โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ไหว้พระเสริมดวงปีใหม่ 5 วัดไฮไลท์ใน 5 ภาค

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มกราคม 2569 เวลา 16.35 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
แม้จะล่วงข้ามปีใหม่มาแล้ว แต่เรื่องทำบุญเสริมดวงต้องไม่ให้ขาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คัดไฮไลต์วัดดังที่ผู้คนมักนิยมมากราบไหว้เพื่อเสริมดวง ให้ปีใหม่ที่เริ่มต้นมาแล้วแคล้วคลาด ราบรื่น คิดหวังสิ่งใดก็ให้สมปรารถนา

เริ่มต้นวัดแรกที่ภาคเหนือ “วัดนางพญา” จ.พิษณุโลก เป็นวัดสำคัญที่บรรดาเกจิพระเครื่องรู้จักกันดี เพราะมีสุดยอดพระเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี ที่เรียกกันว่า “พระนางพญา” ที่มีการพบกรุพระเครื่องครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 และในปี พ.ศ. 2497 เลื่องลือในด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสำหรับสุภาพสตรีที่เป็นนักปกครองและหัวหน้างานที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก เชื่อกันว่าหากผู้ใดมีพระนางพญาไว้ในครอบครอง จะทำให้ผู้ใต้ปกครองนั้นรู้สึกยำเกรงประดุจนางพญา

“พระนางพญา” ของวัดนางพญา เป็นพระเครื่องที่มีความสำคัญที่ปรากฏหลักฐานการสร้างและการค้นพบมาแต่โบราณ และด้วยพุทธลักษณะอันงดงามสง่างาม กอปรกับพุทธาคมที่ปรากฏเป็นเลิศ ทั้งเมตตามหานิยม อำนาจวาสนา บารมี และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี จึงได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “พระชุดเบญจภาคี” สุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นพระเครื่องที่หายากมาก

วัดนางพญา ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถ มีแต่วิหาร ผู้คนมักมากราบไหว้เพราะเชื่อว่าจะให้คุณในด้านความรัก เมตตามหานิยม การงาน โชคลาภ และแคล้วคลาด

ออกไปทางภาคอีสาน เมื่อโชคลาภ ความสำเร็จสมปรารถนา การงาน การเรียน และชีวิตครอบครัว ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ความเจริญเป็นสิ่งที่ผู้คนถวิลหา “วัดโพธิ์ชัย” จ.หนองคาย คือคำตอบ ด้วยอานิสงส์เรื่องความสุขสงบทางใจ ช่วยขจัดความวุ่นวาย ส่งเสริมให้เกิดปัญญา มองเห็นทางออกในชีวิต พร้อมทั้งช่วยปกป้องคุ้มครอง ภัยอันตราย อุปสรรค

วัดโพธิ์ชัยเดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ฌาปนกิจ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง โดยเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก มีพุทธลักษณะงดงาม เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย

เล่ากันว่าพระธิดา 3 พระองค์ของกษัตริย์ล้านช้างได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และถวายนามพระพุทธรูปตามพระนามของแต่ละพระองค์ คือ “พระเสริม” เป็นพระประจำพระธิดาองค์ใหญ่ “พระสุก” ประจำพระธิดาองค์กลาง และ “พระใส”ประจำพระธิดาองค์เล็ก แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระพุทธรูป

ทั้ง 3 องค์ ลงเรือข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมายังเมืองหนองคาย แต่เกิดพายุพัดแรงจน “พระสุก” ตกน้ำจมหายไป ส่วน “พระเสริม” และ “พระใส” ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย จนถึงในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้อัญเชิญ “พระเสริม” ไปประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร

ในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปีชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญสงกรานต์ และอัญเชิญหลวงพ่อพระใสมาให้ประชาชนทั้งไทยและลาว ได้สรงน้ำบูชาพระใส ณ วัดโพธิ์ชัย

ไปที่สมุทรสงคราม แน่นอนว่าไม่มีวัดไหนจะเป็นจุดหมายลำดับต้น ๆ เท่ากับ “วัดจุฬามณี” เพราะบารมีของ “องค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ” หรือ “ท้าวเวสสุวัณ” เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะจะทำให้การงานเจริญก้าวหน้า การเงินไม่ฝืดเคือง โชคลาภต้องมา และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายด้วย

ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาท้าวเวสสุวรรณมีทั้งหมด 4 ปาง ได้แก่ ปางเทพประทานพรความรักดี ปางหน้ายักษ์ขจัดมาร ปางพรหมาสูติเทพ ประทานพรด้านการงานและการเงิน ปางมนุษย์ ช่วยขจัดปัดทุกข์เข็ญและอุปสรรคต่าง ๆ

วัดจุฬามณี วัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอกแห่งนี้สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า นายตลาดบางช้างเป็นหญิงชื่อ น้อย มีบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวแก้วผลึก (น้อย) ต้นวงศ์ราชนิกุล ณ บางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ หรือสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2)

