หัวปลาช่องนนทรีไม่ได้ขายหัวปลา เจนที่ 2 ลุยซีฟู้ดพร้อมปรุง l 14, 17 ม.ค. 69 FULL l BTimes
BTimes
อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizบุกครัวในตำนาน ตอกย้ำความอร่อยกว่า 4 ทศวรรษกับ ‘หัวปลาช่องนนทรี’ สู่การแตกแขนงธุรกิจร้านอาหารสู่การรับจ้างผลิต และซีฟู้ดแช่แข็งพร้อมปรุงรสเลิศ
เปิดศักราชใหม่ 2569 BTimes ก็ยังคงเกาะติดเทรนด์ธุรกิจร้านอาหาร และ ‘หัวปลาช่องนนทรี’ ถือเป็นอีกหนึ่งร้านในตำนานที่ปัจจุบันถูกส่งไม้ต่อมายังเหล่าทายาทเจน 2 ที่ยืนยันหนักแน่น ไม่ลงแข่งในเกมสงครามลดราคา แต่กลับขยายฐานกิจการให้เติบโตอย่างแข็งแรงมาได้จนถึงปัจจุบัน
คุณบาส – อัศวิน ลิมป์รัตนกาญจน์ เล่าให้ฟังว่ากว่าจุดเริ่มต้นของร้าน‘หัวปลาช่องนนทรี’ เกิดจากไอเดียที่ว่าในเมื่อต้องทำอาหารเลี้ยงลูกน้อง ก็เลยตัดสินใจเปิดร้านอาหารควบคู่กันเพื่อสร้างรายได้หลายทาง นำไปสู่การเดินหน้าติดต่อกับร้านริมทางเจ้าประจำริมถนนพระราม 3 ที่มักจะขายอาหารในช่วงเช้าถึงกลางวัน จนได้รับการชักชวนให้มาขายในช่วงเย็น คุณแม่และคุณพ่อจึงสร้างเพิงเล็กๆ ขายเมนูหัวปลาหม้อไฟและอาหารทะเลตามสั่ง หลังจากเปิดมาได้เพียง 3 วันก็มีรถเบนซ์คันหรูมาจอดเทียบท่า พร้อมกับมีคุณหญิงท่านหนึ่งเดินลงมาพูดคุยพร้อมแนะนำให้ทำสัญญาเช่าที่ให้เป็นกิจจะลักษณะ เมื่อรอยรั่วถูกอุด กิจการก็ดำเนินมาเป็นอย่างดี กระทั่งได้รับคำแนะนำที่ 2 จากคุณหญิงท่านเดิมเกิดเป็นความกล้าที่จะกำเงินเก็บก้อนโตมาลุยสร้างธุรกิจร้านอาหารขนาดใหญ่ขนาด 200 ตารางวา และนี่คือจุดพลิกผันที่จะเปลี่ยนชีวิตครอบครัวให้ไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล…
กว่า 20 ปี ที่คุณพ่อและคุณแม่ลุยสร้างรากฐานสำคัญให้ลูกๆ ผ่านการบริหารกิจการร้าน ‘หัวปลาช่องนนทรี’ ที่กระจายความอร่อยจาก 1 ไปถึง 6 สาขา เวลาที่ท่านต้องวางมือก็มาถึง คุณบาสและพี่น้องนำประสบการณ์จากการทำงานร้านอาหารในต่างแดนมาพัฒนาระบบหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ ด้วยการหยิบเอาระบบ POS มาใช้แทนการจดบนกระดาษ เพิ่มความแม่นยำในการบันทึกข้อมูล ตลอดจนนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ในการวิเคราะห์วัตถุดิบหลังบ้านให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานในแต่ละวัน ซึ่งทั้งหมดดูเหมือนจะไปได้ดี แต่คุณบาสกลับบอกว่าพวกเขากำลังหลงทางจากการใส่ความเป็นตัวเองมากเกินไปในธุรกิจดั้งเดิม จึงทำการจับเข่าคุยพร้อมปรับโครงสร้างใหม่ที่ไม่กระทบกับตัวตนแท้จริงที่คุณพ่อคุณแม่เป็นคนเริ่ม ส่งผลให้ธุรกิจเดินหน้าไปอย่างสวยงามจนสามารถพา ‘หัวปลาช่องนนทรีจูเนียร์’ ขึ้นห้างได้สำเร็จ ควบคู่ไปกับการสร้างธุรกิจร้านส้มตำภายใต้ชื่อ ‘ปาปาย่า ป๊อก ป๊อก’
ขณะที่โควิด–19 ไล่ปิดประตูกิจการ แต่ ‘หัวปลาช่องนนทรี’ กลับไปต่อได้ เพราะน้องชาย
คุณบาสเล่าว่าขณะนั้นน้องชายของตนเป็นคนที่ปรับตัวได้ไวสุด เรียกระดมพลผู้จัดการและพนักงาน เพื่อสร้างความเข้าใจและหาหนทางรอดไปพร้อมกัน ด้วยการให้แบรนด์อื่นๆ เข้ามาใช้พื้นที่ของร้านในการขายสินค้า ควบคู่ไปกับปั้นแบรนด์อาหารแช่แข็งพร้อมปรุงภายใต้ชื่อ ‘ติดตู้’ ขึ้น เพื่อส่งต่อความอร่อยให้กับลูกค้าที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถปรุงความอร่อยได้เหมือนกับมานั่งทานที่ร้านภายในเวลาเพียง 15 นาที เรียกได้ว่าโมเดลนี้ตอบโจทย์โดนใจเป็นอย่างมากทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปและผู้ประกอบการอีกด้วย และล่าสุดพิเศษมากเฉพาะในเดือนมกราคม ‘ติดตู้’ ได้คอลแลปกับ ‘aro’ ส่งปลากะพงทอดราดน้ำปลาไปวางจำหน่ายในแม็คโครทุกสาขาเป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนี้ ‘หัวปลาช่องนนทรี’ ยังผันตัวมาดำเนินกิจการในรูปแบบ OEM หรือการรับจ้างผลิตให้กับแบรนด์ต่างๆ ไปจนถึงการคอลแลปอาหารและน้ำจิ้มสูตรพิเศษร่วมกับแบรนด์อื่นๆ รวมถึงการนำจิ้มสูตรลับจากทางร้านมาผลิตในรูปแบบขวดวางจำหน่ายที่สาขา แพลตฟอร์มออนไลน์ และซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
แม้ในปัจจุบัน ‘หัวปลาช่องนนทรี’ จะมีการปรับลดจำนวนสาขาจาก 17 ลงมาเหลือเพียง 10 สาขา รวมร้านปาปาย่า ป๊อก ป๊อก แต่ธุรกิจยังคงเติบโตไปในทิศทางที่ดี ชนิดที่ไม่ต้องเอาตัวเองกระโจนไปในเกมสงครามราคา โดยเป้าหมายต่อไปในอนาคตคุณบาสตั้งใจที่จะพา ‘หัวปลาช่องนนทรี’ ก้าวสู้ระดับสากล เพื่อนำเสนออาหารต้นตำรับคนไทยในเวทีครัวโลก