เปิดหน้า Next Gen! บิ๊ก สระบุรี อดีตแชมป์โลก ฝ่าด่านหินลงสนามใหญ่ ขอแก้ปัญหาเรื้อรังคนกีฬา
เปิดหน้า Next Gen! บิ๊ก สระบุรี อดีตแชมป์โลก ฝ่าด่านหินลงสนามใหญ่ ขอแก้ปัญหาเรื้อรังคนกีฬา
ฮือฮาตั้งแต่เปิดตัวสวมเสื้อพรรคประชาชน เมื่อ อรรถสิทธิ์ มหิทธิ หรือ บิ๊ก สระบุรี อดีตแชมป์โลกสนุ้กมือสมัครเล่น ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี เขต 3
ฉีกภาพจำของ “นักกีฬา” ที่มาลงสนามการเมืองก่อนหน้านี้ ที่หลายคนอาจจะมองว่า มาลองสนาม เรียกกระแส
แต่บิ๊ก สระบุรี เอาจริง ขอไปเป็นกระบอกเสียงให้กับทั้งเพื่อนพี่น้องวงการกีฬา และ ประชาชนไทย
ย้อนกลับไปตั้งแต่เด็ก อรรถสิทธิ์ เล่าว่าตัวเขาเองเป็นคนติดตามการเมืองมาตลอด ด้วยความที่คุณพ่อเป็นนักข่าว รั้งตำแหน่งประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสระบุรี จนทำให้คลุกคลีกับนักการเมือง เห็นส.ส.มาตลอด ตั้งแต่ยังอายุไม่ถึง 10 ขวบ จนหลายๆคนก็บอกว่าเขา “แก่สังคม” หลายครั้งที่มีคนเข้ามาถามเขาว่า อยากจะลงเล่นการเมืองไหม คำตอบของเขามันจะออกมาในรูปแบบว่า “ก็คงจะเล่น แต่ก็ต้องรอโอกาส จังหวะเวลาที่เหมาะสม”
แม้จะสนใจเรื่องการเมืองมาตลอด แต่อดีตแชมป์โลกรายนี้ ก็ไม่ตัดสินใจก้าวเท้าเข้าสนามสักที กระทั่ง การเลือกส.ว.ปี 2567 เขาตัดสินใจวันสุดท้าย เลือกสมัครส.ว.กลุ่ม 16 กลุ่มกีฬา ด้วยปรึกษากับที่บ้านแล้ว คิดว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเงินเสียทองหาเสียงมากนัก เป็นเพียงการแนะนำตัวกับผู้สมัคร ด้วยความรู้ ความสามารถ และชื่อเสียงในด้านที่ถนัด หากไม่ลงสมัคร ก็จะเป็นการเสียโอกาส
เมื่อตัดสินใจได้ เขาขับรถกลับจากอุบลราชธานี 4-5 ทุ่ม กลับมาสระบุรีเพื่อสมัครส.ว. ตอนตี 5 เพื่อสมัครวันสุดท้าย ผ่านรอบต่างๆ จนกระทั่งได้เข้าสู่สนามระดับชาติที่เมืองทองธานี
“ผมอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเลย ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ภาพที่มันปรากฏออกมาเราก็มองว่า บางทีมันก็ปล่อยไปไมได้ สะกิดใจเรา และก็คิดว่า ถ้าเรามีโอกาสอยู่ จะลองในสนามอื่นผมก็รอนะว่า การเลือกส.ว.จะยกเลิกไหม หรือจะมีอะไรไหม เราก็เห็นอะไรหลายอย่าง มันก็ไม่น่าจะยื้อมาได้ถึงขนาดนี้”
หลัง 2 ปีผ่านไป การเลือกตั้งครั้งใหญ่รอบนี้ ก็มีพรรคการเมืองเข้ามาติดต่อเขาจำนวนไม่น้อย แต่เขาเลือกตาม “กลิ่น” ของความเปลี่ยนแปลง ปักหลักกับ “พรรคประชาชน”
อรรถสิทธิ์ บอกว่ากับพรรคประชาชน ก็ได้คุยกันเรื่องอุดมการณ์ แนวทาง ซึ่ง ยังไงเขาก็เป็นพรรคที่ไม่ซื้อเสียง ผมก็ชอบอยู่แล้ว ผมก็คิดว่าถ้าเลือกพรรคอื่น สุดท้ายก็คงเข้าไปอีหรอบเดิม คือ การเมืองเก่าที่ต้องมีซุ้ม มีบ้านใหญ่ แต่ที่นี่เราดูที่ความสามารถอย่างเดียว ดูสิ่งที่พรรคประชาชนเปิดตัวออกมาก็ได้ ไม่เคยมีอยู่แล้วการเปิดตัวรัฐมนตรี ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญเรื่องนั้นจริงๆ มีแต่แบ่งกันตามโควต้า ซึ่งสิ่งนี้อุดมการณ์ของผมตรงกันกับพรรค
