โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แสวง แจงยิบปมผู้สมัครถูกจับ ยังไม่ขาดคุณสมบัติ เตือนคว่ำบาตรพรรค เสี่ยงผิดกม.

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แสวง แจงยิบปมผู้สมัครถูกจับ ยังไม่ขาดคุณสมบัติ เตือนคว่ำบาตรพรรค เสี่ยงผิดกม.

แสวง แจงรัวปมผู้สมัครสส.ถูกจับ ยังไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ เว้นเจ้าตัวพ้นสมาชิกพรรคเอง มองปมรวมตัวคว่ำบาตรพรรคการเมือง ระวังอาจผิดกม.เลือกตั้ง พร้อมรับจบ ด่าตัวเองแทนได้ถ้าไม่พอใจ

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการหารเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงผู้สมัคร สส.ถูกจับกุม ถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ว่า กรณีผู้สมัครที่ได้รับการประกาศเป็นผู้สมัคร แล้วถูกจับและฝากขัง และยังไม่ได้รับการประกันตัว ตามกฎหมายถือว่าผู้สมัครรายนี้ยังเป็นผู้สมัคร ไม่ถือเป็นลักษณะต้องห้าม เพราะเรื่องอยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน จนถึงวันที่ 8 ก.พ.2569 ก็ยังเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ได้

หากผู้สมัครรายนั้น ทำให้ตัวเองมีลักษณะต้องห้าม เช่น พ้นจากความเป็นสมาชิกพรรค ก็จะเป็นผู้สมัครไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีผลทันที เพราะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าพ้นจากสมาชิกพรรค ก่อนวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ทางผอ.เขตเลือกตั้งที่ผู้สมัครรายนั้นสมัครอยู่ จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้ถอนชื่อผู้สมัคร หากศาลพิจารณาทัน สำนักงานกกต.ก็จะประชาสัมพันธ์ว่าไม่มีผู้สมัครเบอร์นั้นแล้ว ถ้าลงคะแนนให้เบอร์นั้นจะถือว่าเป็นบัตรเสีย

ถ้าเราส่งศาลกระชั้นชิด เช่น ส่งก่อน 1 วัน ศาลอาจมีคำสั่งออกมาไม่ทัน ผู้สมัครรายนั้นยังถือเป็นผู้สมัครอยู่ต่อไป ในวันที่ 8 ก.พ. ประชาชนยังลงคะแนนให้ผู้สมัครรายนี้ได้ แต่เมื่อผลออกมา ถ้าผู้สมัครท่านนั้นได้คะแนนอยู่ในลำดับ ที่ 1 จะต้องได้รับการประกาศเป็น สส. ก็มายื่นให้กกต.วินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ ถ้ามีลักษณะต้องห้าม กกต.ต้องสั่งยกเลิกการเลือกตั้งในเขตนั้น ให้เลือกตั้งใหม่ นี่คือกระบวนการตามกฎหมาย แต่ข้อเท็จจริงยังต้องรอดูต่อไป

เมื่อถามว่ากรณีผู้สมัครถูกจับ แต่ขั้นตอนกฎหมายยังดำเนินต่อไปจนเลือกตั้งได้ รวมถึงพรรคต้นสังกัดระบุทราบว่ายังมีผู้สมัครรายอื่นอีกที่เกี่ยวพัน แต่พรรคไม่ดำเนินการจนสุดท้ายถูกจับ จะทำให้พรรคนั้นมีความผิดหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในการรับรองคุณสมบัติของผู้สมัครนั้น ยังไม่มีคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามในวันสมัคร

ดังนั้น วันนี้ยังถือเป็นผู้สมัคร ซึ่งกฎหมายคุ้มครอง เหมือนรัฐธรรมนูญคุ้มครองประชาชน ดังนั้นจนกว่าจะต้องคำพิพากษา ตอนนี้ต้องถือเป็นผู้บริสุทธิ์

