ดร.เรือบิน จี้สอบแรงจูงใจ พิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้อ้างความปลอดภัย ฟังไม่ขึ้น
ดร.เรือบิน จี้สอบแรงจูงใจ พิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้อ้างความปลอดภัย ฟังไม่ขึ้น
วันที่ 11 มีนาคม นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือดร.เรือบิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก จนถึงวันนี้ กกต.ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา กับพนักงานสอบสวนแล้วหรือยัง ว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดโดยตัวมันเองแล้วไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อ Security เลย?
ถ้าใครอยากรู้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบง่ายๆ ต้องดูคลิปของพี่คนนี้ครับ แกแม่นมากเรื่องนี้ จากประสบการณ์จริง ตรงไปตรงมา โดยแกให้ความรู้กับของใช้ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ “รองเท้า”
พี่เค้าขายรองเท้าใน Tiktok แล้วมีคนมาเม้นว่า พี่เค้ามั่วเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด โดยคนเม้นให้ความเห็นคล้ายๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยงานนึง ที่พยายามบอกกับประชาชนว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดคือระบบ Security ยืนยันว่าสิ่งนี้คือของแทร่ ป้องกันการปลอมแปลงได้?
พี่เค้าเลยพิสูจน์ให้เห็นกันจะจะ ว่าไอ้พวกโค้ดเหล่านี้มัน “กากมาก” ในเรื่อง Security สามารถจะปลอมแปลงได้อย่างง่ายดาย
ถึงคลิปนี้จะเป็นการพิสูจน์ทางวิชาชีพของพี่เค้า ไม่เกี่ยวการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ทำให้ผมคิดในทำนองเดียวกันว่า
“ถ้าเราลองนำบัตรเลือกตั้งไปซีร็อกซ์ แล้วเอาแผ่นก๊อบปี้มาลองสแกนบาร์โค้ดดู มือถือธรรมดาทั่วไปก็สแกนแผ่นก็อบปี้ เพื่อบอกตัวเลขต้นขั้วของจริงได้เช่นเดียวกับบัตรจริงทุกประการ แล้วมันจะเป็นระบบ Security ได้อย่างไร?”
ระบบ Security บนบัตรเลือกตั้งทั่วโลกที่ได้มาตรฐาน มีให้เลือกใช้หลายหลายคือ
1. วัสดุที่ทำเนื้อกระดาษ มีน้ำหนัก ความหนา ผิวสัมผัสเฉพาะตัว
2. การฝังเส้นใย (Security Threads & Fibers)
3. การพิมพ์ลวดลายคมชัดซับซ้อน (Guilloche Patterns)
4. ตัวอักษรจิ๋ว (Microprinting)
5. หมึกล่องหน (UV/Invisible Inks)
6. หมึกเปลี่ยนสี (Color-shifting Inks)
7. ลายน้ำ (Watermarks)
8. ประทับแผ่นฟอยล์สะท้อนแสง (Foil Stamping)
9. กลไกที่เป็นความลับอื่นๆ ฯลฯ
เหล่านี้คือระบบ Security ที่ป้องกันการปลอมแปลงบัตร เอกสาร หรือสินค้า ให้กระทำเลียนแบบได้ยาก สามารถตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือปลอมได้ง่าย
ถ้าสินค้าใด ใช้บาร์โค้ดโดยอ้างว่าเพื่อเป็น Security ถือว่ากากมากครับ คนที่ทำหรือคนอ้างแบบนี้ ความรู้สู้พี่ขายรองเท้ายังไม่ได้เลย
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งการสแกนที่ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะไปหักล้างสิ่งที่ต้องการทำให้เป็นความลับ เพราะใครมีมือถือก็สามารถสแกนข้อมูลได้ทะลุปรุโปร่ง รู้ความลับเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะคนสำคัญของประเทศ จะตกเป็นเป้าหมายได้เลย อยากรู้ว่าใครเลือกพรรคไหน ใครเชียร์ใครเป็นนายก
สาเหตุที่บาร์โค้ด ทำลายความลับของบัตรเลือกตั้ง จึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะบัตรทุกใบไม่เป็นความลับ สามารถโดนตรวจสอบย้อนหลัง จนรู้ได้ว่าประชาชนคนไหน กาบัตรเลือกพรรคอะไร บาร์โค้ดนี่แหละที่ทำได้อย่างชัดเจน ตรงประเด็น
ดังนั้น “ความลับตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ จึงอาจต้องพังทลายไป ด้วยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้งบประมาณจากภาษีอากรของประชาชน ไปทำของผิดประเภทมาใช้งาน”
หากความจริงปรากฏว่า
1. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ Security ปัองกันการปลอมบัตร
2. บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด คือเครื่องมือตรวจสอบย้อนกลับ การพิมพ์ไว้ในบัตรเลือกตั้งทำให้การกาบัตร ไม่เป็นความลับตามรัฐธรรมนูญ
3. ใน TOR จ้างทำบัตรเลือกตั้ง ไม่มีการระบุให้ทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เพื่อตรวจสอบย้อนกลับรายบุคคลได้ทุกใบแบบนี้
คำถามต่อไปที่ต้องสอบสวนเพื่อให้ได้คำตอบคือ
“อะไรคือแรงจูงใจให้ กกต. พิมพ์บาร์โค้ดไว้บนบัตรเลือกตั้ง ทุกใบแบบนี้?”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดร.เรือบิน จี้สอบแรงจูงใจ พิมพ์บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้อ้างความปลอดภัย ฟังไม่ขึ้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th