โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลอนทั้งโซเชียล คลิปสาวสั่งให้ไรเดอร์ “ส่งอาหารในสุสาน” จัดฉากหรือเรื่องจริง?

Khaosod

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 10.26 น.
กลางดึก สั่งไรเดอร์ “ส่งอาหารในสุสาน” ชาวเน็ตตั้งคำถาม - ภาพจาก X @choudhary_99415

ขนหัวลุก! ลูกค้าสาวขอให้ไรเดอร์เข้าไป “ส่งอาหารในสุสาน” กลางดึก เกิดบทสนทนาชวนหลอน ชาวเน็ตเสียงแตก บ้างเห็นใจพนักงาน อีกด้านมองเป็นคลิปจัดฉากเพื่อยอดวิว

4 กุมภาพันธ์ 2569- มีคลิปวิดีโอหนึ่งถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่พนักงานส่งอาหารถูกลูกค้าขอให้เข้าไป“ส่งอาหารในสุสาน” ช่วงเวลากลางดึก โดยคาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย

ในคลิป พนักงานส่งอาหารโทรศัพท์แจ้งลูกค้าว่าเขามาถึงสถานที่แล้ว โดยลูกค้าซึ่งเป็นผู้หญิงตอบกลับอย่างใจเย็นว่า“โอเค เดินตรงเข้าไปเลยนะ มีหมานั่งอยู่ข้างทาง ไม่ต้องกังวล”

พนักงานส่งอาหารเดินเข้าไปไม่กี่ก้าว ก่อนจะชะงักและมองไปข้างหน้า จากนั้นพูดขึ้นว่า “สุสานเหรอครับ? ข้างในมันมืดมาก ผมไม่เข้าไปนะครับ”

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวตอบกลับทันทีว่า“ใช่ เข้ามาข้างในประตูแล้วส่งของเลย” ซึ่งด้านพนักงานส่งอาหารได้ปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยให้เหตุผลว่าเขารู้สึกไม่สบายใจและหวาดกลัว พร้อมยืนยันว่าลูกค้าต้องออกมารับอาหารที่หน้าประตู ไม่เช่นนั้นเขาจะยกเลิกออเดอร์

สถานการณ์ยิ่งแปลกประหลาดขึ้น เมื่อหญิงสาวอ้างว่าเธอกำลัง“ปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ” อยู่ภายในสุสาน ทำให้พนักงานส่งอาหารถึงกับตกใจและถามกลับไปว่า“มีคนปกติสั่งอาหารมาส่งที่สุสานด้วยเหรอ?”

จากนั้นหญิงสาวกล่าวหาว่าพนักงานส่งอาหารกลัวผี แต่เขาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความกลัวผี แต่เป็นเรื่องของความไม่เหมาะสมและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการเข้าไปในสุสานยามค่ำคืน

สุดท้าย พนักงานส่งอาหารย้ำจุดยืนของตนอีกครั้ง พร้อมขอให้ลูกค้ายกเลิกออเดอร์ และยืนยันชัดเจนว่าเขาจะไม่เข้าไปส่งอาหารด้านในอย่างเด็ดขาด

เดินเข้าไปเลย มีหมาอยู่ ไม่ต้องกลัว

โทรแจ้งถึงที่หมาย แต่ลูกค้าบอกแค่ “เดินเข้าไปเลย มีหมาอยู่ ไม่ต้องกลัว” - ภาพจาก X @choudhary_99415

ปฏิกิริยาบนโซเชียลมีเดีย

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ โดยชาวเน็ตจำนวนหนึ่งออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของพนักงานส่งอาหาร ขณะที่บางส่วนตั้งคำถามว่าทำไมจึงมีการเลือกสถานที่ส่งอาหารเป็นสุสาน

อีกหลายเสียงมองว่าพฤติกรรมของหญิงสาวในคลิปดูน่ากังวลและชวนไม่สบายใจ พร้อมระบุว่าคลิปดังกล่าวสะท้อนประเด็นเรื่อง“ขอบเขตส่วนบุคคล” ความสบายใจในการทำงาน และสถานการณ์ไม่คาดฝันที่พนักงานส่งอาหารต้องเผชิญอยู่เป็นประจำ

ผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า“หลายคนมักลืมไปว่าพนักงานส่งอาหารก็เป็นมนุษย์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ การคาดหวังให้ใครสักคนเดินเข้าไปในสุสานกลางดึกเพียงเพื่อส่งอาหารเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลย หากเขาปฏิเสธ ก็เป็นเพราะความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเขาเอง ซึ่งควรได้รับความเคารพ”

อีกรายระบุว่า “ครีเอเตอร์คอนเทนต์พวกนี้คิดอะไรกันอยู่? ก่อนทำคลิปเคยคิดบ้างไหมว่าพนักงานส่งอาหารต้องเผชิญกับแรงกดดันทางจิตใจและความกลัวขนาดไหน คุณอาจสร้างผลกระทบในระยะยาวให้กับเขา เพียงเพื่อยอดวิวและคอนเทนต์ ลองนึกดูสิว่าถ้าเป็นคุณหรือคนที่คุณรักอยู่ในสถานการณ์นั้น คุณยังจะเรียกมันว่าคอนเทนต์อยู่ไหม?”

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากเชื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นการจัดฉากเพื่อเรียกยอดไลก์บนโซเชียลมีเดีย และบางส่วนมองว่าอาจเป็นเพียงคลิปแกล้งกัน

ผู้ใช้รายที่สามแสดงความคิดเห็นว่า “ผมคิดว่านี่คือการแกล้งกัน ไม่มีทางเลยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะสงบขนาดนั้น ขณะนั่งอยู่ในสุสาน แถมยังสั่งอาหารมากินได้ ต่อให้มีเพื่อนอยู่ด้วยก็ตาม”

ขณะที่อีกรายเสริมว่า “เรื่องแบบนี้มันโอเคตรงไหน? ฉันเชื่อว่านี่คือการแกล้ง และไม่ควรนำเรื่องแบบนี้มาทำเป็นมุกหรือคอนเทนต์”

ที่มา: NDTV

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ไรเดอร์หนึ่งเดียวของเมืองกลางหุบเขา รันระบบเดลิเวอรี่ทั้งเมืองด้วยตัวคนเดียว จนได้ฉายา “ไรเดอร์ที่โดดเดี่ยวที่สุด”

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลอนทั้งโซเชียล คลิปสาวสั่งให้ไรเดอร์ “ส่งอาหารในสุสาน” จัดฉากหรือเรื่องจริง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...