โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภรรยาไรเดอร์ เปิดใจ ถูกใส่ร้ายตั้งแต่ปี 68 โดนตราหน้าเป็นคนโกง

Khaosod

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 07.20 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 07.20 น.
ภรรยาไรเดอร์ เปิดใจ ถูกใส่ร้ายตั้งแต่ปี 68 โดนตราหน้าเป็นคนโกง

ภรรยาไรเดอร์ เปิดใจ ถูกใส่ร้ายตั้งแต่ปี 68 ตราหน้าเป็นคนโกง ลูก4คนหมดอนาคต หลังสามีเป็นข่าวดัง ชีวิตมืดแปดด้าน บ้านถูกไล่ที่ พ้อรอวันตาย ตร.ไม่รับแจ้งความ

จากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่องราวของ หนุ่มไรเดอร์ รายหนึ่ง “มืดแปดด้าน” พ้อรอวันตาย หลังประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งรถจักรยานยนต์ถูกยึด บ้านถูกไล่ที่ ไฟถูกตัด รวมถึงภรรยาถูกโกงจนป่วย เหตุเกิดขึ้นเมื่อปี 2568 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล ทั้งในกลุ่มผู้ที่แชร์ให้กำลังใจ และผู้ที่ออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้เสียหายจากภรรยาไรเดอร์

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 ก.พ.2569 น.ส.แพท แฟนสาวของไรเดอร์ เปิดใจกับ "ข่าวสดออนไลน์" ว่า ตนถูกกลั่นแกล้งและใส่ร้ายมาตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2568 โดยยืนยันว่าไม่เคยอยากมีปัญหากับใคร เพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อลูก ๆ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัว คือกลุ่มคนที่เอาเงินของตนไปแล้วไม่คืนและยังมาใส่ร้ายตน

ภรรยาไรเดอร์

ภรรยาไรเดอร์ เปิดใจ ถูกใส่ร้ายตั้งแต่ปี 68 ตราหน้าเป็นคนโกง ลูก4คนหมดอนาคต หลังสามีเป็นข่าวดัง ชีวิตมืดแปดด้าน บ้านถูกไล่ที่ พ้อรอวันตาย

บ้านที่ตนอยู่อาศัยนั้น อยู่กันมานานกว่า 50 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ และตนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานกว่า 21 ปี มีลูกด้วยกันทั้งหมด 4 คน โดยลูกคนโตเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 3 แต่ปัจจุบันต้องออกจากมหาวิทยาลัย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเรื่องที่เกิดขึ้น

ส่วนลูกอีก 2 คนกำลังเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่ง และยังเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วย ซึ่งกำลังจะลงแข่งขันแมตช์สุดท้ายรอบชิงชนะเลิศ แต่ต้องหมดสิทธิ์แข่งขันเพราะจำเป็นต้องย้ายบ้านอย่างกะทันหัน ไม่มีที่อยู่อาศัย ขณะที่ลูกคนเล็กเรียนอยู่ระดับอนุบาล

ยืนยันว่า สาเหตุที่ครอบครัวต้องย้ายออก เพราะมีคนเข้ามารื้อบ้านและข่มขู่สารพัด แม้ครอบครัวจะพยายามขอย้ายออกเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูก ๆ แต่กลับถูกกดดัน กลั่นแกล้ง และข่มขู่ตลอดเวลา จนกระทบสภาพจิตใจของเด็ก

โดยผู้ที่เข้ามากระทำดังกล่าวคือ หลานเจ้าของที่ดิน ที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ แต่มีหลายคนแจ้งกับตนว่า ที่ดินดังกล่าวอาจไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของบุคคลที่อ้างสิทธิ์จริง อย่างไรก็ตาม ครอบครัวตนยังคงรับผิดชอบจ่ายค่าเช่าตลอดมาเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1,800 บาท และมีค่าหน้าดินปีละ 2,000 บาท ซึ่งตนระบุว่าค่าหน้าดินดังกล่าวก็คือสัญญาเช่านั่นเอง

