ทองคำดิจิทัลผงาด! ตลาดโทเคนพุ่ง 6 พันล้านดอลล์ สวนทาง Bitcoin ร่วงระนาว
#ทองคำดิจิทัล #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในรูปแบบโทเคน (Tokenized Commodities) พุ่งทะยานขึ้นถึง 53% ในเวลาไม่ถึง 6 สัปดาห์ จนมีมูลค่ารวมกว่า 6.1 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดการแปลงสินทรัพย์โลกจริงเป็นโทเคน (RWA) ท่ามกลางกระแสการเคลื่อนย้ายทองคำเข้าสู่ระบบบล็อกเชนที่เพิ่มมากขึ้น
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์คริปโต Token Terminal ระบุว่า มูลค่าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โทเคนอยู่ที่เพียง 4 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี ซึ่งหมายความว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดนี้เพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา
จากการตรวจสอบพบว่าตลาดนี้ถูกครอบงำโดยผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับทองคำ โดยโทเคน Tether Gold (XAUt) ของผู้ออก Stablecoin ยักษ์ใหญ่อย่าง Tether เป็นฟันเฟืองหลักในการเติบโต ซึ่งมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นถึง 51.6% ในเดือนที่ผ่านมา แตะระดับ 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่PAX Gold (PAXG) ของ Paxos ก็เติบโตขึ้น 33.2% มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ปัจจุบัน สินค้าโภคภัณฑ์โทเคนเติบโตขึ้นถึง 360% เมื่อเทียบรายปี โดยการขยายตัวตั้งแต่ต้นปี 2026 นั้นแซงหน้าการเติบโตของตลาดหุ้นโทเคน (โต 42%) และกองทุนโทเคน (โต 3.6%) อย่างขาดลอย ทำให้ปัจจุบันตลาดนี้มีขนาดใหญ่เป็น 1 ใน 3 ของตลาดกองทุนโทเคนที่มีมูลค่า 1.72 หมื่นล้านดอลลาร์ และใหญ่กว่าตลาดหุ้นโทเค็นที่มีมูลค่าเพียง 538 ล้านดอลลาร์อย่างมาก
นอกจากนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา Tether ได้ขยายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ด้วยการทุ่มเงิน 150 ล้านดอลลาร์ เข้าถือหุ้นในแพลตฟอร์มโลหะมีค่าอย่าง Gold.com เพื่อเพิ่มการเข้าถึงทองคำโทเคน โดยมีแผนจะรวม XAUt เข้ากับแพลตฟอร์มดังกล่าว และกำลังพิจารณาทางเลือกให้ลูกค้าสามารถซื้อทองคำแท่งจริงด้วย Stablecoin อย่าง USDt ได้อีกด้วย
ทองคำติดสปีดสวนทาง Bitcoin ที่ยังจมปลักต่ำกว่า $70,000
การพุ่งขึ้นของทองคำโทเคนเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำสปอตทะยานขึ้นมากกว่า 80% ในรอบปีที่ผ่านมา จนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,600 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม แม้จะมีการย่อตัวลงไปที่ระดับ 4,700 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือน แต่ล่าสุดราคาก็ดีดกลับมาอยู่ที่ 5,050 ดอลลาร์ในขณะที่เขียนข่าวนี้
ในทางตรงกันข้าม Bitcoin และตลาดคริปโตยังคงอยู่ในภาวะซบเซานับตั้งแต่เหตุการณ์ตลาดล่มเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) สูงถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยราคา Bitcoin ร่วงลงถึง 52.4% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมที่ 126,080 ดอลลาร์ ลงมาแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาที่ 69,050 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko
การร่วงลงของ Bitcoin ในขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม (Safe-haven) พุ่งสูงขึ้น ทำให้นักวิจารณ์ในอุตสาหกรรมอย่าง Jack Mallers ซีอีโอของ Strike ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin ยังคงถูกปฏิบัติเหมือนเป็น “หุ้นซอฟต์แวร์” แม้จะมีคุณสมบัติของเงินตราที่แข็งแกร่ง (Hard Money) ก็ตาม ทางด้าน Grayscale ผู้จัดการสินทรัพย์คริปโตระบุว่า เรื่องเล่าที่ว่า Bitcoin คือ “ทองคำดิจิทัล” กำลังถูกทดสอบอย่างหนัก เพราะพฤติกรรมราคาล่าสุดเริ่มเหมือนกับสินทรัพย์เติบโตที่มีความเสี่ยงสูง (High-risk growth asset) มากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยแบบเดิม
ที่มา https://cointelegraph.com/news/tokenized-commodities-like-gold-reach-6-billion