สิงคโปร์ เตรียมคุมเข้ม “กล่องสุ่ม” หวั่นกระตุ้นพฤติกรรมคล้ายการพนัน
สิงคโปร์ เตรียมออกกฎบังคับเปิดเผยโอกาสได้สินค้าภายในกล่องสุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงด้านการพนัน หลังได้รับความนิยมสูงและหนุนรายได้ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ทั่วโลก
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.38 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สิงคโปร์กำลังเดินหน้าจัดการความเสี่ยงด้านการพนันที่เกิดจากกระแสความนิยมของสินค้าแบบกล่องสุ่ม (blind boxes) หรือสินค้าที่ผู้ซื้อไม่ทราบแน่ชัดว่าจะได้อะไรอยู่ภายใน หลังผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
หน่วยงานกำกับดูแลด้านการพนันของสิงคโปร์ และกระทรวงมหาดไทย ตัดสินใจเตรียมออกกฎระเบียบเพื่อควบคุมวิธีการจำหน่ายกล่องสุ่ม ตามคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคำถามในรัฐสภาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์
ในระหว่างการยกร่างกฎใหม่ ทางการจะพิจารณากำหนดให้มีการเปิดเผยความน่าจะเป็นของการได้รับสินค้าประเภทต่าง ๆ ภายในกล่องอย่างเป็นมาตรฐานและเป็นข้อบังคับ เพื่อช่วยลดแรงจูงใจที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงคล้ายการพนัน โดยนายเค ชานมูกัม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการพนันให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
ปรากฏการณ์กล่องสุ่มได้ช่วยหนุนรายได้ให้กับผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ เช่น Pop Mart International Group Ltd. และ Miniso Group Holding Ltd. โดยผู้บริโภคจำนวนมากตามล่าหาตัวหายาก และนำบางชิ้นไปขายต่อในราคาหลายพันดอลลาร์
ปัจจุบัน Pop Mart เปิดร้านอย่างน้อย 6 แห่งทั่วสิงคโปร์ ตั้งแต่ย่านช้อปปิ้งสำคัญอย่างออร์ชาร์ดไปจนถึงห้างชานเมือง และยังจัดนิทรรศการประจำปีที่มีผู้เข้าชมหลายร้อยคน โดยในปี 2568 บัตรเข้าชมแบบพรีเมียมมีราคาสูงถึง 208 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 165 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่ากฎระเบียบใหม่จะส่งผลต่อยอดขายของสินค้ายอดนิยมเหล่านี้มากน้อยเพียงใด
ความเคลื่อนไหวของสิงคโปร์ถือว่าก้าวไปไกลกว่าหลายประเทศในการควบคุมสินค้าประเภทเดียวกันที่อาจกระตุ้นพฤติกรรมคล้ายการพนัน โดยในปี 2566 สมาคมผู้บริโภคจีน (China Consumers Association) เคยเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนสินค้าที่ผลิต และโอกาสในการได้สินค้ารุ่นลิมิเต็ด
ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของจีนเคยเตือนถึงผลกระทบของสินค้าลักษณะนี้ต่อเด็กและเยาวชน พร้อมเสนอแนวคิดการจัดโซนจำหน่ายเฉพาะผู้ใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตกอยู่ในพฤติกรรมการซื้อซ้ำที่อาจก่อให้เกิดการเสพติด
อ้างอิง : bloomberg.com