โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่” พุ่งรับต้นปี 2569 ดอลลาร์อ่อนค่า-กระแส Sell America กลับมา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 04.57 น.

หุ้น ค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และทองคำในตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังความตึงเครียดสหรัฐ-ยุโรปกดดันค่าเงินดอลลาร์ กระตุ้นกระแส Sell America

วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 11.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นและสินทรัพย์ของประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทั้งหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงิน และโลหะมีค่า เดินหน้าปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ท่ามกลางแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและยุโรป ซึ่งปลุกกระแสถกเถียงเรื่องขายสินทรัพย์อเมริกา (Sell America) ให้กลับมาอีกครั้ง

แรงซื้อในตลาดเกิดใหม่เร่งตัวขึ้นในวันศุกร์ หลังบรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงหนุนจากการที่สหรัฐประกาศกรอบข้อตกลงกับพันธมิตรนาโตเกี่ยวกับกรีนแลนด์ หุ้นเอเชียในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ปรับขึ้นราว 0.5% โดยมีแนวโน้มปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยีในเกาหลีใต้และฮ่องกง ขณะที่ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนแข็งค่ากว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี ส่งผลให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าตาม

เงินลงทุนไหลเข้าสู่กองทุนตลาดเกิดใหม่ในอัตราที่เร็วเป็นประวัติการณ์ สะท้อนการหมุนย้ายพอร์ตออกจากสินทรัพย์สหรัฐฯ ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยดัชนีหุ้นละตินอเมริกาของ MSCI ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินท้องถิ่นของหลายประเทศก็ทำระดับสูงสุดใหม่เช่นกัน

ข้อพิพาทกรณีกรีนแลนด์ทำให้นักลงทุนกลับมาตั้งคำถามต่อความเป็นข้อยกเว้นของสหรัฐ (US exceptionalism) และบทบาทของเงินดอลลาร์ ส่งผลให้กองทุนตั้งแต่ยุโรปถึงอินเดียเริ่มกระจายการลงทุนออกจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ กระแสเงินทุนดังกล่าวช่วยหนุนการปรับขึ้นของสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งได้รับแรงหนุนอยู่แล้วจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลก การใช้จ่ายด้าน AI การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในละตินอเมริกา รวมถึงนโยบายการคลังและการเงินที่มีวินัยมากขึ้นในหลายประเทศกำลังพัฒนา

เคที ค็อก ซีอีโอของ TCW Group ระบุในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg Television ว่า นักลงทุนกำลังมองหาการกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์สหรัฐ โดยเฉพาะพันธบัตร “ดิฉันมองว่านี่คือการค่อย ๆ ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐอย่างเงียบ ๆ ไม่ใช่การประกาศครั้งใหญ่ แต่เป็นการทยอยมองหาโอกาสลงทุนทางเลือกอื่น”

ค่าเงินอย่างเรียลบราซิล เปโซโคลอมเบีย และเปโซชิลี ปรับแข็งค่ามากกว่า 3% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยธนาคารกลางโปแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ได้อนุมัติแผนซื้อทองคำเพิ่มอีก 150 ตัน

ด้านกองทุน iShares Core MSCI Emerging Markets ETF มูลค่า 135,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ ดึงดูดเงินลงทุนเกือบ 6,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว และมีแนวโน้มทำสถิติเงินไหลเข้าสูงสุดรายเดือนนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2555

โอลิเวอร์ ฮาร์วีย์ นักกลยุทธ์จาก Deutsche Bank ระบุว่า สินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่เป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่แข็งแกร่ง และเมื่อโอกาสแสดงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในตลาดพัฒนาแล้วเริ่มจำกัด แนวโน้มของตลาดเกิดใหม่ยิ่งดูสดใสมากขึ้น

อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์เตือนว่ากระแสเงินทุนอาจชะลอลงได้หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาปะทุ เนื่องจากขนาดของตลาดสินทรัพย์ในประเทศกำลังพัฒนายังเล็กกว่าสหรัฐ โดยนักกลยุทธ์ของ Citigroup ระบุว่า ตลาดสหรัฐอาจยังเป็นจุดหมายหลักของนักลงทุนบางส่วน เมื่อความสนใจหวนกลับไปที่ความแตกต่างด้านการเติบโตระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปหลังผ่านช่วงจุดตึงเครียดสูงสุดไปแล้ว

ทั้งนี้ Citigroup มองว่าประเด็นการลดบทบาทเงินดอลลาร์ (de-dollarization) และความกังวลด้านวินัยการคลังของสหรัฐฯ ได้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในปี 2568

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...