โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คว้าใจอัลกอริทึม TikTok ยังไงในปี 2026 ที่เน้นคุณภาพคอนเทนต์มากกว่าคลิปตามกระแส

Capital

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 11.04 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 08.25 น. • Insight

คลิปใน TikTok ไม่ขึ้นฟีด, ยอดฟอลโลว์ไม่ขึ้น, เอนเกจเมนต์ไม่จึ้ง เรื่องเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องเจอในยุคนี้ และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำช่อง TikTok ‘ยากกว่าที่ผ่านมา’

นั่นก็เพราะว่าในปี 2026 TikTok ปรับอัลกอริทึมให้เข้มงวดขึ้น เน้นคัดกรอง ‘คุณภาพคอนเทนต์’ แทนการดันคลิปตามกระแสเฉยๆ ทำให้คลิปที่ไม่มีสาระสำคัญ มีการนำเสนอเนื้อหาซ้ำกับที่ช่องตัวเองเคยลงไปหรือซ้ำกับเนื้อหาช่องอื่นจะเข้าข่ายสแปมและถูกลดการมองเห็นทันที

ทุกวันนี้ TikTok ไม่ได้วัดกันที่ ‘ยอดผู้ติดตาม’ แต่วัดที่ ‘ความสนใจของผู้คน’ และการทำคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า ‘watch time’ หรือเวลาที่คนดูวิดีโอจบ ไปจนถึงวกกลับมาดูซ้ำ รวมถึงให้ค่า ‘การแชร์’ มากกว่าแค่ ‘กดไลก์’ เพราะการดูจบและแชร์ต่อให้เพื่อนหรือแฟน แปลว่าคอนเทนต์นั้นมีคุณภาพจริงๆ

คำถามต่อมาคือเหล่าครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแบรนด์ต้องทำยังไงให้กลายเป็นลูกรัก TikTok และถูกเปิดการมองเห็น Keynote ตอนนี้ได้สรุปข้อมูลจาก TikTok และจาก Buffer แพลตฟอร์มบริหารจัดการโซเชียลมีเดียระดับโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 160,000 ราย ที่ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากวิดีโอ TikTok กว่า 11 ล้านคลิป เพื่อหาคำตอบว่าอยากคว้าใจอัลกอริทึม TikTok ต้องทำยังไงบ้าง

Reali-Tea ความจริงดึงดูดใจได้มากกว่าความเป๊ะ

แม้ในยุคนี้จะเห็นคนเริ่มเจนฯ คลิปจาก AI มาทำคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงหรือให้ความรู้ ถึงขนาดที่บางคลิปถ้าไม่ติดป้ายกำกับว่าสร้างจาก AI ก็แทบแยกไม่ออกว่าเป็นคลิปจริงหรือไม่ แต่ TikTok ก็ให้นิยามว่าปี 2026 นี้เป็นปีของ ‘irreplaceable instinct’ คือไม่มีอะไรมาทดแทนสัญชาตญาณของคนได้ เพราะยิ่งมีคลิปจาก AI มากเท่าไหร่ ผู้คนยิ่งโหยหาสิ่งที่ AI สร้างไม่ได้เท่านั้น และหันไปสนใจคอนเทนต์ที่มีความเรียลหรือนำเสนอความจริง มากกว่าคลิปที่เล่าถึงชีวิตสวยหรู แต่ดูจับต้องได้ยาก

ในมุมของครีเอเตอร์สามารถนำเสนอคลิปที่ดูสบายๆ เหมือนพูดคุยกับเพื่อน เล่าประสบการณ์ที่เจอในชีวิตจริงหรือแชร์เรื่องการทำงาน ในมุมของผู้บริโภคก็อยากเห็นแบรนด์ที่ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าการขายของเพียงอย่างเดียว แบรนด์ก็สามารถแชร์เบื้องหลังการทำแบรนด์ เบื้องหลังการคิดสินค้า ไปจนถึงถึงการทำ CEO branding หรือการที่ให้ผู้บริหารมาสื่อสารอย่างเป็นกันเอง เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้

Curiosity Detours การเล่าเรื่องที่คาดไม่ถึงดึงคนได้อยู่หมัด

การเล่าเรื่องเป็นเส้นตรงและคาดเดาเนื้อหาได้ง่ายว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง กำลังจะกลายเป็นคอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจลดลง เพราะในปี 2026 คนเริ่มมองหาคอนเทนต์แปลกใหม่ที่ ‘คาดเดาเนื้อหาได้ยาก’ ครีเอเตอร์และแบรนด์อาจเปลี่ยนการเปิดคลิปเป็นเรื่องตลกหรือเรื่องที่ผู้คนสนใจและตบท้ายด้วยการขายของอย่างเป็นธรรมชาติ

