โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิกแฟ้มคดียากูซ่า ‘ยามากูชิ กูมิ’ ที่ตร.ไทย เคยตามจับ จนคดีดังไกลถึงญี่ปุ่น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 เม.ย. 2567 เวลา 15.32 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 15.32 น.

พลิกแฟ้มคดียากูซ่า ‘ยามากูชิ กูมิ’ ที่ตร.ไทย เคยตามจับ จนคดีดังไกลถึงญี่ปุ่น สุดพีคจุดจบเพราะเมียไทยติดพนัน

จากคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญในพื้นที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังพบชิ้นส่วนมนุษย์ ในซอยจัดสรรสวิง 2 หมู่ 4 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

โดยตำรวจทราบแล้วว่าเป็นชิ้นส่วนของ Mr. Kabashima Ryosuke อายุ 47 ปี ชาวญี่ปุ่น ที่ถูกชาวญี่ปุ่นอีก 2 คนยิงเสียชีวิตและแยกชิ้นส่วนนำไปทิ้ง

ล่าสุดจับกุมตัว นายกฤษกร หรือเกมส์ ใจพิทักษ์ อายุ 31 ปี คนขับรถรับจ้างให้กับMR.TAKUYA KATO อายุ 49 ปี และ MR.HIROTO SUZUKI อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติญี่ปุ่น สมาชิกแก๊งยากูซ่า ที่ศาลได้ออกหมายจับแล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนนายเกมส์ คนขับรถ แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพปกปิดนั้น

ทั้งนี้ จากการสืบค้นพบว่า แก๊งยามากูชิ กูมิ เคยเป็นข่าวดังเมื่อปี 2561 มาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมตัว นายชิเกฮารุ ชิเรอิ ชาวญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งยากูซ่า ชื่อ ยามากูชิ กูมิ ที่ร่วมกับพวกอีก 7 คน ก่อเหตุฆาตกรรมรองหัวหน้าแก๊งยากูซ่าคู่อริในญี่ปุ่น เมื่อปี 2546 แล้วหลบหนีการติดตามตัวจากทางการญี่ปุ่น มากบดานอยู่ใน จ.ลพบุรี ตั้งแต่ปี 2548 และได้ถูกตำรวจภูธร จ.ลพบุรี จับกุมตัว

เบื้องต้นทราบว่า สมาชิกของแก๊งนี้จะถูกตัดนิ้วก้อยข้างซ้ายทุกคนเป็นสัญลักษณ์ และตลอดเวลาที่หัวหน้าแก๊งกบดานอยู่ที่เมืองไทย จะมีชาวญี่ปุ่นนำเงินมาส่งมอบให้เป็นประจำทุกเดือน

สำหรับ นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 72 ปี ที่ถูกจับเมื่อปี 2561 นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า เขาเป็นชาวญี่ปุ่นผู้นำกลุ่มยากูซ่าชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ที่กบด้านในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี

เป็นสมาชิกอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลของแก๊งยากูซ่า ชื่อ ยามากูชิ กูมิ ที่มีเครือข่ายสมาชิกกว่า 17,000 คน มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2546 นายชิเกฮารุร่วมกับผู้อื่นอีก 7 คน ก่อเหตุฆ่าโหดในคาชิฮึโกะ โอโตเบะ หัวหน้ากลุ่มคามิยะซึ่งเป็นกลุ่มยากูซ่าคู่อริ

โดยนายชิเกฮารุได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะคู่อริตายอย่างโหดเหี้ยมหลายนัด หลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งตำรวจญี่ปุ่น มีเบาะแสว่าได้เดินทางเข้าในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2548 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานให้หน่วยต่างๆ เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีกระทั่งมาถูกจับดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านที่ชอบเล่นหมากรุกกับนายชิเกฮารุ ทราบว่าเห็นนายชิเกฮารุมาอาศัยอยู่แบบคนเร่ร่อน ทำตัวมอซอ อาศัยหลับนอนตามหน้าบ้านย่านร้านค้าในตลาด

นายชิเกฮารุเคย บอกว่า เป็นคนญี่ปุ่นหลบหนีเข้าเมืองมาอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ได้บอกว่าก่อเหตุอะไรมา การอยู่กับกินก็มักจะมีชาวญี่ปุ่นด้วยกันส่งเงินมาให้ใช้บ้าง และมีเมียคนไทย 1 คน

แต่เมียคนไทยติดการพนันใช้เงินของนายชิเกฮารุจนหมดตัว เลยต้องมาอาศัยอยู่ที่ศาลลูกศร จนชาวบ้านแถวนั้นสงสารให้ข้าวให้น้ำกินในบางครั้ง

ล่าสุดชมรมศาลเจ้าแห่งนั้นได้ตั้งเงินเดือนให้ นายชิเกฮารุ เดือนละ 5,000 บาท แต่ก็มาถูกจับเสียก่อน

เรียกได้ว่าวีรกรรมนายชิเกฮารุนั้นสุดโหดจนใครหลายคนต่างหวาดกลัว

อย่างไรก็ตาม ความจริงเรื่องดังกล่าวกลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ หลังจากที่ข่าวของนายชิเกฮารุ ชิเรอิ โด่งดังไปจนถึงประเทศญี่ปุ่น

ผู้เฟซบุ๊กชื่อว่า ‘ธนากร ใจสุขสกุลดี’ ซึ่งระบุว่าตนเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่นได้รวบรวมข่าวจากสื่อญี่ปุ่นซึ่งมีข้อมูลว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งค์ยากูซ่า แต่เป็นเพียงสมาชิกแก๊งค์คนหนึ่งเท่านั้น

พร้อมกับเปิดภาพ Shinoda Kenichi เจ้าพ่อใหญ่ตัวจริง ของแก๊งยามากูชิ กูมิ เพราะหัวหน้าแก๊งยากูซ่าจะลดตัวเองลงไปก่อคดีแบบนั้นเหรอครับ พวกเขาคือนักธุรกิจแสนล้าน มีลูกน้องพร้อมที่จะทำงานและตายแทนอยู่แล้วมากมาย และกฏของแก๊งยากูซ่าก็คือ หัวหน้าแก๊งจะไม่จับปืนหรือลดตัวลงไปฆ่าคนด้วยตัวเองหรอกนะครับ เขาใช้วิธี สั่งตายจากสำนักงานใหญ่ซึ่งเป็นคฤหาสน์หรู!!!

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิกแฟ้มคดียากูซ่า ‘ยามากูชิ กูมิ’ ที่ตร.ไทย เคยตามจับ จนคดีดังไกลถึงญี่ปุ่น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...