แม้บางครั้งจ่ายล่าช้าเพียงวันเดียว ครอบครัวก็จ่ายค่าปรับให้วันละ 100 บาท และไม่เคยค้างค่าเช่า พร้อมยืนยันว่า ตนยอมมาตลอด อีกทั้งเพิ่งลงทุนรีโนเวทบ้านไปเป็นเงินหลักแสนบาท เพื่ออนาคตของลูก ๆ แต่กลับต้องถูกบีบให้ย้ายออกอย่างไม่เป็นธรรม

ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานรัฐ และติดต่อไปยังทีมงานของ สส. คนหนึ่ง และทาง สส. บอกตนอย่างมั่นใจว่า ที่ดินตรงนี้เป็นของวัด และตนอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่เด็ก พร้อมระบุว่ามีพยาน และยังบอกว่า “ไม่ต้องย้าย เดี๋ยวจะช่วย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แต่หลังจากนั้นกลับหายเงียบไป เมื่อครอบครัวติดตามเรื่อง ทาง สส.ได้โทรกลับมาพูดคุยกับตนและสามีโดยตรง และยืนยันว่าจะเข้ามาช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม แม้จะดึกแค่ไหนก็จะมา แต่สุดท้ายก็ไม่มาตามที่รับปากไว้ ยืนยันว่ามีหลักฐานการสนทนาชัดเจน

จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวตนถูกคนกลุ่มดังกล่าวเข้ามารื้อบ้านทันที ทำให้ตนและลูก ๆ ต้องอพยพออกจากบ้านแบบฉุกละหุก จนไม่ได้ไปเรียน ทั้งเด็กระดับ ป.5 ป.6 นักศึกษามหาวิทยาลัยปี 3 และเด็กอนุบาล ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่ใจร้ายอย่างมาก

ต่อมา เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจกลับไม่รับเรื่อง และยังไล่ตนออกไปเหมือน “หมูหมา” ทั้งที่ลูก ๆ สามารถเป็นพยานได้ พร้อมย้ำว่าในเวลานั้น “ข่าวสด” เป็นสื่อที่เข้ามาช่วยทำข่าวให้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากให้กำลังใจ และขอบคุณประชาชนที่เข้าใจ

ในโลกออนไลน์มีบัญชีเฟซบุ๊กไม่กี่บัญชีที่เข้ามาถล่มครอบครัวตนด้วยการใส่ร้ายสารพัด แต่หากประชาชนใช้วิจารณญาณจะเห็นได้ว่าเป็นเพียงตัวละครไม่กี่บัญชีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเสียใจที่มีบางเพจนำเสนอข่าวผิดพลาด โดยเฉพาะเพจเพจหนึ่งที่ลงข่าวเท็จ เข้าข้างฝ่ายที่ตนมองว่าเป็นผู้กระทำผิด ตีข่าวมั่วจนทำให้ตนเสียหาย

นอกจากนี้ ตำรวจเหมือนเข้าข้างฝ่ายผิด และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตนมีหลักฐานครบ ไม่ว่าจะเป็นแชตหรือสลิปโอนเงิน พร้อมยืนยันว่ากลุ่มที่ใส่ร้ายตน “เป็นหนี้ตนด้วยซ้ำ”

ทั้งนี้ ที่สุด ตนพยายามร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ จ.นนทบุรี ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต ศูนย์ของนายกสมนึก เทศบาล หรือศูนย์ดำรงธรรม แต่กลับไม่มีความคืบหน้า ทุกฝ่ายนิ่งเฉย ตนถูกตราหน้าว่าเป็นคนโกง ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น วอนสังคมรับฟังตนและอยากได้รับความเป็นธรรมให้กับครอบครัว เพราะตอนนี้สภาพจิตใจแย่มาก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภรรยาไรเดอร์ เปิดใจ ถูกใส่ร้ายตั้งแต่ปี 68 โดนตราหน้าเป็นคนโกง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...