โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยพฤติกรรม ผอ.โรงเรียนดัง ก่อนครูสาวเชียงใหม่ เสียชีวิต

มุมข่าว

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 06.27 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 06.25 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เผยพฤติกรรม ผอ.โรงเรียนดัง ก่อนครูสาวเชียงใหม่ เสียชีวิต

วันที่ 6 ก.พ. 2569 จากกรณีที่กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในสังคมออนไลน์ภายหลัง สารวัตรต้น ออกมาโพสต์ข้อความอาลัยถึงภรรยา ครูปอ หรือ ครูพอลล่า ครูสอนภาษาอังกฤษดีเด่นของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมากว่า 10 ปี หลังภรรยาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่ตั้งข้อสังเกตต่อระบบข้าราชการไทย และเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ส่งผลให้เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดของครูปอได้ออกมาชี้แจง โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหนังคนละม้วน พร้อมชี้ว่า ครูปอมีความเครียดจากการถูกตรวจสอบกรณีทุจริตทางการเงิน มูลค่ากว่าล้านบาท ก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตตนเอง

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดภายในห้องการเงินของโรงเรียน ซึ่งบันทึกภาพไว้เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 พบว่าครูปอได้เข้าไปภายในห้องการเงิน ก่อนใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด จากนั้นตรวจพบว่าเอกสารทางการเงิน ซึ่งเป็นต้นขั้วทะเบียนใบเสร็จรับเงินของโรงเรียน ได้สูญหายไป

ต่อมาในวันที่ 26 มกราคม 2569 ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูปอเข้าพบ เพื่อแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้ครูปอหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงินของโรงเรียนเป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและป้องกันข้อครหา โดยได้เชิญบุคคลภายนอก 2 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่า ไม่มีการสร้างความกดดันหรือข่มขู่ครูปอ และมีเจตนาที่จะร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา

ภายหลังการพูดคุยดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนระบุว่า ไม่ได้พบครูปออีกเลย กระทั่งทราบข่าวในช่วงเช้าวันที่ 27 มกราคม 2569 ว่าครูปอเสียชีวิต จึงได้รายงานเหตุการณ์ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่เป็นการเร่งด่วน

เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังสารวัตรต้นใช้ทั้งเฟซบุ๊กของครูปอและบัญชีส่วนตัวของตนเอง โพสต์ข้อความเรียกร้องความเป็นธรรม จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากพุ่งเป้าไปที่ผู้อำนวยการโรงเรียน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนคนดังกล่าวเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 1 ปี โดยในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองหลายรายว่า มีการชำระค่าเทอมให้บุตรหลานแล้ว แต่ไม่ได้รับใบเสร็จรับเงินจากโรงเรียน เมื่อตรวจสอบระบบการเงินกลับไม่พบข้อมูลการชำระเงิน ขณะที่ผู้ปกครองยืนยันและแสดงหลักฐานสลิปการโอนเงินว่า ได้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของครูปอ จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ระบบการเงินของโรงเรียนมีความผิดปกติหลายประการ อาทิ การจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาเป็นเงินสดโดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินทันที การเก็บเงินสดไว้กับตัวโดยไม่นำฝากธนาคาร ไม่นำเข้าเซฟ

และไม่นำเข้าสู่ระบบ ทำให้มียอดเงินสะสมจำนวนมาก รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้ปกครองโอนเงินผ่านบัญชีส่วนตัวของเจ้าหน้าที่การเงิน การใช้ใบเสร็จข้ามเล่ม เลขที่ไม่เรียงลำดับ วันที่ในใบเสร็จต้นฉบับและสำเนาไม่ตรงกัน การนำเงินส่งเข้าระบบล่าช้า และไม่ติดตามผู้ที่ค้างชำระเงิน ส่งผลให้ระบบบัญชีไม่เป็นปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงมีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงิน พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และตรวจสอบเงินบำรุงการศึกษาย้อนหลังรวม 3 ปีการศึกษา โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีเงินสูญหายรวมประมาณ 5 ล้านบาท

ปัจจุบัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ส่วนกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนถูกหลายสื่อรายงานว่า ถูกเด้ง ล่าสุดได้ใช้สิทธิ์ลางาน เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการสอบสวนสามารถดำเนินการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่จนกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...