ปฏิบัติการ “ปิดเกมโอมิ”ทลายเครือข่ายพาลูกสาววัย 14 ลวงหนุ่มใหญ่ สูญเงินกว่า 8 ล้าน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงข่าว ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา3 ราย ดังนี้ ในข้อหา“เป็นอั้งยี่ ฯ, ร่วมกันกรรโชก โดยข่มขืนใจผู้อื่น และร่วมกันฟอกเงิน” หลังเข้าตรวจค้นสถานที่ 3 แห่ง คือ บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดสิงห์บุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้
1. สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม
2. โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ
3. สร้อยคอทองคำพร้อมพระเครื่อง
4. พระเครื่องพร้อมกรอบ
5. โทรศัพท์มือถือ
6. อาวุธปืนลูกซอง
รวมตรวจยึดทรัพย์สิน มูลค่าประมาณกว่า 4,000,000 บาท
คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหายกับพวกรวม 4 ราย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อให้การและแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเครือข่ายผู้ต้องหา หลังถูกกลุ่มผู้ต้องหา นำเด็กคือ ด.ญ.เอ อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้ต้องหา มาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ และกรรโชกทรัพย์ โดยเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร
กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหา จนสามารถจับกุมได้
น.ส.ชอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาและผู้เป็นมารดาของเด็กวัย14 ที่มาหลอกผู้เสียหาย ให้การว่า ได้ติดต่อทักทายหนุ่มใหญ่ผ่านแอปพลิเคชันโอมิ (OMI) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับการหาคู่ เพื่อคัดเลือกเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจะทำทีทักพูดคุยสนทนาสร้างความสนิทสนมและความไว้วางใจในลักษณะเชิงรักใคร่ ต่อมาได้ตระเตรียมการวางแผนร่วมกับ ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นบิดาของ ด.ญ.เอ และได้นัดพบกับกลุ่มผู้เสียหายแต่ละราย โดยมีเจตนาแอบแฝงในการให้กลุ่มผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์กับ ด.ญ.เอ จากนั้นเมื่อ ด.ญ.เอ แยกกับผู้เสียหาย น.ส.ชอ จะสอบถาม น.ส.เอ ว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายหรือไม่
เมื่อ ด.ญ.เอ รับว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายแต่ละรายจริง น.ส.ชอ ได้ร่วมกันวางแผนเรียกทรัพย์สินจากผู้เสียหาย
จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ร่วมกันวางแผนโดยกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายจำนวนหลายราย และได้รับเงินจากผู้เสียหายรวมประมาณกว่า 8 ล้านบาท โดยได้นำเงินดังกล่าวไปเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ยักย้าย ถ่ายเท อาทิ การนำเงินที่ได้รับจากผู้เสียหายไปซื้อทองคำ รถยนต์ และที่ดิน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5–8 ล้านบาท