โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โฟบอส” ดวงจันทร์บริวารดาวอังคาร สู่ปลายทางแห่งความแตกสลาย

SPACEMAN

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 13.36 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 06.36 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ "ดาวอังคาร" (Mars) ดาวเคราะห์สีแดงที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งสงครามของโรมัน ไม่ได้เดินทางอย่างโดดเดี่ยว แต่มีดวงจันทร์บริวารขนาดเล็กสองดวงโคจรอยู่รอบ ๆ นั่นคือ "โฟบอส" (Phobos) และ "ดีมอส" (Deimos) ซึ่งชื่อของทั้งคู่มีความหมายที่น่าเกรงขามในภาษากรีกว่า "ความกลัว" และ "ความตื่นตระหนก" ตามลำดับ

ท่ามกลางดวงจันทร์ทั้งสอง โฟบอสกำลังเผชิญกับชะตากรรมที่น่าเศร้าและเป็นที่จับตาของเหล่านักดาราศาสตร์ทั่วโลก

จากการศึกษาภาพถ่ายความละเอียดสูงจากยานสำรวจ มาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ (Mars Reconnaissance Orbiter - MRO) ซึ่งสามารถตรวจจับวัตถุที่มีขนาดเล็กเพียง 10 เมตรบนพื้นผิวได้ พบว่าโฟบอสมีลักษณะพื้นผิวที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตและมีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายกับดาวเคราะห์น้อย

นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า โฟบัสอาจเคยเป็นดาวเคราะห์น้อยในแถบหลัก (Main Asteroid Belt) ระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี หรืออาจมาจากส่วนที่ห่างไกลกว่านั้นในระบบสุริยะ ก่อนจะถูกแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารดึงดูดมาเป็นบริวารในภายหลัง

สิ่งที่ทำให้โฟบอสแตกต่างจากดวงจันทร์ของโลกเราอย่างมาก คือระยะห่างจากดาวแม่ ในขณะที่ดวงจันทร์ของเราโคจรห่างจากโลกประมาณ 400,000 กิโลเมตร แต่โฟบัสกลับโคจรอยู่เหนือพื้นผิวดาวอังคารเพียงประมาณ 5,800 กิโลเมตร เท่านั้น

ความใกล้ชิดนี้เองที่เปรียบเสมือนดาบสองคม แรงไทดัล (Tidal Force) หรือแรงดึงดูดระหว่างมวลที่กระทำต่อกัน กำลังฉุดรั้งให้โฟบอสค่อย ๆ ต่ำลงสู่ดาวอังคารอย่างช้า ๆ

นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าในอีกประมาณ 50 ล้านปีข้างหน้า แรงไทดัลจะทวีความรุนแรงจนโครงสร้างของโฟบอสไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป เมื่อนั้นดวงจันทร์ดวงนี้จะแตกสลายกลายเป็นเศษซากที่โคจรรอบดาวอังคาร เปลี่ยนโฉมหน้าของดาวสีแดงให้กลายเป็นดาวเคราะห์ที่มี "วงแหวน" คล้ายกับดาวเสาร์ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่เศษซากเหล่านั้นจะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศและพื้นผิวของดาวอังคารในที่สุด

การศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราเข้าใจดาวเพื่อนบ้านมากขึ้น แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจกลไกพื้นฐานของระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่ด้วย

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Phobos NASA Science
  • HiRISE Operations Center (University of Arizona)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...