‘อัยการไทย’ จับมือ ‘อัยการ สปป.ลาว’ เดินหน้าปราบแก๊งคอล-สแกมเมอร์
เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ห้องประชุมเอราวัณ โรงแรม เดอะ เฮอริเทจ แกรนด์ ขอนแก่น โฮเทล นายมงคล จิรชัยกุล รองอัยการสูงสุด เป็นประธานเปิดการประชุมพนังกานอัยการไทย-สปป.ลาว ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ การต่อต้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยมีนายคำเพ็ด สมวอละจิต รองอัยการสูงสุดแห่ง สปป.ลาว, นายสมสัก วิไลทอน กงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำประเทศไทย, น.ส.คาสซานเด ริเนเวีย อุปทูต ประจำสถานเอกอัคราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์ก ประจำประเทศไทย นำอัยการจังหวัด, อัยการคุ้มครองสิทธิฯ, อัยการสำนักงานต่างประเทศในกลุ่มจังหวัดตามแนวแม่น้ำโขงของไทยและอัยการเขต อัยการจังหวัด และอัยการสำนักงานต่างประเทศแห่ง สปป.ลาว เข้าร่วมประชุมรวมกว่า 50 คน
นายมงคล จิรชัยกุล รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า การประชุมร่วมอัยการของทั้ง 2 ประเทศ และอัยการสำนักงานกองการต่างประเทศครั้งนี้จะเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญด้านการบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายระหว่าง 2 ประเทศ ภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยและ สปป.ลาว ที่ได้มีการลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2547 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการประสานงานระหว่างหน่วยงานอัยการของทั้ง 2 ประเทศ
“ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ เป็นภัยคุกคามสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และประชาชนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยและ สปป.ลาว การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กฎหมาย และแนวทางการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งการพัฒนาความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางไซเบอร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะกับกลุ่มจังหวัดของไทยที่ติดกับแม่น้ำโขงตามแนวชายแดนไทยและ สปป.ลาว” นายมงคล กล่าว
นายมงคล กล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมาย สำนักงานต่างประเทศและสำนักงานอัยการภาค 4 สำนักงานอัยการสูงสุด โดยการสนับสนุนของสถาบันความช่วยเหลือทางกฎหมายและวิชาการ (ILSTA) แห่งลักเซมเบิร์ก อย่างไรก็ตามด้วยสนธิสัญญาอาเซียนว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และวัตถุพยานต่างๆ ผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะพนักงานอัยการของไทยและ สปป.ลาว รวมทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียน จะต้องหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมมือกันในการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการทางยุติธรรมทางอาญา ซึ่งการประชุมที่ขอนแก่น ได้มีการนำคณะอัยการลงพื้นที่ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน, สำนักนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับความท้าทายของอาชญากรรมข้ามชาติในยุคดิจิทัลระหว่างไทย และ สปป.ลาว และกลุ่มประเทศอาเซียน ตามกรอบความร่วมมือที่เกิดขึ้นด้วย.