แต่ใช่ว่าตกลงปลงใจจะลงส.ส.แล้ว จะง่ายดังคิด เพราะเขาต้องผ่านการคัดเลือกถึง 7 ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ วันละหลายๆคลิป ปรับทัศนคติทั้งเรื่องดีเอ็นเอของพรรค ที่จะต้องไม่มีการซื้อเสียง ซึ่งต้องดูให้ถึงเกณฑ์จึงจะผ่าน วันละหลายชั่วโมง บิ๊ก บอกว่า ถ้ามาถึงจุดนี้ คนที่คิดเห็นไม่ตรงกับพรรค บอกลาไปก็มี จากนั้นก็มีเรียนออนไซต์ รวมไปถึงกระบวนการสัมภาษณ์ ที่มีแกนนำพรรค 5-6 คน มารุมสัมภาษณ์ในรอบระดับภาคกลาง
กว่าจะได้เป็นตัวแทนพรรคลงสมัครส.ส. เรียกว่าไม่ง่าย
เป็นคนกีฬา ที่สมัครเข้าสู่การเมือง คนย่อมไม่พ้นคาดหวังให้เขาขับเคลื่อนเพื่อแวดวงกีฬา บิ๊ก สระบุรี บอกว่า เขาเกิดจากวงการสนุ๊กเกอร์ แน่นอน ก็อยากจะผลักดันกีฬาประเภทนี้ ให้เป็นกีฬาจริงๆ และออกจากพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาอยากจะทำงานด้านกีฬาในภาพรวมด้วย
“พอเข้ามาจริงๆ เราอยากผลักดันภาพรวมกีฬาทั้งหมด อย่างที่ผ่านมาตอนกีฬามหกรรมซีเกมส์ ที่มีข่าวนักกีฬาออกมา ผมโดนมาหมดแล้ว ผมเป็นมือหนึ่งประเทศไทย อยากเล่นทีมชาติ แต่เขาไม่ให้เล่น หรือเรื่องเบี้ยเลี้ยงที่ออกช้า สมัยผม 1-2 เดือน ตอนนี้หนักกว่าอีก ค้างกัน 5-6 เดือน มันเกินไป ยังมีเรื่องเงินรางวัลถูกหักเปอร์เซนต์ หรือไม่ได้เงินรางวัลก็มี”
“อย่างตอนที่ผมได้แชมป์โลกปี 2550 ผมต้องได้ล้านนึงจากกกท. แต่ก็ไม่ได้เงินสักที เกือบ 2 ปี ผมต้องไปร้องเรียนตามที่ต่างๆ ไปร้องเรียนกับหนังสือพิมพ์ กับ ทีวี ตั้งแต่ยังไม่มีดิจิทัลทีวี พอผมไปร้อง ผมถึงได้เงิน คือ พี่สมจิตร จงจอหอ ไปได้แชมป์โอลิมปิกที่ปักกิ่ง ได้เงินก่อนผมอีก ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้ร้องแค่ผมคนเดียว มีนักกีฬาอีก 40 คน กว่า 22 ล้านบาท”
“เรื่องเหล่านี้ ผมมองว่าหายนะคือประเทศ เพราะการที่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ ให้นักกีฬาเลิกเล่นเพราะปัญหาเหล่านี้ กีฬาก็จะถดถอย ผู้ปกครองก็ไม่อยากให้เด็กมาเป็นทีมชาติ ไปทำอย่างอื่นดีกว่า ถ้าระบบกีฬามันยังเป็นแบบนี้อยู่”
หากได้เข้ามาเป็นส.ส. ก็จะผลักดันประเด็นนักกีฬาให้ไปไกลกว่านี้
แต่เมื่อตัดสินใจลง ส.ส.เขต ในพื้นที่บ้านเกิดของเขาแล้ว เขาก็มุ่งผลักดันคุณภาพชีวิตของชาวสระบุรี เขต 3 หนองแค, วิหารแดง, หนองแซง, อำเภอเมือง (เฉพาะ ต.หนองโน) ไปด้วย พร้อมว่า“เพราะปัญหาของชาวบ้าน มันมากกว่ากีฬา”
อรรถสิทธิ์ บอกว่า จริงๆก็อยากผลักดันด้านกีฬา แต่พอลงพื้นที่ เราก็พบว่าเราทำกีฬาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะปัญหาของชาวบ้านมันมากกว่ากีฬา มีคนในพื้่นที่ที่ต้องดูแล ในพื้นที่ผมมีฝุ่นเยอะมาก ในหนองแคนั้นขยายโรงงานเร็วมาก เพราะแก่งคอยที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมแรกของจังหวัด มันเต็มแล้ว เขาก็ขยายออกมา ซึ่งตอนนี้หนองแคมี 2 นิคม ที่สำคัญคือมีหลายโรงงานเป็นของนายทุนฝ่ายการเมือง ชาวบ้านก็ต่อต้าน ยังเป็นปัญหาคาราคาซัง แต่มลพิษมันเยอะมากๆ ซึ่งอดีตส.ส.สระบุรีของพรรค ก็ได้นำหัวหน้าพรรคเข้ามาลงพื้นที่อยู่
เช่นเดียวกับที่เห็นในหน้าข่าว ส.ส.ของพรรคประชาชนนั้น ก็ต้องทำควบคู่กันไปทั้งงานสภา และลงพื้นที่
