เมื่อ “โรงแรม” กลายเป็น Aesthetic เพราะพื้นที่พักผ่อนกำลังนิยามภาพจำของยุคโซเชียลมีเดีย
LSA Thailand
อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 03.00 น. • Lifestyle Asia Thailandในอดีตโรงแรมถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่พื้นฐานที่สุดของการเดินทาง นั่นคือเป็นสถานที่พักผ่อนระหว่างทาง เป็นพื้นที่เงียบสงบที่แยกผู้มาเยือนออกจากโลกภายนอก แต่ในยุคที่ภาพหนึ่งภาพสามารถเดินทางไปได้ทั่วโลกภายในไม่กี่วินาทีผ่านอินสตาแกรมหรือติ๊กต่อก โรงแรมก็ได้เปลี่ยนบทบาทจาก “ที่พัก” ไปสู่การเป็น “ฉากหลังของวัฒนธรรมร่วมสมัย” อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ทำให้คำว่า Hotel Aesthetic กลายเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ในทศวรรษปัจจุบัน
โรงแรมหลายแห่งไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับนักเดินทางเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ถูกวางคอนเซปต์ให้เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจทางภาพ เป็นสถานที่ที่ผู้คนอยากถ่ายรูปพอๆ กับอยากพักผ่อน ความสวยงามของสถาปัตยกรรม สีสันของการตกแต่ง ไปจนถึงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ล้วนถูกคิดมาอย่างตั้งใจเพื่อให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงภาพที่สามารถแชร์ต่อได้บนโลกออนไลน์
หนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของโรงแรมที่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางภาพคือ “The Beverly Hills Hotel” ในลอสแอนเจลิส โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักของคนดังในฮอลลีวู้ดเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีภาพจำชัดเจนที่สุดในวัฒนธรรมป๊อป สีชมพูพาสเทลของตัวอาคาร ผนังลายปาล์มอันเป็นเอกลักษณ์ และบรรยากาศแบบ Hollywood glamour ทำให้โรงแรมแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากหลังของแฟชั่นแคมเปญและภาพถ่ายแฟชั่นมานับไม่ถ้วน ภาพของสระว่ายน้ำและบังกะโลที่รายล้อมด้วยต้นปาล์มได้กลายเป็น aesthetic ที่แทบจะนิยามความหรูหราแบบแคลิฟอร์เนียไปแล้ว
ในยุโรปโรงแรมอย่าง “Hotel Il Pellicano” บนชายฝั่งทัสคานีของอิตาลี ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มี “visual identity” ชัดที่สุดในโลก บรรยากาศของรีสอร์ตที่ตั้งอยู่บนหน้าผาเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนผสานกับเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ ร่มลายทาง และโทนสีอบอุ่นของแดดอิตาลี ทำให้โรงแรมแห่งนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับแฟชั่นและการถ่ายภาพมายาวนาน หลายแบรนด์แฟชั่นเลือกใช้ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายแคมเปญ เพราะภาพของมันสะท้อนความหรูหราที่ดูผ่อนคลายและคลาสสิกไปพร้อมกัน
ขณะที่ในเอเชียโรงแรมยุคใหม่เริ่มออกแบบตัวเองให้เป็นพื้นที่วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ทางภาพเช่นกัน หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือ “The Standard Bangkok Mahanakhon” โรงแรมในตึกมหานครของกรุงเทพฯ ที่ออกแบบภายในด้วยสีสันสดใส งานศิลปะร่วมสมัย และพื้นที่ที่เปิดกว้างสำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรม ตั้งแต่แฟชั่นอีเวนต์ไปจนถึงปาร์ตี้ดนตรี ความตั้งใจของโรงแรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การให้บริการห้องพัก แต่คือการสร้างบรรยากาศที่ทำให้แขกรู้สึกว่าได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่สร้างสรรค์ของเมือง
ปรากฏการณ์ของ Hotel Aesthetic ยังเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมดิจิทัลโดยตรง นักเดินทางรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกที่พักโดยพิจารณาจากภาพที่พวกเขาเห็นในโซเชียลมีเดีย โรงแรมที่มีมุมถ่ายรูปสวยงามหรือมีดีไซน์โดดเด่นจึงมีโอกาสกลายเป็นไวรัลได้ง่ายกว่าที่เคย ภาพของล็อบบี้ สระว่ายน้ำ หรือแม้แต่ลิฟต์ของโรงแรมสามารถกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้ในเวลาไม่นาน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้โรงแรมบางแห่งกลายเป็น aesthetic icon จริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน โรงแรมที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้มักมีแนวคิดด้านดีไซน์ที่สอดคล้องกันทุกส่วน ตั้งแต่สถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ยูนิฟอร์มพนักงาน ไปจนถึงประสบการณ์ของร้านอาหารหรือบาร์ภายในโรงแรม ทุกองค์ประกอบต้องเล่าเรื่องเดียวกันเพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้แค่เข้าพักในสถานที่หนึ่ง แต่กำลังเข้าสู่ “โลก” ของโรงแรมแห่งนั้น ท้ายที่สุดการเกิดขึ้นของ Hotel Aesthetic สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการเดินทางในศตวรรษที่ 21 โรงแรมไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่ผู้คนใช้พักผ่อนระหว่างการเดินทางอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทในวัฒนธรรมร่วมสมัยทั้งแง่ของแฟชั่น ศิลปะ และการสร้างภาพจำใหม่ๆ ของการใช้ชีวิต
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.