นอกจากนี้ยังมีจุดอื่น ๆ ภายในวัด ได้แก่ อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน โดยรอบพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดก, พระมหาเจดีย์จุฬามณี สร้างขึ้นตามเจตจำนงของพระครูโกวิทสมุทรคุณ (หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท) ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวสมุทรสงครามให้ความเคารพนับถือ ภายในพระมหาเจดีย์ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา ส่วนวิหารหลวงพ่อเนื่อง เป็นเรือนไทยภายในตกแต่งลวดลายรดน้ำปิดทองสวยงาม เป็นที่เก็บรักษาสังขารที่ไม่เน่าไม่เปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง พระบูรพาจารย์ไว้ให้ลูกศิษย์ได้สักการะกราบไหว้

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าเร่มาทางนี้ อยากค้าขายคล่อง การเงินราบรื่น ขอโชคลาภเงินทอง รับรองว่ามาที่“วัดโสธรวรารามวรวิหาร” จะไม่ผิดหวัง ไม่ใช่เท่านั้นบางคนยังนิยมมาขอลูกด้วย เพราะเชื่อกันว่าเด็กที่เกิดมาจะเลี้ยงง่าย แข็งแรง และมีบุญมาก จึงทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรกันตลอดทั้งปี และมักนิยมใช้ไข่ต้มในการแก้บนเมื่อพรที่ขอประสบความสำเร็จ

วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ “วัดหลวงพ่อโสธร” ถือเป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทราเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ทุกวันภายในพระอุโบสถจะอบร่ำไปด้วยควันจากธูปเทียน กล่าวกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2313 องค์จริงหล่อด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้างศอกเศษ มีพุทธศิลป์งดงามมาก ประยุกต์ แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็นในปัจจุบันและได้ประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างขึ้นตามแบบรัตนโกสินทร์ โดยเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านช้าง

ปิดท้ายที่ภาคใต้กับ “วัดเขาอ้อ” วัดเก่าแก่ของพัทลุง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1651 ประมาณ 900 กว่าปีมาแล้ว เชื่อกันว่าหากมีโอกาสได้มาสักการะ ผู้คนมักจะขอพรให้สุขภาพดี คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงเมตตามหานิยม มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นชื่อปรากฏในสารตราของพระยานครศรีธรรมราชที่มีมาถึงพระยาแก้วโกรพพิชัย บดินทร์เดชอภัยพิริยะพาหะ เจ้าเมืองพัทลุงในสมัยนั้น

วัดเขาอ้อเป็นวัดโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางไสยศาสตร์ตั้งแต่สมัยโบราณ มีพระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายของประชาชนทั่วไป เช่น พระอาจารย์ทองเฒ่าหรือ พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด), พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์, พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา, พระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน, พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และฆราวาสที่รู้จักกันดี คือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช

วัดเขาอ้อหรือสำนักเขาอ้อมีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์หรือฤษีผู้ทรงคุณวิชา ที่นอกจากจะถ่ายทอดวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้ว พราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิยังได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมฤกษ์ยามการจัดทัพตามตำราพิชัยสงคราม ตลอดจนไสยเวทและการแพทย์

ปัจจุบันพิธีกรรมตามความเชื่อไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อมี 4 พิธีกรรม ได้แก่ พิธีเสกว่านให้กิน พิธีหุงข้าวเหนียวดำ พิธีเสกน้ำมันงาดิบ และพิธีแช่ว่านยา ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2569 วัดเขาอ้อมีการจัดกิจกรรม “ตามรอยพิธีกรรมสํานักเขาอ้อ” มีพิธีบวงสรวง พิธีทําบุญรําลึกถึงบูรพาจารย์สํานักเขาอ้อ พิธีแช่ว่านยา พิธีการทางศาสนา พิธีหุงข้าวเหนียวดำ และจบด้วยพิธีกินข้าวเหนียวดํา

จะขึ้นเหนือ ล่องใต้ หรือเฉียงไปทางอีสาน ลงมาที่ภาคกลาง อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม หรือคำแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สอบถามได้ที่ TAT Ccontat Center : 1672 หรือติดตามช่องทางโวเชียลมีเดียทั้ง IG / Tiktok / Line / X : @1672Travelbuddy รวมถึงเว็บไซต์ www.tourismthailand.org หรือ www.1672travelbuddy.com

เช็คลิสต์ 5 วัด 5 ภาค เรื่องไหนเด่น-ดัง

วัดนางพญา จ.พิษณุโลก เด่นเรื่องความรัก เมตตามหานิยม การงาน โชคลาภ แคล้วคลาด

วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เด่นเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จสมปรารถนา การงาน การเรียน และชีวิตครอบครัว

วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม เด่นเรื่องการงานการเงิน โชคลาภ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย

วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เด่นเรื่องการค้าขาย โชคลาภเงินทอง

วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง เด่นเรื่องสุขภาพ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...