โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า! คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วไทย เตือนนโยบายรัฐทำพิษ ‘แย่งชิงทรัพยากรชุมชน’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เตือนภัย ‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วประเทศ บิ๊กโปรเจ็กต์รัฐ+นายทุน ทำพิษ แย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุม TAILOR HALL ชั้น 9 โรงแรมเดอไพร์ม รางน้ำ (กรุงเทพฯ) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และขบวนประชาชนทั่วประเทศ นำแถลงการณ์ข้อเท็จจริงสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากขบวนประชาชนทั่วประเทศ

ร่วมด้วย ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แห่งประเทศไทย, สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.), ขบวนการประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (PDMT), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move, เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่, เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปาตานี, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน), เครือข่าย 304 กินได้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.), คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน-กป.อพช., มูลนิธินิติธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม, โพรเทคชั่นอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมประกาศจุดยืนในการขับเคลื่อนสังคมไทยต่อจากนี้

โดยในตอนหนึ่ง นายธีระเนตร ไชยสุวรรณ รองประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) กล่าวว่า ขอเรียกร้องความโปร่งใส ต่อกระบวนการเลือกตั้ง และจับตาการจัดตั้งรัฐบาลที่ส่งผลต่อทิศทางนโยบาย ที่กระทบโดยตรงต่อสิทธิของประชาชน ซึ่งภาคประชาชนมีความกังวลอย่างยิ่ง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยและความหมายที่แท้จริงของเสียงประชาชน

“ขณะเดียวกัน เครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ กำลังจับตาการตั้งรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลที่กำลังก่อร่างอยู่นี้ ไม่เพียงแต่จัดสรรเก้าอี้ทางการเมือง หากแต่คือ ‘การรวมศูนย์อำนาจระหว่างกลุ่มทุนผูกขาด และกลไกรัฐแบบอนุรักษนิยม’ ที่กำลังประสานตัวกันอย่างแนบนแน่น

ภายใต้ถ้อยคำที่สวยงามอย่าง เสถียรภาพ และการพัฒนา แต่ในความเป็นจริง คือ ประชาชน คนธรรมดา ที่ต้องจ่ายราคาให้กับการจัดระเบียบทางอำนาจนี้ ราคาทางการเมือง ราคาของสิทธิเสรีภาพ”

“เครือข่ายฯ จึงแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า การกำหนดนโยบายของรัฐบาล ด้วยโครงสร้างอำนาจเช่นนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ‘สิทธิของชุมชน’ และ ‘การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ’ สิทธิในการมีส่วนร่วม ในการกำหนดอนาคตของตัวเองและของประเทศ รวมถึงหลักประกันด้านสิทธิเสรีภาพขั้นของพื้นฐานของประชาชน” นายธีระเนตร กล่าว

ด้าน น.ส.อรชา จันทร์เดช เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ในฐานะตัวแทนประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ เราเชื่อว่า‘ทุนผูกขาดจะมากกว่าที่เป็นมา’ ในฐานะภาคประชาชน เราจึงอยากเตือนภัยเรื่องทุนผูกขาด ทุนจีน ทุนสีเทาทั้งหลาย ที่เร่งโครงการพัฒนา แล้วผลักภาระมาให้ชุมชน ประชาชน

เสียงสะท้อนจากลายพื้นที่ทั้วประเทศ บ่งชี้ตรงกันว่า โครงการพัฒนาอุตสาหกรรม เหมืองแร่ หรือแม้กระทั่งพลังงาน เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งกระจายตัวอยางรวดเร็วมากในปีที่ผ่านมา ซึ่งภาคประชาสังคมรวมถึงคนในพื้นที่พยายามคัดค้าน แต่กังวลว่าในรัฐบาลชุดนี้จะเกิดการกลับมาผลักดันให้เกิดโครงการเหล่านี้อย่างรวดเร็ว

ภายใต้ทุนการพัฒนาเหล่านี้ จะผลักภาระให้ประชาชนต้องแบกรับ ทั้งการสูญเสียที่ดิน การสูญเสียความมั่นคงทางอาหาร อาหารปลอดภัยทั้งหลาย การทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สั่นคลอนวิถีชีวิตของชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่ ทำให้เกิดความขัดแย้งในชุมชนด้วย ซึ่งรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ

“เรามาดูตัวอย่างสถานการณช็ที่เกิดขึ้น เช่นที่ จ.ปราจีนบุรี และ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่ชุมชนกำลังเผชิญกับปัญหา มลพิษอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลทั้งหลาย การเปลี่ยนผังเมืองเป็นผังนโยบาย รวมถึงผลกระทบจากเหมืองหิน ที่ จ.ชัยภูมิ, เหมืองแร่โปแตช ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งกำลังสร้างความกังวลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน และต้องใช้คำว่า ‘แย่งชิง’ ทรัพยากรในพื้นที่

โครงการกังหันลมในป่าภูยูง จ.มุกดาหาร ที่กระทบต่อแหล่งอาหาร ระบบนิเวศ และต้นน้ำของชุมชน, โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC , โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ที่อาจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของผู้คนทั้งภาคใต้และทั้งภูมิภาค, การต่อสู้ของชุมชนเพื่อปกป้องสายน้ำ จากโครงการพัฒนา เช่น กรณีเขื่อนปากมูล และสายน้ำปาตานี” น.ส.อรชา ชี้

น.ส.อรชากล่าวต่อว่า จากสถานการณ์เหล่านี้ สะท้อนอย่างชัดเจนว่าการพัฒนาที่ลังเกิดขึ้นในหลายที่ทั่วประเทศ ถูกกำหนดโดยโครงสร้างอำนาจของรัฐ และทุนขนาดใหญ่ ในขณะที่ประชาชนไม่มีอำนาจตัดสินใจ อีกทั้งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชน

“เครือข่ายภาคประชาชน ยืนยันอย่างชัดเจนว่า การพัฒนา ต้องเป็นสิทธิของประชาชน ที่จะกำหนดอนาคตของตัวเอง ไม่ใช่ถูกกำหนดมาจากข้างบน โดยรัฐและทุนร่วมกัน โดยชุมชนไม่มีที่ยืนในกระบวนการตัดสินใจ” น.ส.อรชากล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ทุนเทา’ จะหนักกว่าเก่า! คนปราจีนฯ เล่าเสียงบ่นจากทั่วไทย เตือนนโยบายรัฐทำพิษ ‘แย่งชิงทรัพยากรชุมชน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...