“ใบหน้าใหญ่เหมือนเป็นคอหอยพอก” สรีรวิทยาของคนไทยสมัย ร.2 ในทัศนะหมอฝรั่ง
“จอร์จ ฟินเลย์สัน” ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ เล่าวิถีชีวิต และรูปร่างหน้าตา หรือสรีรวิทยาของคนไทยสมัยรัชกาลที่ 2 ว่า
“หน้าฝากกว้าง รูปหน้าขนาดใหญ่ ดูเผิน ๆ อาจคิดว่าป่วยเป็นคอหอยพอก”
ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้นมา ชาติตะวันตกเริ่มกลับเข้ามาติดต่อทางการทูตกับสยามอีกครั้ง และมักจะติดหมอสอนศาสนา หรือบุคคลากรทางการแพทย์มาด้วยเสมอ เพื่อเก็บข้อมูลด้านต่าง ๆ ทั้งสังคม การเมือง ตลอดจนมานุษยวิทยา สำหรับทำความเข้าใจชาติตะวันออกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จอร์จ ฟินเลย์สัน(Geoge Finlayson) ก็เป็นหนึ่งในผู้ติดตามคณะทูตด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วย เขาเป็นศัลยแพทย์ และนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ในคณะทูตของรัฐบาลอังกฤษที่มาเยือนสยามระหว่าง พ.ศ. 2364-2365 ตรงกับปลายแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 (พ.ศ. 2352-2367)
คณะทูตชุดนั้นนำโดย จอห์น ควอร์เฟิร์ด (John Crawfurd) เป็นผู้แทนผู้สำเร็จราชการอังกฤษประจำอินเดีย โดยพวกเขาตั้งใจจะมาเจริญทางพระราชไมตรีและพาณิชย์กับสยาม และโคชินจีน (ญวน)
เนื่องจากฟินเลย์สันรับมอบหมายให้ศึกษา และเก็บข้อมูลทางธรรมชาติวิทยา ภูมิศาสตร์ ชาติพันธุ์ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสยาม จึงมีบันทึกเกี่ยวกับคนไทยในสมัยนั้น ตามที่มีรายละเอียดในหนังสือ จดหมายเหตุจอร์จ ฟินเลย์สัน การเดินทางของคณะทูตอังกฤษสู่ประเทศสยามในสมัยรัชกาลที่ 2(กมลทิพย์ ชัยศุภมงคลลาภ แปลและเรียบเรียง ; กรมศิลปากร : 2568)
เริ่มต้นจากเล่าถึงบ้านเมือง และผู้คนที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่คณะทูตต้องพำนักระหว่างรอคำสั่งอนุญาตจากราชสำนักให้เดินทางต่อไปถึงพระนครได้
บันทึกเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของคนไทยที่ฟินเลย์สันได้พบเจอตามชุมชนเมืองปากน้ำ มีอยู่ว่า “ผู้คนที่นี่สุภาพ มีมารยาทและมีน้ำใจเอื้อเฟื้อนัก พวกเขาต้อนรับเราด้วยรอยยิ้มและดูกระตือรือร้นที่จะเลี้ยงดูปูเสื่อเรา ผู้หญิงเองก็กล้าแสดงออกไม่น้อยไปกว่าผู้ชายเลยในโอกาสเช่นนี้ พวกเธอมารวมตัวอยู่รอบ ๆ เรา พูดคุย หัวเราะ และแสดงให้เห็นว่าไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย”
ส่วนสภาพบ้านเรือน วิถีชีวิต และการเลี้ยงชีพของคนไทยยุคนั้น ฟินเลย์สันเล่าว่า“เราพบว่าบ้านเรือนนั้นสกปรก เต็มไปด้วยท่อนไม้กองระเกะระกะ และมีสิ่งอำนวนความสะดวกแต่เพียงเล็กน้อย แม้กระนั้นผู้คนก็ดูจะใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายพอสมควรแม้ว่าวิธีการหาเลี้ยงชีพของพวกเขาจะไม่แน่ชัดนัก
