โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ดรีมทีมลุยเพิ่มคะแนนรัฐบาล

เดลินิวส์

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
การเลือกตั้งเที่ยวนี้หลายคนตั้งคำถามว่า“เอาอย่างไรต่อ” เพราะปัญหาคิวอาร์โค้ดบนบัตรถูกตีความไปถึงความลับ-ไม่ลับในการกาบัตร กูรูด้านกฎหมายให้ความเห็นต่างกัน ที่สุดแล้วขอให้รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะไปถึงลงคะแนนใหม่ คือการจัดให้มีการลงคะแนนอีกครั้ง ผู้สมัครยังเป็นรายเดิม หรือไปถึงการเลือกตั้งใหม่ ประกาศ พ.ร.ฎ.ใหม่ แต่ละพรรคจัดสรรคัดคนกันใหม่หรือไม่ หรือในที่สุดเดินหน้าไปกับผลเลือกตั้งชุดนี้ต่อ ก็รอศาล

งานของรัฐบาลใช่ว่าจะหยุดได้รัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องไม่ปล่อยขาลอยเกียร์ว่าง ไม่ให้คะแนนนิยมของพรรคตัวเองเสีย ทำงานไว้ เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่อย่างไรก็ต้องพร้อมสู้ลงสนาม ไม่ใช่ต้องมาคอยแก้ต่างแก้ตัวเรื่องโน้นเรื่องนี้ระหว่างหาเสียง ภูมิใจไทยต้องทำผลงานหนักมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ขึ้นมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง จะเป็นพรรคเซาะกราว ขวัญใจบ้านนอกก็ได้ แต่ต้องเพิ่มภาพลักษณ์อินเตอร์ ทำงานระหว่างประเทศ

ในช่วงนี้ก็มีเรื่องให้“ดรีมทีม”ภูมิใจไทยสำแดงฝีมือ เรื่องแรกคือศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา มีมติ 6-3 ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีศุลกากรแบบครอบคลุม เพราะอำนาจการจัดเก็บภาษีเป็นของสภาคองเกรส จากที่ไทยจะต้องเสียภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ 19% เมื่อมีคำสั่งศาลมาเช่นนี้ก็ต้องพักไว้ก่อน แต่ท่าทีทรัมป์จะใช้มาตรการอื่นรมต.แต๋ม”ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ให้กรมการค้าระหว่างประเทศประเมินสถานการณ์รอบด้าน

“ล่าสุดทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจตามมาตรา 122 กฎหมายการค้า ค.ศ.1974 ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าทั่วโลกเพิ่มอีก 10% เป็นระยะเวลา 150 วัน มีผลตั้งแต่ 00.01 น. ของวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นการนำมาตรานี้มาใช้แทนมาตรการภาษีตอบโต้แบบชั่วคราว ไทยกำลังพิจารณาผลกระทบ รวมถึงแนวทางต่อไปของสหรัฐฯ” ความหวังของฝั่งส่งออกไทยคือ “ทีมไทยแลนด์เจรจาเชิงรุกอย่างไร ให้อัตราภาษีไม่ทำร้ายผู้ประกอบการนัก” ความคาดหวังต่อ“ซูเปอร์จี”มีสูง

ดรีมทีมคนที่ถูกท้าทายฝีมือก่อน คือ“รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ที่ต้องรับมือเขมร และเป็นผู้เจรจาสำคัญในนโยบายรัฐบาลอนุทิน ที่ต้องการยกเลิก MOU44 เขตอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ว่า บริเวณนั้นเป็นแหล่งพลังงานมหาศาล รมต.อ้วนบอกว่า การจัดการพื้นที่ ไทยสามารถใช้กลไกกฎหมายระหว่างประเทศเป็นหลักได้ แต่ต้องชัดเจนว่า หลังยกเลิกจะมีทางเลือกอะไร

ประเทศข้างบ้านของไทยก็ยังไม่จบง่ายๆ ฮุนมาเนต นายกฯกัมพูชา ไปให้สัมภาษณ์สื่อว่า กองทัพไทยยังคงยึดครองพื้นที่บางส่วนที่กัมพูชาถือว่าเป็นอธิปไตยของกัมพูชา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการทำงานของ กมธ.เขตแดนร่วม ( เจบีซี ) เพื่อร่วมกันลงพื้นที่ปักปันเขตแดนให้เสร็จสิ้น วิธีการนี้คือหนทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดสงครามรอบใหม่ แต่ที่ผ่านมาการเจรจามักจะหยุดชะงัก เนื่องจากความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและกระแสชาตินิยมทั้งในไทยและกัมพูชา

ทางฝ่ายไทยชี้แจงว่า กระบวนการเจรจาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อได้รัฐบาลที่เป็นทางการ แต่นั่นไม่พอ ไทยคงต้องชี้แจงอย่างเข้มข้นเพราะประเทศนี้หาทางโกหกโลกตลอดเวลา ระหว่างวันที่ 23-25 ก.พ. รมว.ต่างประเทศจะเยือนเจนีวา ร่วมประชุมระดับสูงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (เอชอาร์ซี) สมัยที่ 61 และการประชุมต่างๆ ในโอกาสนี้จะได้พบผู้บริหารระดับสูงของสหประชาชาติ และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน

ในห้วงเวลาเดียวกัน จะร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยแซมเบีย ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ( อนุสัญญาออตตาวา ) ครั้งที่ 23 จับตาว่า จะมีการขอให้ดำเนินต่อรัฐภาคีที่ละเมิดอนุสัญญาหรือไม่ ในโอกาสประชุมเอชอาร์ซี กระทรวงต่างประเทศจะชี้แจงเรื่องการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชนไทยอย่างมาก และ รมต.อ้วนว่า พร้อมชี้แจงตอบโต้ทันทีถ้าเขมรกล่าวหาไทยในเวทีนี้ หรือเวทีอื่นๆ

เรื่องระหว่างประเทศจะเข้ามาท้าทายรัฐบาลมากขึ้น ต้องเดินหน้าเพื่อผลประโยชน์และเกียรติภูมิของชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...