คำพิพากษาศาลฎีกา ลูกหนี้ส่งสติกเกอร์ไลน์ "ขอบคุณครับ" ให้เจ้าหนี้ ไม่ถือเป็นหลักฐานกู้ยืมเงิน
คำพิพากษา ศาลฎีกา ที่ 3622/2568 เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นเพียงการส่งสติกเกอร์มีข้อความ “ขอบคุณครับ” ภายหลังโจทก์โอนเงินเข้าบัญชีจำเลยแล้ว แต่ไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงินเป็นการให้กู้ยืมเงิน ข้อความดังกล่าว จึงไม่ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรค 1 พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7, 8, 9
บันทึกหน้าจอแอปพลิเคชันไลน์ที่โจทก์และจำเลยสนทนากันปรากฏข้อความว่า วันที่ 15 มีนาคม 2565 เวลา 15.20 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ แล้วเวลา 16.35 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้ง
จากนั้นเวลา 17 นาฬิกา โจทก์โอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารให้จำเลย เวลา 17.01 นาฬิกา จำเลยส่งสติกเกอร์มีข้อความว่า “ขอบคุณครับ” ถึงโจทก์ เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์ไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน
แม้การสนทนาดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อมูล และมาตรา 9 ให้ถือว่าการที่จำเลยส่งสติกเกอร์มีคำว่า “ขอบคุณครับ” เป็นการลงลายมือชื่อของจำเลยดังที่โจทก์อ้างในฎีกา แต่ตามมาตรา 8 ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สนทนากันจะต้องสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน จึงจะถือว่าข้อความนั้นเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรค 1
เมื่อข้อความดังกล่าวไม่แสดงถึงการกู้ยืมเงินแล้ว ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นย่อมไม่มีผลผูกพันและบังคับใช้ทางกฎหมายให้จำเลยชำระหนี้กู้ยืมเงินแก่โจทก์ได้
ข้อมูล : https://www.facebook.com/photo?fbid=1334227282076205&set=a.592543646244576&locale=th_TH