เมื่อถามถึงกรณีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์ ถือว่ารวมอยู่ในกลุ่มของผู้สมัครสส.ของพรรคประชาชนด้วยหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังดำเนินการได้อยู่

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (6) ระบุว่า "ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังโดยหมายของศาล" คือมาพร้อมกันทั้งสองอย่าง ซึ่งถ้าดูตามกฎหมายก็ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าที่ทำอยู่ ยังอยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน ยังไม่ส่งศาลจึงต้องถือว่าเขายังมีคุณสมบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และคุณต้องเป็นเกณฑ์เดียวกันทุกคน

เมื่อถามถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกับผู้สมัคร สส.ประชาชน ที่ถูกจับกุมในข้อหาเว็บพนันออนไลน์ บริจาคเงินให้กับอดีตพรรคก้าวไกล นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้กกต.ตรวจสอบอยู่แล้ว ซึ่งเงินที่พรรคการเมืองรายงานต่อ กกต.ก็ต้องผ่านการตรวจสอบอยู่แล้ว

การที่ผู้บริจาคมีนามสกุลเดียวกับผู้สมัคร สส.ที่ถูกจับกุมก็ไม่เป็นไร เราต้องดูว่าเงินนั้นมีที่มาโดยชอบตามกฎหมายการเมืองมาตรา 73 หรือไม่ กรณีพรรคพลังประชารัฐที่หลายคนรวมถึงนายตู้ ห่าว บริจาคเงินให้ แม้เงินบริจาคมีที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต.ไม่มีสิทธิ์วินิจฉัยเพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่จะทำหน้าที่วินิจฉัยคือ ปปง.

นายแสวง กล่าวอีกว่า หากเงินรายการที่บริจาคเข้าพรรคที่ถูกยุบไปแล้ว ถือว่ากระบวนการเสร็จสิ้นไปแล้ว เพราะมีการตั้งพรรคใหม่ ส่วนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพรรคการเมือง หากใช้เหลือก็ต้องนำมาคืน กกต. ที่เงินบริจาคหรือเงินรายได้ที่อื่น พรรคอาจตั้งมูลนิธิเพื่อรับมอบเงินหรือทรัพย์สินของพรรคก็ได้ โดยตามกฎหมายพรรคการเมือง เงินนี้ถือว่าจบไปแล้ว แต่ถ้าข้าข่ายฟอกเงิน ก็เป็นคนละกรณีไป

เมื่อถามถึงกลุ่มนักวิชาการรวมตัวกันประกาศคว่ำบาตรพรรคหนึ่ง นายแสวง กล่าวว่า ต้องดูว่าเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ถ้าใส่ร้ายก็ถือว่ามีความผิด จะต้องดูข้อความก่อนว่า ทำให้พรรคเสียหายหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในช่วงเลือกตั้ง โดยการจะไปคว่ำบาตรพรรค ต้องดูกฎหมาย เพราะในกฎหมายทั้งกฎหมายประชามติและกฎหมายเลือกตั้งมีระบุในเรื่องของคำว่าใส่ร้าย

ช่วงนี้หากมีการรณรงค์ออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว และพูดถึงการคว่ำบาตรพรรค อาจจะไม่มีความผิด แต่อาจผิดกฎหมายอาญา ไปคุกคามสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตาม หากพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นการหวังผลคะแนน หากประชาชนทำด้วยรู้สึกไม่พอใจ หรือทำไปเพราะโกรธ ก็อาจไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

นายแสวง พูดติดตลกว่า “หากอยากด่าพรรคการเมืองก็มาด่ากกต.แทน เรารับได้อยู่แล้ว ด่าเลขาฯ กกต.ก็ได้“

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสวง แจงยิบปมผู้สมัครถูกจับ ยังไม่ขาดคุณสมบัติ เตือนคว่ำบาตรพรรค เสี่ยงผิดกม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...