“แม้จะเป็นส.ส.เขต แต่พรรคก็บอกว่า เราสามารถทำงานเหมือนส.ส.บัญชีรายชื่อ เหมือน ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ที่ทำงานตรวจสอบต่างๆ และทำพื้นที่ให้ดี ขับเคลื่อนปัญหาต่างๆ ผมก็มองว่าแบบนี้ก็โอเค ตัดสินใจลงมาทำ ตอนแรกก็คิดว่า หรือเราจะรอโอกาส เวลา เลือกตั้งครั้งหน้าแล้วลงปาร์ตี้ลิสต์แบบที่อยากจะลงตอนแรก แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะช้าไปไหม ผมมองว่านี่เป็นโอกาสของความเปลี่ยนแปลง”
“กลิ่นมันมาแล้ว ผมเชื่อมั่นลึกๆ ก็เลยอาสาเข้ามาและต้องจบที่พรรคนี้ เพราะในพรรคทุกคนเท่าเทียม ทุกคนมีสิทธิจะเสนอเรื่องต่างๆ เปิดโอกาสให้เป็นตัวเอง”
กับการเลือกตั้งครั้งนี้ แน่นอน บิ๊ก ก็หวังผลจะชนะเลือกตั้งเข้าไปนั่งในสภา แต่ด้วยประสบการณ์การเป็น “นักกีฬา” เขาก็มองว่า ทุกอย่างมีแพ้ ชนะ
อรรถสิทธิ์ บอกว่า แต่ก่อนตอนเริ่มเล่นกีฬาใหม่ๆ ทำใจไม่ได้เลยถ้าแพ้ แต่พอโตขึ้น เราก็มองว่าทำเต็มที่ ไม่ได้รายการนี้ยังมีรายการหน้า งานการเมืองผมไม่ได้ลงทุนอะไรที่ต้องถอนทุนคืน แต่ผมลงแรง เราลงพื้นที่ทำการบ้าน ผิดหวังตรงไหน พลาดตรงไหน แล้วเอาไปแก้ตัวในครั้งหน้า
“พรรคประชาชน เป็นพรรคเดียวที่คุยกับผมเรื่องอนาคต ว่างานสภามีอะไรให้ผมทำ มีงานอย่าง กมธ.กีฬา ให้ผลักดันประเด็นต่างๆ หากพลาดหวังกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ผมก็ยังคงทำงานการเมืองต่อไป”
กับการเลือกตั้งครั้งนี้ อดีตแชมป์โลก อยากจะชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิ เพราะเลือกตั้งส.ส. ถือเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ที่เสียงของทุกคนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทย
“พรรคประชาชน เป็นพรรคเดียวที่ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล เราไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลแล้วจะเป็นอย่างไร เราอยากวิงวอนให้เลือกพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาลพรรคเดียว 250 เสียง อยากขอโอกาสที่จะเปลี่ยนประเทศ อย่างเช่น อบจ.ลำพูน ที่เขาเปลี่ยนแปลง มีรถเมล์ไฟฟ้า เปลี่ยนไป เพื่อนผมยังแซวว่าอยากย้ายบ้านไปลำพูน ผมเชื่อว่ากลิ่นพวกนี้ มันมาแล้ว”
“อยากให้พ่อแม่พี่น้อง กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพราะใบเดียว มันสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่พอ ปาร์ตี้ลิสต์ใบเดียว ก็ส่งคนไปเป็นปากเสียงในสภาได้ แต่พลังไม่พอ มันต้อง 2 ใบ ถึงจะได้นายกฯเท้ง และ ทีมบริหารพรรคประชาชนไปเป็นรัฐบาล คุณจะได้เห็นอะไรแปลกใหม่ ที่เป็นระบบเปิดตรวจสอบได้ ขนาดว่าเราเป็นฝ่ายค้าน 2 ครั้ง เรายังสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองได้ขนาดนี้ ก็อยากจะขอโอกาสประชาชนครั้งนี้”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหน้า Next Gen! บิ๊ก สระบุรี อดีตแชมป์โลก ฝ่าด่านหินลงสนามใหญ่ ขอแก้ปัญหาเรื้อรังคนกีฬา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th