VvD บอก 'อดีตแข้ง' เวลาวิจารณ์ดาวรุ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบ
เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค กัปตันของ ลิเวอร์พูล ยอมรับเสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติของฟุตบอล แต่ชี้ว่าเหล่าอดีตนักเตะที่ผันตัวเป็นกูรูควรคอมเมนต์ถึงแข้งดาวรุ่งที่กำลังก้าวขึ้นมาโดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง
ฤดูกาลนี้แข้งวัย 34 ปีพูดถึงเสียงวิจารณ์จากเหล่าอดีตแข้งอยู่เป็นประจำ โดยเมื่อเร็วๆนี้ก็เพิ่งตำหนิ เวย์น รูนี่ย์ ว่าเป็นการวิจารณ์ที่ขี้เกียจ
แล้วในการให้สัมภาษณ์กับ แกรี่ เนวิลล์ ก่อนถึงเกมเจอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุดสัปดาห์นี้ เขาก็นำประเด็นเกี่ยวกับเสียงวิจารณ์ของอดีตแข้งมาพูดอีกครั้ง
"ส่วนตัวผมน่ะผมรับมือได้ แต่ผมค่อนข้างเป็นกังวลกับเจเนอเรชั่นถัดไป ผมรู้สึกว่าอดีตนักเตะระดับท็อปมีหน้าที่รับผิดชอบต่อแข้งรุ่นใหม่" ฟาน ไดจ์ค บอกกับ สกาย สปอร์ต
"เสียงวิจารณ์เป็นเรื่องปกติสุดๆและเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล ผมว่ามันควรเป็นแบบนั้น แต่บางครั้งเสียงวิจารณ์ก็กลายเป็นคลิกเบท พูดบางสิ่งออกมาเพื่อยั่วยุและไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบในด้านจิตใจของนักเตะที่ตามมาหลังจากนั้น โดยเฉพาะกับเจเนอเรชั่นหนุ่มๆที่อยู่บนโซเชียล มีเดียตลอด"
ฟาน ไดจ์ค เผยเขายังบอกกับนักเตะอายุน้อยๆให้อยู่ห่างจากโซเชียล มีเดีย แต่ก็ยอมรับว่าเวลาถูกรังแกหรือโดนวิจารณ์เสียหายเยอะๆหลังโชว์ฟอร์มน่าผิดหวัง ก็เป็นเรื่องยากที่นักเตะอายุน้อยเหล่านั้นจะเมินคำพูดดังกล่าว
แล้วจากที่สื่อยิ่งจับผิดมากขึ้นเรื่อยๆ ฟาน ไดจ์ค คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เหล่ากูรูผู้เคยผ่านการค้าแข้งมาก่อนจะต้องสนับสนุนนักเตะยุคใหม่ๆ เวลาออกมาวิจารณ์ผ่านหน้าจอทีวี
"ผมรู้สึกว่า, โดยเฉพาะกับอดีตนักเตะ นักเตะระดับท็อปๆ, ที่เคยผ่านทุกสิ่งมาก่อนน่ะ พวกเขาต้องมีหน้าที่รับผิดชอบปกป้องในด้านนั้นอยู่บ้างเหมือนกัน นั่นอาจเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา"
เวลานี้ ลิเวอร์พูล ตามหลังจ่าฝูงอยู่ 14 แต้มและเกมรับของพวกเขาเสียไปถึง 33 ประตูจากการลงเล่นไปแล้ว 24 เกมในลีก ผลลัพธ์และฟอร์มน่าผิดหวังของ "หงส์แดง" ทำให้ สล็อท ต้องพบกับเสียงวิจารณ์มากขึ้น
"เสียงวิจารณ์สำหรับฤดูกาลนี้คือสิ่งที่เราสมควรพบเพราะการเล่นของเราในหลายๆหน เพราะความพ่ายแพ้แบบที่เราพบติดๆกัน นั่นไม่ใช่มาตรฐานที่เราวางไว้โดยเฉพาะในปีที่แล้ว"
"แต่ด้านนึงมันมีเสียงวิจารณ์ และอีกด้านมันเป็นเรื่องของการไม่ให้ความเคารพ"
นอกจากนี้กองหลังชาวดัตช์ยังเตือน ลิเวอร์พูล ไม่ใช่สโมสรที่ตัดสินใจหุนหันและเชื่อว่า สล็อท ควรได้รับโอกาสให้พลิกสถานการณ์
"ผมยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของกระบวนการนะ ในมุมมองผมแล้วเขาสมควรได้รับความเคารพและโอกาสที่จะทำให้กระบวนการนี้จบลงในแบบที่ดี"