โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 กูรู มองอสังหาฯไทยปี 69 ฟันธง “คลังสินค้า-โรงแรม-ดาต้าเซ็นเตอร์” มาแรง รองรับ FDI - ท่องเที่ยวฟื้น

efinanceThai

เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 10.16 น.

3กูรู มองอสังหาฯไทยปี 69ฟันธง คลังสินค้า-โรงแรม-ดาต้าเซ็นเตอร์ มาแรง รองรับ FDI - ท่องเที่ยวฟื้น

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 ก.พ. 69 17:15 น.

3 ผู้เชี่ยวชาญ มองตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 อาจไม่ใช่ ขาขึ้นทั้งกระดาน เกาะกลุ่มเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ ชี้โรงงาน-แวร์เฮาส์ คลังสินค้า สร้างตามออร์เดอร์ จับตา FDI จากจีน-ยุโปร แย่งกันซื้อที่ดินอุตสาหกรรมรองรับดีมานด์ "Data Center" เช่นเดียวกับดีลซื้อโรงแรมหรู รองรับตลาดท่องเที่ยว ส่วนตลาดบ้านหรู - คอนโด แนะแบ่งเฟสพัฒนาลดความเสี่ยง ออฟฟิศให้เช่ายังล้นตลาด

ในโอกาสครบรอบ10ปีหลักสูตร The NEXT Real ได้เปิดเวทีวิเคราะห์แนวโน้มและฉายภาพรวมตลาดในปี 2569ร่วมกับ3ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ชาร์เตอร์(ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์6 sectorหลัก ได้แก่ที่อยู่อาศัย, อุตสาหกรรมและคลังสินค้า, อาคารสำนักงานและรีเทล, โรงแรม,Data Centerและที่ดิน

  • โรงงาน-แวร์เฮาส์ สร้างตามออร์เดอร์ จุดนัดพบซัพพลาย-ดีมานด์

นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ชาร์เตอร์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าโอกาสลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปีนี้มอง2เรื่องหลักคือ1.อสังหาริมทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงาน แวร์เฮาส์หรือโกดังสินค้า ที่ดินอุตสาหกรรม และ2.ตลาดสำนักงานให้เช่า

โดย ตลาดแวร์เฮาส์ของไทยในช่วง2ปีที่ผ่านมามีการเติบโตต่อเนื่อง พื้นที่รวมเพิ่มขึ้น1.2%อยู่ที่ราว6.5ล้าน ตร.ม.พื้นที่ใช้งาน (Occupied Space)เพิ่มขึ้น0.4%เป็น5.58ล้าน ตร.ม.ขณะที่อัตราการเช่าลดลงเล็กน้อย0.7%ค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่161.5บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือน และยังเติบโต0.9%สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดซึ่งการลงทุนแวร์เฮาส์กระจุกตัวในทำเลหลัก3อันดับได้แก่ถ.บางนา-ตราด, โซนไทรน้อย จ.นนทบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี และพื้นที่EEC(ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา)

แวร์เฮาส์ราคาตลาดไม่ค่อยมีการขยับมากเท่าไร ถือว่าค่อนข้างคงที่เนื่องจากรูปแบบการลงทุนต่างจากตลาดที่อยู่อาศัย โดยการพัฒนามักเกิดขึ้นเมื่อมีคำสั่งเช่าจากลูกค้าล่วงหน้า ทำให้ดีมานด์และซัพพลายค่อนข้างมีความสอดคล้องกัน นายณัฎฐา กล่าว

  • เปิดขุมทรัพย์ผังเมืองสีม่วง ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม

ธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม(Ready-Built Factory) ในด้านทำเลล้อไปตามแวร์เฮาส์ในทำเลหลัก ได้แก่ รังสิตปทุมธานี,วังน้อยอยุธยา,ถ.บางนาตราด และEECมีซัพพลายรวม3.29ล้านตร.ม.เติบโตเล็กน้อย0.3%ขณะที่พื้นที่ใช้งานเติบโต2.7%ส่งผลให้อัตราการเช่าสูงถึง98.4%ค่าเช่าเฉลี่ย202.9บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือนโดยพัฒนาอิงตามดีมานด์ลูกค้าทำให้ซัพพลายไม่ล้นและเป็นอสังหาฯที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)ดึงดูดดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ให้ลงทุนต่อเนื่อง โดยซัพพลายกระจุกตัวในEECสูงสุด47.7%รองลงมาคือ ปทุมธานีอยุธยา26.3%และบางนาตราด26.1%โดยที่ดินผังเมืองสีม่วงเป็นโอกาสสำคัญด้านการลงทุน เนื่องจากสามารถพัฒนาอาคารได้มากกว่าที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ

