ไหว้พระเสริมดวงปีใหม่ 5 วัดไฮไลท์ใน 5 ภาค
เริ่มต้นวัดแรกที่ภาคเหนือ “วัดนางพญา” จ.พิษณุโลก เป็นวัดสำคัญที่บรรดาเกจิพระเครื่องรู้จักกันดี เพราะมีสุดยอดพระเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคี ที่เรียกกันว่า “พระนางพญา” ที่มีการพบกรุพระเครื่องครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 และในปี พ.ศ. 2497 เลื่องลือในด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะสำหรับสุภาพสตรีที่เป็นนักปกครองและหัวหน้างานที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก เชื่อกันว่าหากผู้ใดมีพระนางพญาไว้ในครอบครอง จะทำให้ผู้ใต้ปกครองนั้นรู้สึกยำเกรงประดุจนางพญา
“พระนางพญา” ของวัดนางพญา เป็นพระเครื่องที่มีความสำคัญที่ปรากฏหลักฐานการสร้างและการค้นพบมาแต่โบราณ และด้วยพุทธลักษณะอันงดงามสง่างาม กอปรกับพุทธาคมที่ปรากฏเป็นเลิศ ทั้งเมตตามหานิยม อำนาจวาสนา บารมี และแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี จึงได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “พระชุดเบญจภาคี” สุดยอดพระเครื่องของเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นพระเครื่องที่หายากมาก
วัดนางพญา ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับวัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ถัดไปทางทิศตะวันออก มีลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยเดียวกับวัดราชบูรณะ ต่างกันที่วัดนางพญาไม่มีพระอุโบสถ มีแต่วิหาร ผู้คนมักมากราบไหว้เพราะเชื่อว่าจะให้คุณในด้านความรัก เมตตามหานิยม การงาน โชคลาภ และแคล้วคลาด
ออกไปทางภาคอีสาน เมื่อโชคลาภ ความสำเร็จสมปรารถนา การงาน การเรียน และชีวิตครอบครัว ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ความเจริญเป็นสิ่งที่ผู้คนถวิลหา “วัดโพธิ์ชัย” จ.หนองคาย คือคำตอบ ด้วยอานิสงส์เรื่องความสุขสงบทางใจ ช่วยขจัดความวุ่นวาย ส่งเสริมให้เกิดปัญญา มองเห็นทางออกในชีวิต พร้อมทั้งช่วยปกป้องคุ้มครอง ภัยอันตราย อุปสรรค
วัดโพธิ์ชัยเดิมชื่อ “วัดผีผิว” เนื่องจากเคยใช้เป็นสถานที่ฌาปนกิจ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดโพธิ์ชัยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง โดยเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก มีพุทธลักษณะงดงาม เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย
เล่ากันว่าพระธิดา 3 พระองค์ของกษัตริย์ล้านช้างได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และถวายนามพระพุทธรูปตามพระนามของแต่ละพระองค์ คือ “พระเสริม” เป็นพระประจำพระธิดาองค์ใหญ่ “พระสุก” ประจำพระธิดาองค์กลาง และ “พระใส”ประจำพระธิดาองค์เล็ก แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญพระพุทธรูป
ทั้ง 3 องค์ ลงเรือข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมายังเมืองหนองคาย แต่เกิดพายุพัดแรงจน “พระสุก” ตกน้ำจมหายไป ส่วน “พระเสริม” และ “พระใส” ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย จนถึงในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้อัญเชิญ “พระเสริม” ไปประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร
ในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปีชาวเมืองหนองคายจะมีงานประเพณีบุญสงกรานต์ และอัญเชิญหลวงพ่อพระใสมาให้ประชาชนทั้งไทยและลาว ได้สรงน้ำบูชาพระใส ณ วัดโพธิ์ชัย
ไปที่สมุทรสงคราม แน่นอนว่าไม่มีวัดไหนจะเป็นจุดหมายลำดับต้น ๆ เท่ากับ “วัดจุฬามณี” เพราะบารมีของ “องค์ท่านพ่อท้าวเวสสุวรรณ” หรือ “ท้าวเวสสุวัณ” เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะจะทำให้การงานเจริญก้าวหน้า การเงินไม่ฝืดเคือง โชคลาภต้องมา และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายด้วย
ตามความเชื่อของพระพุทธศาสนาท้าวเวสสุวรรณมีทั้งหมด 4 ปาง ได้แก่ ปางเทพประทานพรความรักดี ปางหน้ายักษ์ขจัดมาร ปางพรหมาสูติเทพ ประทานพรด้านการงานและการเงิน ปางมนุษย์ ช่วยขจัดปัดทุกข์เข็ญและอุปสรรคต่าง ๆ
วัดจุฬามณี วัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอกแห่งนี้สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า นายตลาดบางช้างเป็นหญิงชื่อ น้อย มีบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวแก้วผลึก (น้อย) ต้นวงศ์ราชนิกุล ณ บางช้าง เป็นผู้สร้างขึ้น บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์ หรือสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 2)
