โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิตคอยน์ดิ่ง 60,000 ร่วง 30% ในสัปดาห์เดียว แรงเทขายถล่ม นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

Thairath Money

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 03.16 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 03.11 น.
ภาพไฮไลต์

บิตคอยน์ (Bitcoin) ราคาร่วงลงอีก ล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ตามเวลาประเทศไทย ราคาบิตคอยน์ลงไปแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว ก่อนที่จะกลับขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ช่วง 65,000 ดอลลาร์สหรัฐ นับว่าราคาปรับตัวลงมาแล้วถึง 48.8% จาก All-Time High เมื่อตุลาคมปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว ราคาบิตคอยน์ปรับตัวหลุดระดับ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ และหลังจากนั้นแรงขายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาถอยกลับมาใกล้กับระดับก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยเฉพาะในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว บิตคอยน์ปรับตัวลดลงไปแล้วเกือบ 30%

ราคาบิตคอยน์ร่วงลงแตะระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.พ. 2026 ตามเวลาประเทศไทย (ภาพจาก CoinMarketCap)

มูลค่าบิตคอยน์ที่ลดลงครั้งนี้ยังถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 และแรงกระเพื่อมนี้ยังลามไปถึงโทเคนอื่น ๆ กองทุน ETF ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทอย่าง Strategy ที่ถือครองบิตคอยน์จำนวนมหาศาลอีกด้วย

คริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ก็เผชิญแรงขายหนักไม่แพ้กัน โดย Ether ปรับตัวลดลงมาแล้ว 33% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Solana ร่วงลงไปแตะระดับ 88.42 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี และลดลงเกือบ 40% ภายในสัปดาห์เดียว

นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

ในช่วงหนึ่งของการซื้อขาย บิตคอยน์ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 60,074 ดอลลาร์สหรัฐ (ตามข้อมูลของ CoinMarketCap) จากแรงเทขายในตลาดคริปโตฯ ที่รุนแรงขึ้น ขณะที่นักลงทุนเริ่มกลับมาทบทวนถึง “ประโยชน์ใช้สอยจริง” ของโทเคนนี้อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้บิตคอยน์ถูกยกย่องทั้งในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ ป้องกันความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก และเป็นทางเลือกแทนเงินสกุลหลัก รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมอย่างทองคำ

ตลาดเริ่มส่งสัญญาณเปราะบางตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา เมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์กำลังเพิ่มสูงขึ้นจนสั่นคลอนตลาดการเงินโลก และทำให้นักลงทุนลดการรับความเสี่ยง ซึ่งกลายเป็นชนวนให้บิตคอยน์เริ่มดิ่งลงอย่างรุนแรงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม และนำไปสู่ “วงจรขายซ้ำ” เมื่อกองทุนต่าง ๆ ต้องขายสินทรัพย์เพื่อรองรับการไถ่ถอน และปิดสถานะเลเวอเรจ ส่งผลให้แรงขายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

Marion Laboure นักวิเคราะห์จาก Deutsche Bank ระบุเมื่อวันพุธว่า “แรงขายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนแบบดั้งเดิมกำลังเริ่มลดความสนใจ และภาพรวมความเชื่อมั่นต่อคริปโตฯ ในตลาดกำลังแย่ลง”

ความระมัดระวังของนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น หลังคำกล่าวอ้างหลายประเด็นเกี่ยวกับบิตคอยน์ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริง โดยในช่วงที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ขณะที่การนำบิตคอยน์มาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการยังคงมีจำกัด

นักลงทุนสถาบันเริ่มเทขาย

แม้ก่อนหน้านี้นักลงทุนสถาบันจะถูกมองว่าเป็นแรงหนุนสำคัญของราคาบิตคอยน์ แต่ล่าสุดกลุ่มนักลงทุนกลุ่มนี้กลับเริ่มลดการถือครองอย่างชัดเจน

ก่อนหน้านี้ เงินไหลเข้าของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เคยเป็นแรงพยุงสำคัญของราคาบิตคอยน์ตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา หลังมีเงินทุนไหลเข้าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กระแสดังกล่าวได้กลับทิศ หลังราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนัก

ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า เพียงเดือนเดียวที่ผ่านมา มีเงินไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF แล้วราว 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากนับย้อนหลัง 3 เดือน ตัวเลขเงินไหลออกสูงกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Ilan Solot นักกลยุทธ์ตลาดโลกอาวุโสจาก Marex มองว่า แรงขายในรอบนี้เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีบางกลุ่ม การที่ราคาทองคำให้ผลตอบแทนดีกว่า บรรยากาศการลดความเสี่ยงของตลาดโดยรวม รวมถึงคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับกรอบการประเมินมูลค่าของคริปโตเคอร์เรนซี

“ภาพรวมระยะสั้นอาจยังคงเป็นขาลง แต่จุดที่เลวร้ายที่สุดอาจผ่านไปแล้ว” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า “ในอดีต การปรับตัวลงในลักษณะนี้มักกลายเป็นโอกาสซื้อสำหรับนักลงทุนระยะยาว และหลายคนก็น่าจะมองมันในมุมนี้เช่นกัน”

ที่มา: CNBC, Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิตคอยน์ดิ่ง 60,000 ร่วง 30% ในสัปดาห์เดียว แรงเทขายถล่ม นักลงทุนตั้งคำถาม “ทองคำดิจิทัล” จริงไหม?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...