‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า! คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วไทย เตือนนโยบายรัฐทำพิษ ‘แย่งชิงทรัพยากรชุมชน’
เตือนภัย ‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วประเทศ บิ๊กโปรเจ็กต์รัฐ+นายทุน ทำพิษ แย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม TAILOR HALL ชั้น 9 โรงแรมเดอไพร์ม รางน้ำ (กรุงเทพฯ) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และขบวนประชาชนทั่วประเทศ นำแถลงการณ์ข้อเท็จจริงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากขบวนประชาชนทั่วประเทศ
ร่วมด้วย ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แห่งประเทศไทย, สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.), ขบวนการประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (PDMT), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move, เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปาตานี, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน), เครือข่าย 304 กินได้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน-กป.อพช., มูลนิธินิติธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม, โพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมประกาศจุดยืนในการขับเคลื่อนสังคมไทยต่อจากนี้
โดยในตอนหนึ่ง นายธีระเนตร ไชยสุวรรณ รองประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) กล่าวว่า ขอเรียกร้องความโปร่งใส ต่อกระบวนการเลือกตั้ง และจับตาการจัดตั้งรัฐบาลที่ส่งผลต่อทิศทางนโยบาย ที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิของประชาชน ซึ่งภาคประชาชนมีความกังวลอย่างยิ่ง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยและความหมายที่แท้จริงของเสียงประชาชน
“ขณะเดียวกัน เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ กำลังจับตาการตั้งรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลที่กำลังก่อร่างอยู่นี้ ไม่เพียงแต่จัดสรรเก้าอี้ทางการเมือง หากแต่คือ ‘การรวมศูนย์อำนาจระหว่างกลุ่มทุนผูกขาด และกลไกรัฐแบบอนุรักษนิยม’ ที่กำลังประสานตัวกันอย่างแนบนแน่น
ภายใต้ถ้อยคำที่สวยงามอย่าง เสถียรภาพ และการพัฒนา แต่ในความเป็นจริง คือ ประชาชน คนธรรมดา ที่ต้องจ่ายราคาให้กับการจัดระเบียบทางอำนาจนี้ ราคาทางการเมือง ราคาของสิทธิเสรีภาพ”
“เครือข่ายฯ จึงแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า การกำหนดนโยบายของรัฐบาล ด้วยโครงสร้างอำนาจเช่นนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ‘สิทธิของชุมชน’ และ ‘การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ’ สิทธิในการมีส่วนร่วม ในการกำหนดอนาคตของตัวเองและของประเทศ รวมถึงหลักประกันด้านสิทธิเสรีภาพขั้นของพื้นฐานของประชาชน” นายธีระเนตร กล่าว
ด้าน น.ส.อรชา จันทร์เดช เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ในฐานะตัวแทนประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ เราเชื่อว่า‘ทุนผูกขาดจะมากกว่าที่เป็นมา’ ในฐานะภาคประชาชน เราจึงอยากเตือนภัยเรื่องทุนผูกขาด ทุนจีน ทุนสีเทาทั้งหลาย ที่เร่งโครงการพัฒนา แล้วผลักภาระมาให้ชุมชน ประชาชน
เสียงสะท้อนจากลายพื้นที่ทั้วประเทศ บ่งชี้ตรงกันว่า โครงการพัฒนาอุตสาหกรรม เหมืองแร่ หรือแม้กระทั่งพลังงาน เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งกระจายตัวอยางรวดเร็วมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งภาคประชาสังคมรวมถึงคนในพื้นที่พยายามคัดค้าน แต่กังวลว่าในรัฐบาลชุดนี้จะเกิดการกลับมาผลักดันให้เกิดโครงการเหล่านี้อย่างรวดเร็ว
ภายใต้ทุนการพัฒนาเหล่านี้ จะผลักภาระให้ประชาชนต้องแบกรับ ทั้งการสูญเสียที่ดิน การสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร อาหารปลอดภัยทั้งหลาย การทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สั่นคลอนวิถีชีวิตของชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่ ทำให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนด้วย ซึ่งรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ
“เรามาดูตัวอย่างสถานการณช็ที่เกิดขึ้น เช่นที่ จ.ปราจีนบุรี และ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่ชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหา มลพิษอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลทั้งหลาย การเปลี่ยนผังเมืองเป็นผังนโยบาย รวมถึงผลกระทบจากเหมืองหิน ที่ จ.ชัยภูมิ, เหมืองแร่โปแตช ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งกำลังสร้างความกังวลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน และต้องใช้คำว่า ‘แย่งชิง’ ทรัพยากรในพื้นที่
โครงการกังหันลมในป่าภูยูง จ.มุกดาหาร ที่กระทบต่อแหล่งอาหาร ระบบนิเวศ และต้นน้ำของชุมชน, โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC , โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ที่อาจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนทั้งภาคใต้และทั้งภูมิภาค, การต่อสู้ของชุมชนเพื่อปกป้องสายน้ำ จากโครงการพัฒนา เช่น กรณีเขื่อนปากมูล และสายน้ำปาตานี” น.ส.อรชา ชี้
น.ส.อรชากล่าวต่อว่า จากสถานการณ์เหล่านี้ สะท้อนอย่างชัดเจนว่าการพัฒนาที่ลังเกิดขึ้นในหลายที่ทั่วประเทศ ถูกกำหนดโดยโครงสร้างอำนาจของรัฐ และทุนขนาดใหญ่ ในขณะที่ประชาชนไม่มีอำนาจตัดสินใจ อีกทั้งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชน
“เครือข่ายภาคประชาชน ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การพัฒนา ต้องเป็นสิทธิของประชาชน ที่จะกำหนดอนาคตของตัวเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดมาจากข้างบน โดยรัฐและทุนร่วมกัน โดยชุมชนไม่มีที่ยืนในกระบวนการตัดสินใจ” น.ส.อรชากล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า! คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วไทย เตือนนโยบายรัฐทำพิษ ‘แย่งชิงทรัพยากรชุมชน’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th