โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรค เผย อีสุกอีใสระบาด ป่วยพุ่ง 1 หมื่นราย เด็กวัยเรียนเสี่ยงสูง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมควบคุมโรค เผย อีสุกอีใสระบาด ป่วยพุ่ง 1 หมื่นราย เด็กวัยเรียนเสี่ยงสูง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์โรคสุกใสในประเทศไทย หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นปี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ซึ่งมีการรวมตัวในสถานศึกษาทำให้โรคสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ผ่านการไอ จาม การสัมผัสตุ่มน้ำของผู้ป่วย หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล กองระบาดวิทยา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 4 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคสุกใสสะสม 10,560 ราย และยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 208 ราย (ร้อยละ 1.97) เมื่อพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มเด็กวัยเรียนมีอัตราป่วยสูงที่สุด ได้แก่ อายุ 5 – 9 ปี (76.40 ต่อแสนประชากร) รองลงมา อายุ 10 – 14 ปี (55.90 ต่อแสนประชากร) และอายุ 0 – 4 ปี (49.10 ต่อแสนประชากร) สะท้อนให้เห็นว่าการรวมกลุ่มของเด็กในสถานศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของโรค ทั้งนี้ โรคสุกใสสามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปีแต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก

“ในส่วนของเหตุการณ์กรณีพบผู้ป่วยโรคสุกใสเป็นกลุ่มก้อนล่าสุดในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กรมควบคุมโรคและทีมสหสาขาวิชาชีพเครือข่ายสาธารณสุข สอบสวนโรคเบื้องต้นได้ผลยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็น โรคสุกใส (Chickenpox) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส Varicella zoster พบผู้ป่วยรวม 23 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยสงสัย 22 ราย และผู้ป่วยยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไข้ร่วมกับผื่นและตุ่มน้ำใสกระจายตามร่างกายซึ่งเป็นลักษณะอาการจำเพาะของโรค ยังไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ขณะนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดอยู่ในระบบเฝ้าระวัง โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแยกผู้ป่วย การติดตามอาการผู้สัมผัส การทำความสะอาดสถานที่ และการสื่อสารข้อมูลสุขภาพแก่ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องและยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง เนื่องจากโรคสุกใสมีระยะฟักตัวประมาณ 10 – 21 วัน” นพ.มณเฑียร กล่าว

อีสุกอีใส

ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้โรคสุกใสส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ผู้ป่วยควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน และพักอยู่ที่บ้านจนกว่าตุ่มผื่นจะแห้งและตกสะเก็ดทั้งหมด เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นและหายภายใน 1 – 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย เนื่องจากอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ สำหรับวัคซีนป้องกันโรคสุกใส คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้พิจารณาจัดอยู่ในลำดับความสำคัญที่ 7 ของการนำวัคซีนใหม่เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุ 1 ปี และเด็กอายุ 4 – 6 ปี จำนวน 2 โดส การนำวัคซีนดังกล่าวเข้าสู่ระบบมีศักยภาพในการลดภาระโรคและการระบาดในโรงเรียนในระยะยาว สำหรับวัคซีนป้องกันโรคสุกใส คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้พิจารณาจัดอยู่ในลำดับความสำคัญที่ 7 ของการนำวัคซีนใหม่เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุ 1 ปี และเด็กอายุ 4 – 6 ปี จำนวน 2 โดส การนำวัคซีนดังกล่าวเข้าสู่ระบบมีศักยภาพในการลดภาระโรคและการระบาดในโรงเรียนในระยะยาวหากมีไข้ร่วมกับผื่นหรือตุ่มน้ำใสตามร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น ทั้งนี้ ยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และสามารถควบคุมการแพร่กระจายได้ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เหมาะสม ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมควบคุมโรค เผย อีสุกอีใสระบาด ป่วยพุ่ง 1 หมื่นราย เด็กวัยเรียนเสี่ยงสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...