  • FDI ต่างชาติลงทุนตรงในไทย จีน-ยุโรป แย่งกันซื้อที่ดินอุตสาหกรรม

ขณะที่ที่ดินอุตสาหกรรม Knight Frankระบุว่าข้อมูล ณ ครึ่งปีแรก2568มีซัพพลาย186,098ไร่ อัตราใช้พื้นที่สูง93.5%ราคาเฉลี่ย6.65ล้านบาทต่อไร่ เติบโต5%ในรอบ5ปี(2563-2568)สะท้อนดีมานด์ที่แข็งแกร่งพื้นที่EECเป็นศูนย์กลางการลงทุนจากสิทธิประโยชน์และกฎหมายเฉพาะFDIไทยทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง2ปี มูลค่ารวมทะลุระดับล้านล้านบาท โดยกว่า80%เป็นโรงงานและแวร์เฮาส์ความเสี่ยงคือการแข่งขันจากเวียดนามและผลกระทบนโยบายภาษีสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้การดูดซับที่ดินในEECชะลอลง และเป็นโจทย์ว่าภาคอุตสาหกรรมไทยจะยกระดับสู่สินค้ามูลค่าสูงได้เร็วแค่ไหน

  • บ้านหรู-คอนโดแพงแนะแบ่งเฟสพัฒนาลดความเสี่ยง

ด้านนางสาวเพ็ญธิดา ศรีสว่าง ผู้อำนวยการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE)กล่าวว่าปี2569เป็นปีที่ผู้พัฒนาโครงการและนักลงทุนต้องบริหารสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนโดยภาพรวมตลาดของคอนโดมิเนียม แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องยาวนาน แต่เซ็กเตอร์ลักซ์ชัวรี่จนถึงอัลตราลักซ์ชัวรี่ยังคงมีดีมานด์จากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงโดยคอนโดฯลักซ์ชัวรี่รีเซลราคาเฉลี่ย 310,131บาทต่อตร.ม.เติบโต 1.3% ส่วนคอนโดฯลักซ์ชัวรี่ใหม่ระหว่างพัฒนามีราคาสูงกว่า เฉลี่ยอยู่ที่ 349,125บาทต่อตร.ม.เติบโตสูงถึง 9%สะท้อนว่าแรงซื้อในตลาดรีเซลยังแข็งแรง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการห้องขนาดใหญ่ในทำเลไพรม์ แต่ไม่สามารถรับราคาที่ขยับขึ้นอย่างรวดเร็วของโครงการใหม่ได้

ขณะที่ตลาดบ้านหรู หลังจากบูมหนักช่วงปี2566-2567จากพฤติกรรมWork from Homeและความต้องการพื้นที่ใช้สอย ตลาดเริ่มชะลอตัวในปี2568กลุ่มราคาหลักอยู่ที่ 30-70ล้านบาทและ 100ล้านบาทขึ้นไปผลกระทบด้านจิตวิทยาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ซัพพลายเปิดใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จนแทบไม่มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด

ข้อแนะนำในปีนี้คือต้องบริหารจัดการซัพพลายอย่างเข้มข้น แบ่งเฟสในการพัฒนา เพื่อให้ดีมานด์รองรับได้สอดคล้องกับซัพพลาย เป็นทางเลือกในการปรับโมเดลการลงทุนพัฒนาบ้านหรู โดยทำเลหลักยังคงเป็นโซนพระโขนง, บางนา-ตราด, ตลิ่งชัน, ศาลายา, เมืองสมุทรปราการ,แบริ่งและพุทธมณฑล นางสาวเพ็ญธิดา กล่าว

  • ออฟฟิศ-รีเทล ซัพพลายยังแน่น

ตลาดสำนักงานให้เช่าCBREระบุว่าดีมานด์ยังมีเฉพาะออฟฟิศเกรดA+ขนาดเล็ก-กลางพื้นที่100-300ตร.ม.ขณะที่พื้นที่เช่าขนาดใหญ่กว่า 300ตร.ม.ส่วนใหญ่เป็นบริษัทรายใหญ่หรือข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองสูง ส่งผลให้เจ้าของอาคารต้องให้ส่วนลดค่าเช่า5-15%ภาพรวมตลาดยังถูกกดดันจากซัพพลายใหม่และผลพวงโควิด-19ทำให้อัตราการเช่าลดลงเหลือเพียง 59%จากช่วงก่อนโควิดที่เคยสูงถึง 90% แม้ออฟฟิศเกรดAในย่านCBDที่เคยมีอัตราเช่าสูงสุด 95% แต่เมื่อซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ปัจจุบันอัตราการเช่าลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า80%

พื้นที่รีเทลหรือค้าปลีกในกรุงเทพฯ มีซัพพลายรวมสูงถึง 8-9ล้านตร.ม.โดยเฉพาะ6โซนสำคัญ มีซัพพลายรวมมากกว่า1ล้าน ตร.ม. ได้แก่สยามดิสตริก337,000ตร.ม. (4ศูนย์การค้า), ราชประสงค์381,000ตร.ม. (4ศูนย์การค้า),เอ็มดิสตริก181,500ตร.ม. (3ศูนย์การค้า),เทอร์มินัล21อโศก40,000ตร.ม.,วัน แบงค็อก (เฟส1)123,000ตร.ม.และ ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ก45,000ตร.ม.ซึ่งทั้งหมดสะท้อนว่าตลาดออฟฟิศและรีเทลกำลังเผชิญแรงกดดันจาก ซัพพลายล้นตลาด ทำให้การแข่งขันรุนแรง ผู้พัฒนาต้องเน้นคุณภาพ ทำเล และการบริหารต้นทุนมากกว่าการขยายพื้นที่

