โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกชายกัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย ถูกคอมมานโดไม่ทราบฝ่าย สังหารดับ

JS100

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 13.33 น. • JS100:จส.100
ลูกชายกัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย ถูกคอมมานโดไม่ทราบฝ่าย สังหารดับ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน นายซาอีฟ อัล-อิสลาม กัดดาฟี บุตรชาย วัย 53 ปี ของ มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการลิเบีย ที่ถูกมวลชนโค่นลงจากอำนาจในช่วงปรากฎการณ์อาหรับสปริงเบ่งบาน ได้เสียชีวิตแล้วจากการถูกยิงสังหาร ข่าวนี้ได้รับการเปิดเผยโดยแหล่งข่าวใกล้ชิดของครอบครัวกัดดาฟีและการรายงานของสื่อลิเบียเมื่อวันอังคาร(3 ก.พ.)

สำนักงานอัยการของลิเบียเปิดเผยในวันพุธ(4 ก.พ.)ว่า ทีมสอบสวนและแพทย์นิติเวชได้ทำการตรวจชันสูตรพลิกศพร่างของซาอีฟแล้วและระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากบาดแผลถูกยิง โดนสำนักงานอัยการกำลังทำงานเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุและจะนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายคาลิด เอล-เซย์ดี ทนายความของกัดดาฟี เปิดเผยว่า หน่วยคอมมานโด 4 นายได้ปฏิบัติการเด็ดชีพซาอีฟที่บ้านพักของเขาในเมืองซินทาน ห่างจากกรุงตริโปลี เมืองหลวงลิเบีย ไปราว 136 กม. แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครที่อาจอยู่เบื้องหลังการโจมตี แม้ซาอีฟจะเป็นที่รู้จักดีในประเทศแถบแอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของเขาในการกำหนดนโยบายปกครองประเทศของกัดดาฟีก่อนปี 2011 แต่บทบาทของซาอีฟได้ลดลงไปในเวลาต่อมา

ในปี 2015 ศาลลิเบียได้ตัดสินโทษประหารชีวิตลับหลังซาอีฟในฐานะจำเลยที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงที่ชุมนุมกันอย่างสงบ ในระหว่างการปฏิวัติลิเบียในปี 2011 ที่นำไปสู่การล่มสลายของระบอบอำนาจกัดดาฟีที่ครอบงำประเทศลิเบียมานานกว่า 40 ปี นอกจากนี้ ซาอีฟยังถูกศาลอาญาระหว่างประเทศ(ไอซีซี) ดำเนินคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ในปี 2021 ซาอีฟได้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีลิเบียในเดือนธันวาคม แต่ในที่สุดก็ล้มเหลวเนื่องจากความแตกแยกทางการเมืองในลิเบีย

#ลูกกัดดาฟี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...