ผู้คนที่นี่กินอิ่มหนำสำราญและมีรูปร่างอ้วนล่ำ แต่มีส่วนสูงค่อนไปทางต่ำกว่าความสูงปานกลาง พวกเขาตัดผมสั้นเกรียนติดศีรษะ โดยเหลือไว้แต่พุ่มผมสั้นบริเวณส่วนหน้าซึ่งพวกเขาจะหวีปัดไปทางด้านหลัง ไม่มีความแตกต่างของทรงผมระหว่างชายและหญิง ทั้งสองเพศล้วนตัดผมสั้น”
ฟินเลย์สันยกย่องการให้ความสำคัญกับการทำฟันให้ดำของคนไทย ซึ่งเป็นค่านิยมความงามในสมัยนั้นว่า “พวกเขาทำได้อย่างสมบูรณ์แบบทีเดียว” แต่ “การมีฟันสีดำควบคู่กับริมฝีปากแดงแห้งหยาบที่ได้มาจากการเคี้ยวมากพลูและปูนแดงควบคู่อย่างต่อเนื่องทำให้พวกเขามีรูปลักษ์ที่น่ารังเกียจ”
สำหรับเรื่องสรีรวิทยาของคนไทยจากทัศนะของฟินเลย์สัน มีดังนี้
“ใบหน้าของชาวสยามใหญ่เป็นพิเศษ หน้าผากกว้างมาก เห็นเด่นชัดทั้งสองด้านและปกคลุมไปด้วยหนังศรีษะที่มีเส้นผมในสัดส่วนที่มากกว่าที่ข้าพเจ้าพบเห็นในหมู่ชนอื่น ๆ ในบางคนตีนผมเลื่อนลงมาถึงในระยะ ๑ นิ้ว หรือต่ำกว่านั้นจากคิ้ว ปกคลุมส่วนขมับทั้งหมดและขยายออกไปข้างหน้าจนเกือบจะอยู่ในระยะเดียวกับหางตา โหนกแก้มกว้างใหญ่และสูง ลักษณะเฉพาะหลัก ๆ ในสัณฐานรูปหน้าของชาวสยามคือ
ขนาดอันใหญ่โตของกระดูกช่วงหลังของขากรรไกรล่าง ส่วนโคโรนอยด์ โพรเซสของขากรรไกรล่าง (น่าจะหมายถึงกระดูกขากรรไกรล่างส่วนที่ยื่นขึ้นไปสอดอยู่ใต้กระดูกโหนกแก้ม)ยื่นออกข้างนอกจึงทำให้ส่วนของใบหน้าบริเวณนี้มีความกว้างกว่าปกติ ถ้ามองดูเผิน ๆ ก็อาจคิดไปได้ว่าพวกเขาป่วยเป็นโรคคอหอยพอกเล็กน้อยหรือต่อมน้ำลายบวม ในหมู่ชาวมลายูก็มักจะพบว่ามีรูปลักษณ์ที่คล้ายกันนี้”
ฟินเลย์สันยังเล่าด้วยว่า ปกติชาวสยามจะเปลือยร่างกายตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป บางครั้งพาดผืนผ้าไว้บนไหล่ แต่หญิงสูงวัยโดยทั่วไปจะเปลือยอก ขณะที่หญิงสาวและวัยกลางคนจะพันผ้าผืนสั้น ๆ ไว้รอบหน้าอก ความยาวพอผูกปมด้านหน้า ปล่อยให้ช่วงไหลและแขนเปลือยเปล่า นุ่งผ้าพันรอบตั้งแต่สะโพกถึงหัวเข่า (ส่วนใหญ่เป็นสีน้ำเงิน) หากแต่งกายดีขึ้นไปอีกระดับจะเป็นการนุ่งผ้าแพรจีนหรือห่มผ้าคลุมไหล่
เหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งจาก จดหมายเหตุจอร์จ ฟินเลย์สันฯแม้บางส่วนอาจ “ตรงไปตรงมา” ไปบ้าง แต่ขอให้มองว่าเป็น “ความเห็น” จากมุมมองของชาวต่างชาติซึ่งไม่มีพื้นฐานความเข้าใจหรือคุ้นเคยกับสภาพบ้านเมืองในสยามมาก่อน
อ่านเพิ่มเติม :
- อำนาจกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ร.3) ปลายแผ่นดิน ร.2 ในบันทึกทูตอังกฤษ
- บันทึกชาวต่างชาติเผยสภาพคนกรุงเทพฯ ในอดีต ช่วงเปลี่ยนวิถีชีวิตจากบนน้ำสู่บก
- พ่อค้าชาวอังกฤษระบุนิสัยคนไทย “พวกเขาคุ้นเคยกับการนอนถึง 14 ชั่วโมงต่อ 1 วัน”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
จอร์จ ฟินเลย์สัน, กมลทิพย์ ชัยศุภมงคลลาภ แปลและเรียบเรียง. (2568). จดหมายเหตุจอร์จ ฟินเลย์สัน การเดินทางของคณะทูตอังกฤษสู่ประเทศสยามในสมัยรัชกาลที่ ๒. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ใบหน้าใหญ่เหมือนเป็นคอหอยพอก” สรีรวิทยาของคนไทยสมัย ร.2 ในทัศนะหมอฝรั่ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com