เปิดสถิติ ตลาดหุ้นไทยใช้ Circuit Breaker แล้ว 6 ครั้ง
วันที่ 4 มี.ค. 2569 ถือเป็นอีกวันที่ประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย ต้องบันทึกไว้ หลังดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) ปรับตัวลงรุนแรง 103 จุด หรือติดลบ 7.09 % เข้าใกล้เซอร์กิตเบรกเกอร์ หรือหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว เป็นภาวะที่เกิดจากแรงขายแบบตื่นตระหนก (Panic Sale) จากสถานการณ์ความขัดแยังในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
สำหรับเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เป็นมาตรการที่ตลาดหุ้นหยุดการซื้อขายชั่วคราว กรณีที่สภาวะการซื้อขายมีความผันผวนรุนแรง ราคาหลักทรัพย์โดยรวมเปลี่ยนแปลงลดลงมาก เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาในการตรวจสอบ ข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างครบถ้วน ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติเป็นการชั่วคราว
เปิดสถิติตลาดหุ้นไทย เคยประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker รวม 6 ครั้ง (รวมมาตรการเก่าและมาตรการใหม่) นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ เพื่อหยุดการซื้อขายชั่วคราวในภาวะตลาดผันผวนรุนแรง โดยทุกครั้งเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตสำคัญทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนบทบาทกลไกดูแลเสถียรภาพตลาดทุนไทยในช่วงเวลาวิกฤต
4 มีนาคม 2569 จากการรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง พบว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ใช้มาตรการ “เซอร์กิตเบรกเกอร์” (Circuit Breaker) รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ได้แก่
ครั้งที่ 1: วันที่ 19 ธันวาคม 2549
ดัชนี SET ปรับตัวลดลงรุนแรงภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศมาตรการกันสำรองเงินทุนไหลเข้า 30% เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ภายในวันเดียว และต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว นับเป็นการใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย
ครั้งที่ 2: วันที่ 10 ตุลาคม 2551
ดัชนีร่วงลงเกิน 10% จากแรงกดดันของวิกฤตการเงินโลก หรือวิกฤตซับไพรม์ ที่เริ่มต้นจากสหรัฐอเมริกาและลุกลามกระทบตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ครั้งที่ 3: วันที่ 27 ตุลาคม 2551
ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากวิกฤตการเงินโลก ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างหนักอีกครั้ง และต้องใช้มาตรการหยุดการซื้อขายเป็นครั้งที่สองในปีเดียวกัน
ครั้งที่ 4: วันที่ 12 มีนาคม 2563
ดัชนี SET ปรับลดลงมากกว่า 10% จากความตื่นตระหนกของนักลงทุนทั่วโลกต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับแรงกดดันจากสงครามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ตลาดต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว 30 นาที
ครั้งที่ 5: วันที่ 13 มีนาคม 2563
ดัชนียังคงปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์อีกครั้งภายในสัปดาห์เดียวกัน ซึ่งนับเป็นครั้งล่าสุดที่มีการใช้มาตรการดังกล่าว
ครั้งที่ 6: วันที่ 23 มีนาคม 2563
ดัชนียังคงปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่องจากความรุนแรงต่อเนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดโรค Covid-19 ดัชนีลดลงกว่า 8%
สำหรับหลักเกณฑ์การบังคับใช้มาตรการ เซอร์กิตเบรกเกอร์ ปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้มีการหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราวเมื่อดัชนี SET ปรับตัวลดลงถึงระดับที่กำหนด เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนมีเวลาประเมินสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่
- ระดับที่ 1 เมื่อดัชนีปรับลดลง 8% จากดัชนีปิดวันก่อนหน้า หยุดการซื้อขาย 30 นาที
- ระดับที่ 2 เมื่อดัชนีปรับลดลง 15% หยุดการซื้อขาย 30 นาที
- ระดับที่ 3 เมื่อดัชนีปรับลดลง 20% หยุดการซื้อขาย 1 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ภายหลังการใช้มาตรการในระดับที่ 3 ตลาดจะเปิดให้มีการซื้อขายต่อเนื่องจนสิ้นสุดเวลาทำการ และจะไม่มีการหยุดพักเพิ่มเติมในวันเดียวกัน
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความตื่นตระหนกจากแรงขายฉับพลัน ลดความผันผวนที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดทุน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในช่วงที่ภาวะตลาดมีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับเซอร์กิตเบรกเกอร์ มาตรการเก่าของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนปรับเกณฑ์ปี 2563 มีดังนี้
- หยุด 30 นาที ที่ -10%
- หยุดอีก 30 นาที ที่ -20%
- ปิดตลาดทั้งวัน ที่ -30%
ดังนั้นเซอร์กิตเบรกเกอร์ ที่ใช้ 6 ครั้งในประวัตศาสตร์ตลาดหุ้นไทย เป็นมาตรการเก่าคือ ครั้งที่ 1-3 ส่วนมาตรการใหม่ คือ ครั้งที่ 4-6