โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับ7ผู้ต้องหา ขุด–ลอกทรายเถื่อนนาน 19 ปี พังฝาย เปลี่ยนทางน้ำ

Khaosod

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 07.08 น.

ป.ทลายเหมืองทรายอิทธิพลเชียงใหม่ บุกจับคาหนังคาเขา 7 ผู้ต้องหา ขุด–ลอกทรายเถื่อนนาน 19 ปี พังฝาย เปลี่ยนทางน้ำ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

วันที่ 5 ก.พ. 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ร่วมกัน พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., และ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. นำกำลังร่วมตำรวจตระเวนชายแดนที่33 เชียงใหม่, ตำรวจภูธร ภาค 5 และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ชม.13 (สันป่าตอง)

เข้าตรวจสอบเหมืองทรายเถื่อนในพื้นที่ ม.7 ต.น้ำบ่อหลวง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ก่อนจับกุม ร้อยเอกเอ (นามสมมติ) อายุ 80 ปี เจ้าของที่ดิน และเป็นผู้ว่าจ้าง รวมถึงกลุ่มคนงาน อีก 6 ราย พร้อมของกลาง รถแบกโฮ 2 คัน รถบรรทุก 3 คัน และ ใบจดรายการเที่ยวรถวิ่งทราย 1 ฉบับ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ได้ร้องเรียน จากประชาชนในพื้นที่ว่า มีผู้ลักลอบขุด ตัก และลอกทราย ในลำน้ำแม่ขาน ท้องที่ อ.สันป่าตอง รวมถึงยังมีการขุดลอกใต้แนวฝาย ส่งผลให้โครงสร้างฝาย เกิดความเสียหาย ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง

ก่อให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งอย่างรุนแรง บ้านเรือนและที่ดินของประชาชนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ

หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส จนเชื่อว่า น่าจะมีการกระทำผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบ ร้อยเอกเอ แสดงตัวเป็นเจ้าของที่ดิน พร้อมกลุ่มคนงานอีก 6 คน กำลังขับรถแบกโฮขุดตักทราย ใส่รถบรรทุก และ คอยจดบันทึกรายการเที่ยวรถวิ่งทราย

เจ้าหน้าที่ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสารการขออนุญาตประกอบกิจการ พบใบอนุญาตหมดอายุ ประกอบกับ ขณะขนลำเลียงทรายออกจากพื้นที่ด้วยรถบรรทุกหกล้อไม่มีการคลุมผ้าใบหรือวัสดุป้องกัน ทำให้น้ำเสียและเศษทรายตกหล่นบนถนนสาธารณะตลอดเส้นทาง

ส่งผลให้ถนนในชุมชนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ก่อให้เกิดมลภาวะฝุ่นละอองและเสียงดังรบกวนต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด รวม 7 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางซึ่งเป็นเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกที่ใช้ในการกระทำความผิด รวมมูลค่าหลายล้านบาท

จากการสอบสวน ร้อยเอกเอ ให้การยอมรับว่าได้ว่าจ้างให้มีการขุดตักและลอกทรายในพื้นที่จริง โดยอ้างว่าเป็นการขุดทรายที่ไหลมาทับถมจากเหตุอุทกภัย เพื่อนำไปจำหน่ายและนำเงินรายได้ไปใช้ในการก่อสร้างเขื่อนหรือแนวป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันตั้งโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ร่วมกันประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากแนวทางสืบสวน ทราบว่า เหมืองทรายแห่งนี้เป็นที่รับรู้ของชาวบ้านกันมาโดยตลอดว่า มีเจ้าของเป็นอดีตทหารนอกราชการ และมีเครือข่ายความสัมพันธ์กับบุคคลระดับสูงในแวดวงการเมืองและข้าราชการ

ซึ่งประชาชนในพื้นที่มองว่าเป็น “คนมีสี” และเป็นผู้มีอิทธิพล ส่งผลให้กิจการเหมืองทรายดังกล่าวสามารถดำเนินการมาได้อย่างยาวนาน 19 ปี ตั้งแต่ปี 2550 โดยไม่เคยปรากฏว่าถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่พบว่าเหมืองทรายแห่งนี้ดำเนินกิจการอย่างเปิดเผย มีการใช้เครื่องจักรกลหนักขุด ตัก และลอกทรายเป็นประจำ แม้จะมีเสียงร้องเรียนและความเดือดร้อนเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ทุกครั้งเรื่องกลับเงียบหายไป โดยไม่ปรากฏว่ามีหน่วยงานใดเข้ามาดำเนินการอย่างจริงจัง จนทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจว่า กิจการดังกล่าวอาจได้รับการ “คุ้มครอง” จากผู้มีอำนาจนัการเมืองบ้านใหญ่ หรือเครือข่ายอิทธิพลคนมีสี

ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ยังรับรู้กันว่า เจ้าของเหมืองทรายมีความสนิทสนมกับนักการเมืองข้าราชการระดับสูง และบุคคลสำคัญในกลุ่มการเมืองมากมาย ทำให้ไม่กล้าเข้าแจ้งความหรือร้องเรียนต่อหน่วยงานในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับผลกระทบกลั่นแกล้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับ7ผู้ต้องหา ขุด–ลอกทรายเถื่อนนาน 19 ปี พังฝาย เปลี่ยนทางน้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...