ไปจนถึงการนำเสนอสินค้าให้กับกลุ่มใหม่ๆ TikTok ยกตัวอย่างคลิปที่น่าสนใจคือ Duracell แบรนด์แบตเตอรีที่ทำคอนเทนต์ว่าไปคอนเสิร์ต K-pop ต้องใช้แท่งไฟหลายชั่วโมง ก็ต้องเลือกถ่านที่ใช้ได้นานอย่าง Duracell ซึ่งคอนเทนต์นี้ทำให้เกิดกลุ่มลูกค้าใหม่เป็นแฟนคลับแฟนคลับศิลปิน K-pop และมีผู้ติดตามช่องเพิ่มกว่า 483% สำหรับแบรนด์อื่นๆ ที่อยากเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ สามารถใช้เครื่องมือ ‘TikTok Market Scope’ มาช่วยวิเคราะห์คำค้นหายอดนิยมในหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคสนใจเรื่องอะไรมากที่สุดได้

TikTok SEO คลิปฟีดได้ด้วยการแทรกคีย์เวิร์ด

เมื่อก่อนคนอาจคุ้นชินกับการทำ SEO บน search engine อย่าง Google แต่ในตอนนี้ที่คนรุ่นใหม่หันมาเสิร์ชเรื่องราวที่สนใจหรือเรื่องที่สงสัยบน TikTok กันมากขึ้น แพลตฟอร์มนี้จึงให้ความสำคัญกับการทำ ‘SEO’ ที่นอกเหนือจากแคปชั่นและการติดแฮชแท็ก แต่นับ SEO ตั้งแต่ภาพหน้าปก ไปจนถึงเนื้อหาที่พูดในคลิป โดยระบบจะถอดเสียงพูดออกมาเพื่อหาใจความสำคัญไปจัดหมวดหมู่เนื้อหา

การจะดูว่า SEO อันไหนควรใช้ในคอนเทนต์ของเรา สามารถทำได้โดยการป้อนคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับคอนเทนต์นั้นลงในช่องค้นหา และไปดูในส่วนที่เขียนว่า ‘Others Searched For’ หรือ ‘คนอื่นค้นหาอะไรต่อ’ ก็จะเจอเนื้อหาและคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่คนนิยมใช้และกลายเป็นกระแสขึ้นมา

TikTok Feature เป็นลูกรักอัลกอริทึมด้วยฟีเจอร์จาก TikTok

การตัดวิดีโอจากแอพฯ อื่นหรือใช้เสียงเพลงจากแหล่งอื่น แล้วมาลง TikTok เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ยอดวิวไม่ปังเท่าคอนเทนต์ที่ใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ใน TikTok ซึ่งมักจะถูกอัลกอริทึมดันให้ขึ้นฟีดมากกว่า โดยฟีเจอร์ที่คาดว่าจะมาแรงในปีนี้คือ ‘Photo Carousel’ หรือ ‘การทำรูปภาพแบบสไลด์’ เพราะการที่คนต้องเลื่อนดูทีละภาพ ทำให้ใช้เวลาดูคอนเทนต์นั้นนานและมีโอกาสดูให้จบไปจนถึงรูปภาพสุดท้าย

ส่วนฟีเจอร์ที่มีมานานแล้วอย่าง ‘Trending Audio’ คือ ‘การใช้เพลงหรือเสียงที่เป็นกระแส’ มาใช้ประกอบคอนเทนต์ จะทำให้คลิปนั้นถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่คอนเทนต์ที่คนให้ความสนใจไปด้วย แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกเสียงที่เข้ากับเนื้อหาของคลิปและภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย

Emotional ROI คนยอมจ่ายเงินให้กับของที่จำเป็นต้องซื้อ

ก่อนหน้านี้ที่ ‘TokTok Shop’ เป็นที่นิยมในฐานะแพลตฟอร์มที่มีสินค้าหลากหลาย มีโค้ดส่วนลดมากมาย ทำให้คนรู้สึกว่าราคาถูกและตัดสินใจซื้อได้ง่าย แต่วันนี้ผู้บริโภคใน TikTok ไม่ได้เลือกซื้อจากเหตุผลที่ว่า ‘ของมันต้องมี’ แต่เลือกซื้อจาก ‘ของที่จำเป็นต้องมี’

แบรนด์จึงจำเป็นต้องสื่อสารว่าสินค้าหรือบริการเหล่านั้นตอบโจทย์ pain point หรือทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นยังไงบ้าง ไปจนถึงการแนะนำวิธีการใช้งาน การยกตัวอย่างสถานการณ์จริงให้ลูกค้าเห็นภาพและเกิดความมั่นใจ และเสียงที่ทรงพลังมากกว่าคอนเทนต์จากฝั่งแบรนด์ คือพลังแห่งการรีวิว แน่นอนว่าต้องเป็นรีวิวจากผู้ใช้จริงและดูเป็นธรรมชาติมากกว่ายัดเยียดขายสินค้า

ไม่ว่าคุณจะเป็นครีเอเตอร์หรือแบรนด์ การทำคอนเทนต์ใน TikTok ก็ต้องเน้น ‘สร้างคุณค่า’ ให้กับคนดู ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของความบันเทิง ให้ความรู้ หรือแรงบันดาลใจ และต้องมีจุดให้คนหยุดนิ้วดูไปจนจบ ถึงจะไปอยู่บนหน้า For You Page หรือฟีดที่แนะนำบน TikTok ได้

ที่มา

ads.tiktok.com/business/en-GB/next

buffer.com/resources/tiktok-algorithm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...