ร้อนแรง! ‘แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ’ โพสต์ถึง ‘ปิยบุตร’ ทำไม? vote no
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 ก.พ. เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. เวลา 06.54 น. • The Bangkok Insightร้อนแรง! "แก้วตา" โพสต์ถึง "ปิยบุตร" ลั่น vote no แถมแฉถูกผู้สมัครที่มาแทนปลอมแปลงเอกสารมาให้เซ็นยินยอม ย้ำประชาธิปไตยต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่ออำนาจ ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อความกลัว
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีตสส.กรุงเทพฯ เขต 2 โพสต์เฟสบุ๊ก ระบุว่า เรียนอาจารย์ปิยบุตรที่เคารพอย่างสูง
เส้นทางการเมืองได้ทำให้หนูเห็นทั้งความหวังและความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง หนูได้เรียนรู้ว่าอุดมการณ์-even the most noble ones-หลายครั้งก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ ไม่ว่าจะภายในพรรคหรือในสังคมที่เต็มไปด้วยโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมกันเลย
หนูถูกฟ้องมาตรา 112 ถึงสองครั้ง จากการรณรงค์ยกเลิกกฎหมายผ่านการเข้าชื่อเสนอกฎหมายตาม พ.ร.บ. 2561 และจากการไปรณรงค์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทั้งที่หนู ไม่ได้เอ่ยถึงสถาบันพระมหากษัตริย์แม้แต่น้อย
สิ่งที่หนูกล่าวมีเพียงการตั้งคำถามต่อ
• การบังคับใช้ที่ไม่เป็นธรรม
• การตีความที่กว้างเกินหลักนิติรัฐ
• โทษที่ไม่สัดส่วนจนเทียบเท่าคดีฆ่าคนโดยไม่เจตนา
• และหลักสากลด้านเสรีภาพในการแสดงออก
ท้ายที่สุด ทั้งสองคดีถูกยกฟ้องทั้งหมด เพราะข้อเท็จจริงชัดเจนว่า หนูวิจารณ์กฎหมาย ไม่ใช่บุคคล
แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน หนูกลับสูญเสียผู้ช่วยที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2562
เขาจากไปในค่ายทหารหลังถูกจับได้ใบแดง ทั้งที่หนูเคยสัญญาว่าเมื่อเขาปลดประจำการ หนูจะบรรจุเขาเป็นผู้ช่วยอย่างเป็นทางการ
การเสียชีวิตของเขาทำให้โลกของหนูพังลง และนำพาหนูสู่ภาวะซึมเศร้าหนักที่สุดในชีวิต
สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ความเจ็บปวดนี้กลับถูกใช้เป็นเหตุผลมองว่าหนู “ไม่เหมาะสม” จะเป็นผู้แทนราษฎร ทั้งที่เป็นผลจากโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมซึ่งคนตัวเล็กต้องแบกรับอย่างไม่สมควร
และนอกจากเรื่องของตัวเอง หนูก็ยังเจ็บปวดที่ไม่สามารถผลักดันความเท่าเทียมให้เป็นรูปธรรมได้ตามที่ตั้งใจไว้
ความเท่าเทียมที่เราพูดถึง-
ผู้ลี้ภัย
บุคคลไร้รัฐ
คนจน
คนที่ถูกทอดทิ้งโดยรัฐ
ประชาชนที่ไม่มีเครื่องมือเรียกร้องความเป็นธรรม
ทั้งหมดคือผู้คนที่หนูอยากยืนเคียงข้างในฐานะผู้แทน แต่กฎหมายที่บิดเบี้ยว โครงสร้างที่ปิดกั้น และอำนาจที่ไม่สมดุล ทำให้หนูไม่สามารถเรียกร้องสิทธิให้เขาได้ตามที่ควรจะทำ
และหนูอยากบอกอาจารย์อย่างตรงไปตรงมาว่า
หนูรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่ได้มากพอ
หนูอยากบอกคำว่าขอโทษ-ไม่ใช่ในฐานะผู้แพ้ แต่ในฐานะคนที่อยากทำมากกว่านี้แต่ทำไม่ได้ เพราะข้อจำกัดที่ใหญ่เกินแรงของคนคนเดียว
ถึงอย่างนั้น หนูก็ยังยืนหยัดอยู่บนเส้นทางนี้
เพราะหนูเดินตามรอยพ่อ-
หรืออาจารย์โต้ง
ผู้เขียนไว้ในบันทึกสุดท้ายว่า
“การต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกคือสมรภูมิสุดท้ายของชีวิตเขา”
พ่อศรัทธาในอาจารย์ปิยบุตร แม้ในวันที่คนจำนวนมากยังลังเล
พ่อเชื่อคุณ-ไม่ใช่เพราะพรรค แต่เพราะเห็นอาจารย์เป็นนักวิชาการที่ยืนหยัดด้วยหลักการเหมือนกับตัวพ่อเอง
แม้พ่อจะเคยตั้งข้อกังวลต่อ
คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ในสมัยแรก ๆ จากสายตาของนักสังคมนิยมที่เติบโตมาต้านทุนผูกขาด
แต่พ่อกลับ “เชื่อในอาจารย์ปิยบุตรตั้งแต่วันแรก”
พ่อคือเหตุผลที่หนูเริ่มเส้นทางนี้
แต่อาจารย์คือเหตุผลที่ทำให้หนูยังอยู่ต่อ
แม้อุดมการณ์จะยังเป็นเพียงทฤษฎี
แม้หนูจะเจ็บปวด สูญเสีย ถูกฟ้อง ถูกโจมตี และถูกมองอย่างไม่เป็นธรรม
แต่หนูเชื่อว่าสักวัน
สังคมไทยจะเข้าใจเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา
และวันนั้น ความเท่าเทียมจะไม่ใช่แค่คำพูด
แต่จะเป็นความจริงของประชาชนทุกคน
และจากเหตุผลทั้งหมดนี้เอง
ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะอดีตผู้แทนราษฎร
หนูตัดสินใจว่า หนูจะ vote no ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ไม่ใช่เพราะหนูหมดศรัทธาในประชาชน
แต่นี่คือการประกาศอย่างสงบว่า
หนูไม่อาจยอมรับระบบการเมืองที่ทำร้ายคนตัวเล็ก ๆ
ปิดกั้นผู้เห็นต่าง
ปล่อยให้กฎหมายที่บิดเบี้ยวทำลายชีวิตคน
และทำให้อุดมการณ์กลายเป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้อีกต่อไป
การ vote no ของหนูคือ
การยืนยันว่าประชาธิปไตยต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่ออำนาจ
ไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อความกลัว
และไม่ใช่ซื่อสัตย์ต่อกฎหมายที่ทำร้ายชีวิตมนุษย์
ด้วยความเคารพอย่างสูง
ธิษะณา ชุณหะวัณ
08/02/69
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘บิ๊กตู่’ ลั่นเลือกตั้งเพื่อให้รัฐบาลทำงานต่อเนื่อง ทุกคนต้องช่วยกัน
- ‘ยศชนัน’ ชวนคนไทยออกมาใช้สิทธิ์ -รอเข้าพรรคช่วงเย็นลุ้นผลคะแนน!
- ‘บิ๊กป้อม’ จับมือน้องชาย เดินเข้าคูหากาเลือกตั้งแต่เช้า ฝากถึงรัฐบาลใหม่ต้องเข้มแข็ง
ติดตามเราได้ที่