ราคาน้ำมันดิบพุ่ง รับสงครามสหรัฐ–อิหร่าน ลุ้นเสี่ยงปิดฮอร์มุส
ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับขึ้น หลังความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านรุนแรง ตลาดกังวลความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุส ขณะที่ซาอุฯ เตรียมขึ้นราคาขายเอเชีย และ OPEC+ เพิ่มกำลังผลิตเดือนเม.ย.
ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 2 มี.ค. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้
- เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 67.02 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.81 ดอลลาร์
- เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 72.48 ดอลลาร์/บาร์เรล +1.73 ดอลลาร์
นักวิเคราะห์จากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) และเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งกระตุ้นความกังวลด้านอุปทานในตลาดโลก
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ตลาดกังวลความเสี่ยงอุปทานตึงตัว หลังมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 อิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยขีปนาวุธ และเกิดเหตุระเบิดในกรุงเตหะรานรวมถึงหลายเมืองสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ในการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นกว่า 20% ของอุปทานโลก หากเกิดเหตุปิดเส้นทางดังกล่าวจริง จะยิ่งทำให้อุปทานน้ำมันตึงตัวมากขึ้น
สำหรับการซื้อขายล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับเพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ระดับ 67.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ระดับ 72.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ด้านซาอุดีอาระเบียมีแนวโน้มปรับขึ้นราคาขายน้ำมันดิบให้กับตลาดเอเชียในเดือนเมษายน 2569 เพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนอุปสงค์จากอินเดียที่เพิ่มขึ้น หลังมีการทดแทนอุปทานน้ำมันจากรัสเซีย
ข้อมูลจาก Baker Hughes ระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ก.พ. 2569 ปรับลดลง 2 แท่น เหลือ 407 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 แท่น อยู่ที่ 134 แท่น
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้รับแรงกดดันด้านอุปทานเพิ่มเติม หลังกลุ่ม OPEC+ มีมติเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบในเดือนเมษายน 2569 อีก 0.206 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดบางส่วนในระยะถัดไป