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซคือ ซาอุฯ ยูเออี และกาตาร์ ส่งออกน้ำมันวันละ 18 ล้านบาร์เรล คิดเป็น 18% หากไม่สามารถส่งออกไปตลาดโลกได้จะทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็น 15-90% ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 77-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ผลกระทบราคาน้ำมันโลก กรณีปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มา : ประเมินโดย อัทธ์ พิศาลวานิช กุมภาพันธ์ 2569

ค่าระวางเรือ - ค่าประกันภัยจ่อปรับขึ้น 50-140%

กระทบเส้นทางการขนส่งสินค้าจากเอเชียและอาเซียน คือ เส้นทางทะเลแดงและคลองสุเอซ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นจากค่าประกันสินค้าปรับสูงขึ้น และหากไม่ผ่านทะเลแดง จะทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นจากเรือต้องอ้อมไปแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ทางตอนใต้ของแอฟริกา ทำให้ระยะทางเพิ่ม 3,000–5,000 กม. ใช้เวลาเพิ่ม 10–14 วัน ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าระวางเพิ่ม และราคาสินค้าปลายทางแพงขึ้น

ต้นทุนรวมทั้งค่าระวางและค่าประกันเรือเพิ่มขึ้นจาก 2,050-5,000 ดอลลาร์ต่อตู้ 40 ฟุต เป็น 3,075-12,000 ดอลลาร์ต่อตู้ 40 ฟุต หรือเพิ่มขึ้น 50-140%

อิสราเอลและสหรัฐ โจมตีอิหร่านกระทบต้นทุนค่าระวางและค่าประกันเรือ

หมายเหตุ : ค่าประกันเรือคิดจาก มูลค่าสินค้า 100,000 ดอลลาร์

ประเมินโดย อัทธ์ พิศาลวานิช กุมภาพันธ์ 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...