  • ดาต้าเซ็นเตอร์ อนาคตไกล

ด้านตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นSafe Havenของอสังหาฯในปี2568ที่กำลังมาแรงและเติบโตสูงเนื่องจากต้องใช้พื้นที่ต่อชั้นขนาดใหญ่ ระบบทำความเย็นและพลังงานสูงโดยดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟสูงกว่าถึง 20-40เมกะวัตต์ต่อโครงการสูงกว่าออฟฟิศเกรดAขนาด100,000ตร.ม.ที่ใช้ไฟราว 15เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันไทยยังขาดความเชี่ยวชาญด้านบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ การลงทุนจึงมาจากโอเปอเรเตอร์ต่างชาติเป็นหลักโดยเน้นพัฒนาในนิคมอุตสาหกรรมเพราะซื้อที่ดินได้สะดวกตามกฎหมายโดยล่าสุดมีการประกาศลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยรวมแล้วกว่า4,470 MWทำให้ราคาที่ดินโซนEECปรับตัวสูงขึ้น

  • โรงแรม ลักซ์ชัวรี่ จุดประกายไทย-ดีลซื้อขายยังพุ่งต่อเนื่อง

นายการัณย์ คานิเยาว รองประธานอาวุโส ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขาย ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จากกลุ่มบริการการลงทุนด้านโรงแรม บริษัทโจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (JLL)กล่าวว่าภาพรวมตลาดโรงแรมของไทยมีการพลิกฟื้นเร็วตลอดเวลา ตั้งแต่ยุคโควิด-19จนถึงปี2568ตลาดพลิกฟื้นกลับมาแล้ว83%โดยคาดการณ์ว่าปี2569จะเป็นPeriod of Growthของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทย และมีโอกาสฟื้นตัวเท่ากับปีที่ดีที่สุดในปี2567ด้วยเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ35.5ล้านคน จาก รัสเซีย,อินเดีย,มาเลเซีย,จีน,เกาหลี

โรงแรมลักซ์ชัวรี่ในเมืองท่องเที่ยวอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุย ฟื้นตัวเร็วหลังโควิด-19โดยค่าเฉลี่ยต่อห้องพักที่ขายได้ต่อคืน(Average Daily Rate)ปรับสูงขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนบทบาทของโรงแรมลักซัวรี่ในฐานะเทรนด์เซ็ตเตอร์ของตลาด ซึ่งช่วยดันโรงแรมระดับมิดสเกลและอัพสเกลให้ฟื้นตัวตาม ส่งผลบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรม

ทั้งนี้จากการสำรวจของJLLในปี2568กับเจ้าของและผู้บริหารโรงแรมกว่า800ราย คาดว่าในปี2569รายได้โรงแรมจะเติบโตประมาณ2-8%ขณะที่ตลาดลักซ์ชัวรี่ของไทยอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน มีแบรนด์โรงแรมระดับท็อปเทียร์ระดับโลกเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่นAndazและvoco

  • ก้าวต่อไปของตลาดโรงแรมไทย

นอกจากนี้ ยังเห็นแนวโน้ม ตลาดรองเริ่มมา มีการลงทุนกระจายไปยังเมืองท่องเที่ยวอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวหรือเน้นด้านWellnessมีความน่าสนใจสูงหากมีที่ดินในทำเลศักยภาพอยู่แล้ว ขณะที่การลงทุนแบบ Branded Residenceจะมีบทบาทมากขึ้น เช่น คอนโดมิเนียมหรูหรือพูลวิลล่าที่ผนวกบริการภายใต้แบรนด์โรงแรมที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับคุณภาพบริการและสร้างความแตกต่าง

โดยดีเวลอปเปอร์ที่สามารถดึงแบรนด์โรงแรมมาซัพพอร์ตได้ จะสามารถตั้งราคาขายที่อยู่อาศัยได้สูงกว่าตลาดทั่วไปและอีกหนึ่งเทรนด์คือการนำโรงแรมในทำเลเก่า โดยเฉพาะโรงแรมที่เป็นแลนด์มาร์กหรืออาคารสำนักงานเดิม มาพัฒนาเป็นโรงแรมรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น

แนวโน้มปี2569มี4เรื่องได้แก่1.ตลาดซื้อขายโรงแรมคาดว่าแรงดีไม่มีตก ประเมินมูลค่าซื้อขาย1.3หมื่นล้านบาท2.ค่าห้องพักยังมีช่องว่างของการส่งต่อราคาให้ขยับขึ้นมาได้อีก3.ลุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นไปที่35.5ล้านคน และ4.ลักซ์ชัวรี่แลนด์สเคป เป็นจุดเปลี่ยนที่จุดประกายการพลิกฟื้นของตลาดทุกเซ็กเตอร์ในภาพรวม นายการัณย์ กล่าว

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...