นอกจากนี้ยังมีจุดอื่น ๆ ภายในวัด ได้แก่ อุโบสถจัตุรมุขหินอ่อน ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน โดยรอบพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดก, พระมหาเจดีย์จุฬามณี สร้างขึ้นตามเจตจำนงของพระครูโกวิทสมุทรคุณ (หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท) ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวสมุทรสงครามให้ความเคารพนับถือ ภายในพระมหาเจดีย์ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา ส่วนวิหารหลวงพ่อเนื่อง เป็นเรือนไทยภายในตกแต่งลวดลายรดน้ำปิดทองสวยงาม เป็นที่เก็บรักษาสังขารที่ไม่เน่าไม่เปื่อยของหลวงพ่อเนื่อง พระบูรพาจารย์ไว้ให้ลูกศิษย์ได้สักการะกราบไหว้
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าเร่มาทางนี้ อยากค้าขายคล่อง การเงินราบรื่น ขอโชคลาภเงินทอง รับรองว่ามาที่“วัดโสธรวรารามวรวิหาร” จะไม่ผิดหวัง ไม่ใช่เท่านั้นบางคนยังนิยมมาขอลูกด้วย เพราะเชื่อกันว่าเด็กที่เกิดมาจะเลี้ยงง่าย แข็งแรง และมีบุญมาก จึงทำให้มีผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรกันตลอดทั้งปี และมักนิยมใช้ไข่ต้มในการแก้บนเมื่อพรที่ขอประสบความสำเร็จ
วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือ “วัดหลวงพ่อโสธร” ถือเป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทราเนื่องจากเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ทุกวันภายในพระอุโบสถจะอบร่ำไปด้วยควันจากธูปเทียน กล่าวกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาและมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามวรวิหารตั้งแต่ปี พ.ศ. 2313 องค์จริงหล่อด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้างศอกเศษ มีพุทธศิลป์งดงามมาก ประยุกต์ แต่ทางวัดเกรงว่าจะมีผู้คนมาลักขโมยไปจึงได้นำปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะที่เห็นในปัจจุบันและได้ประดิษฐานไว้ที่พระอุโบสถหลังใหม่ที่สร้างขึ้นตามแบบรัตนโกสินทร์ โดยเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร สร้างขึ้นตามแบบศิลปะล้านช้าง
ปิดท้ายที่ภาคใต้กับ “วัดเขาอ้อ” วัดเก่าแก่ของพัทลุง สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1651 ประมาณ 900 กว่าปีมาแล้ว เชื่อกันว่าหากมีโอกาสได้มาสักการะ ผู้คนมักจะขอพรให้สุขภาพดี คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงเมตตามหานิยม มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นชื่อปรากฏในสารตราของพระยานครศรีธรรมราชที่มีมาถึงพระยาแก้วโกรพพิชัย บดินทร์เดชอภัยพิริยะพาหะ เจ้าเมืองพัทลุงในสมัยนั้น
วัดเขาอ้อเป็นวัดโบราณที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางไสยศาสตร์ตั้งแต่สมัยโบราณ มีพระเกจิอาจารย์ผู้สืบต่อวิชาทางไสยศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายของประชาชนทั่วไป เช่น พระอาจารย์ทองเฒ่าหรือ พระครูสิทธิยาภิรัต (เอียด), พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์, พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา, พระครูพิพัฒน์สิริธร (อาจารย์คง) วัดบ้านสวน, พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และฆราวาสที่รู้จักกันดี คือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช
วัดเขาอ้อหรือสำนักเขาอ้อมีลักษณะคล้ายสำนักทิศาปาโมกข์ของพราหมณ์หรือฤษีผู้ทรงคุณวิชา ที่นอกจากจะถ่ายทอดวิชาการปกครองตามตำราธรรมศาสตร์แล้ว พราหมณ์ผู้ทรงคุณวุฒิยังได้ถ่ายทอดเรื่องพิธีกรรมฤกษ์ยามการจัดทัพตามตำราพิชัยสงคราม ตลอดจนไสยเวทและการแพทย์
ปัจจุบันพิธีกรรมตามความเชื่อไสยศาสตร์ของวัดเขาอ้อมี 4 พิธีกรรม ได้แก่ พิธีเสกว่านให้กิน พิธีหุงข้าวเหนียวดำ พิธีเสกน้ำมันงาดิบ และพิธีแช่ว่านยา ระหว่างวันที่ 24-26 มกราคม 2569 วัดเขาอ้อมีการจัดกิจกรรม “ตามรอยพิธีกรรมสํานักเขาอ้อ” มีพิธีบวงสรวง พิธีทําบุญรําลึกถึงบูรพาจารย์สํานักเขาอ้อ พิธีแช่ว่านยา พิธีการทางศาสนา พิธีหุงข้าวเหนียวดำ และจบด้วยพิธีกินข้าวเหนียวดํา
จะขึ้นเหนือ ล่องใต้ หรือเฉียงไปทางอีสาน ลงมาที่ภาคกลาง อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติม หรือคำแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง สอบถามได้ที่ TAT Ccontat Center : 1672 หรือติดตามช่องทางโวเชียลมีเดียทั้ง IG / Tiktok / Line / X : @1672Travelbuddy รวมถึงเว็บไซต์ www.tourismthailand.org หรือ www.1672travelbuddy.com
เช็คลิสต์ 5 วัด 5 ภาค เรื่องไหนเด่น-ดัง
วัดนางพญา จ.พิษณุโลก เด่นเรื่องความรัก เมตตามหานิยม การงาน โชคลาภ แคล้วคลาด
วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เด่นเรื่องโชคลาภ ความสำเร็จสมปรารถนา การงาน การเรียน และชีวิตครอบครัว
วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม เด่นเรื่องการงานการเงิน โชคลาภ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เด่นเรื่องการค้าขาย โชคลาภเงินทอง
วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง เด่นเรื่องสุขภาพ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม