โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ภายใน 6 เดือน ‘เพื่อไทยทำได้’ ยกระบบไต้หวันมาใช้ เพิ่มรายได้แสนล้าน

The Momentum

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 08.21 น. • THE MOMENTUM

ในรายการ House of Cards LIVE เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พูดถึงแนวทางการหารายได้เข้ารัฐและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบผ่านนโยบาย ‘แจกเงินล้านวันละ 9 คน’ โดยมั่นใจว่าสามารถทำนโยบายได้ภายใน 6 เดือนแรกหลังจากที่พรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นรัฐบาล

อดีตเลขาธิการนายกฯ พูดถึงจุดตั้งต้นของนโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน โดยชี้ว่า รัฐบาลต้องการเก็บภาษีจากเศรษฐกิจนอกระบบให้มากขึ้น โดยปัจจุบัน GDP ของประเทศไทยมีมูลค่า 18 ล้านล้านบาท แต่จากการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) พบว่า มีเศรษฐกิจนอกระบบสูงถึง 9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของ GDP ประกอบกับค่าใช้จ่ายประจำของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น แต่รายรับกลับไม่เพิ่มตาม หากปล่อยไว้อาจทำให้รัฐไม่มีเงินพอดูแลสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ เกษตรกร หรือสวัสดิการของคนทั่วไป

“เรื่องนี้เป็นแนวคิดที่เราคิดริเริ่มมานานพอสมควรแล้ว แต่ยังหาวิธีการหรือทางออกที่ชัดเจนไม่ได้ จนกระทั่งถูกเร่งรัดในช่วงหาเสียง จึงเกิดเป็นโครงการที่เรียกว่า สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน พยายามมอบรางวัลให้กับคนที่เรียกหาใบเสร็จ ทำให้คนขายจำเป็นต้องมีใบเสร็จเตรียมไว้ หากร้านไหนไม่มี คนซื้อก็หันไปซื้อร้านอื่น

“ดังนั้นแทนที่จะใช้วิธีบังคับ ก็เลือกใช้วิธีสร้างแรงจูงใจแทน เพราะโดยวัฒนธรรมและนิสัยของคนเอเชีย มักชอบเรื่องการเสี่ยงดวง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเชื้อสายจีน”

วิธีการทำนโยบาย นายแพทย์พรหมินทร์อธิบายว่า จะใช้ระบบเดิมจากโครงการคนละครึ่งหรือแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ที่คนไทยคุ้นเคย มาดัดแปลงให้ร้านค้าออกใบเสร็จ ซึ่งใช้ได้ทั้งในทุกร้านค้าตลอดจนร้านหาบเร่แผงลอย เมื่อลงทะเบียนเข้าระบบจะสามารถออกใบเสร็จดิจิทัลให้ลูกค้าได้ทันที โดยจะไม่เก็บภาษีร้านค้าที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ใบเสร็จที่ลูกค้าได้รับจะกลายเป็นตั๋วลุ้นรางวัล 5 รางวัล

นอกจากนี้ กลุ่มคนชรา กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาสาสมัคร และกลุ่มผู้เสียภาษี ยังมีสิทธิลุ้นรางวัลเงินล้านกลุ่มละ 1 รางวัล เพื่อจูงใจให้มาลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิลุ้นรับรางวัล จูงใจคนเข้าสู่ระบบภาษี เป็นกำลังใจให้กับคนที่ทำงานเสียสละโดยไม่มีเงินเดือนตอบแทน ที่สำคัญนโยบายดังกล่าวยังจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะทำให้รัฐมีข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนหรือทำนโยบายแบบพุ่งเป้าได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

“นี่คือการการจูงใจที่จะได้ 2 เด้ง เด้งที่ 1 คือได้รายได้เข้ามาให้รัฐทำงาน และเด้งที่ 2 คือได้ระบบข้อมูล” อดีตเลขาธิการนายกฯ กล่าว

นายแพทย์พรหมินทร์ระบุว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนจะใช้เวลาทำภายใน 6 เดือน หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล และจะใช้งบประมาณราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดของงบประมาณบริหารประเทศซึ่งมีอยู่ 3.78 ล้านล้านบาท หากทำสำเร็จคาดว่าจะเพิ่มรายได้เข้าสู่รัฐหลักแสนล้านบาท เนื่องจากภาครัฐสามารถเก็บ VAT เพิ่มได้ถึง 10%

“เรานำความสำเร็จมาจากต่างประเทศ อย่างเช่น ไต้หวัน ซึ่งเขาทำสำเร็จมาแล้วกว่า 70 ปี ก่อนผมเกิดเสียอีก และเมื่อทำแล้ว ในปีแรกเขาสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นให้กับรัฐได้ถึง 75%

“สามารถเอาระบบของไต้หวันมาใช้ได้เลย ขอเขามาไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพราะเขาประสบความสำเร็จมาแล้ว เขาเจอปัญหาอะไรมา หรือแก้ปัญหาการโกงอย่างไร เขาเห็นหมด เช่น การพยายามแตกใบเสร็จ ระบบก็สามารถจับได้เลยว่าใครทำ” อดีตเลขาธิการนายกฯ ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...