โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเขียวมาตรการประหยัดพลังงาน ตั้งแอร์ 26–27 องศา เริ่มใช้ทันที

TNews

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 14.56 น.

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ ประหยัดพลังงาน หลังสถานการณ์พลังงานโลกยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพด้านพลังงานในหลายประเทศ

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีไทย ได้เห็นชอบมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามข้อเสนอของ กระทรวงพลังงาน เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของภาครัฐทั่วประเทศ

โดย ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการทันทีในทุกหน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างวินัยด้านการใช้พลังงาน และเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์พลังงานที่อาจมีความผันผวนในอนาคต

ไฟเขียวมาตรการประหยัดพลังงาน ตั้งแอร์ 26–27 องศา เริ่มใช้ทันที

รายละเอียดมาตรการสำคัญ

มาตรการประหยัดพลังงานที่หน่วยงานภาครัฐต้องดำเนินการ ได้แก่

- ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26–27 องศาเซลเซียส

- ปิดไฟในช่วงพักกลางวัน หรือในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งาน

- ตั้งค่าคอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมด Energy Save เมื่อไม่ได้ใช้งาน

- ลดการใช้เอกสาร และหันมาใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น

- ปิดลิฟต์บางส่วน และรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ใช้บันไดแทน

- ส่งเสริมการทำงานแบบ Work From Home (WFH) ตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน

ไฟเขียวมาตรการประหยัดพลังงาน ตั้งแอร์ 26–27 องศา เริ่มใช้ทันที

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสร้างแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังคาดหวังว่าการดำเนินมาตรการในหน่วยงานภาครัฐ จะช่วยเป็นตัวอย่างให้ภาคเอกชนและประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานมากขึ้น เพื่อร่วมกันรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์พลังงานโลกในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...