SHU รองเท้าแบรนด์ไทย ลุยสิงคโปร์ ขอเป็นเชนสโตร์ระดับโลกแบบยูนิโคล่ จ่อเข้าตลาดหุ้นปี 68
วันที่ 5 มีนาคม 2567 SHU (ชู) จากแบรนด์รองเท้าโลคอลของไทย สู่การเป็นไอคอนิกแฟชั่นโกลบอล อาทิ ปารีส ฮิลตัน นักแสดงระดับโลกเลือกสวมใส่ในงานสำคัญ หรือกระทั่งการคอแลบส์กับ 3 เลดี้จากตระกูล The Manners ราชนิกูลอังกฤษ ทำคอลเลคชั่นพิเศษ
แผนใหญ่ของ SHU ในระยะถัดไป มองการเติบโตระยะยาว เตรียมนำแบรนด์ไทย ปั้นเป็นเชนสโตร์ระดับโลกแบบแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Uniqlo และ Zara ภายในปี 2568
นางกรกนก สว่างรวมโชค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชู โกลบอล จำกัด หรือ SHU เปิดเผยว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา SHUทำรายได้แตะ 100 ล้านบาท ในปี 2555 ก่อนจะค่อย ๆ ขยายการเติบโตจนพีกสุดทำรายได้ 390 ล้านบาท ในปี 2566
“จากการปรับตัวเร็วช่วงโควิด ที่บริษัทฯ หันมาลุยออนไลน์ผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก ทำให้ขยายส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น โดยปี 2564-2566 เติบโต 32% สู่ 44% และ 15% ตามลำดับ และสามารถเร่งขยายสาขาจนครบ 41 แห่ง เน้นทำเลในเมือง อาทิ กรุงเทพ ปริมณฑล”
ขณะที่ปี 2567 บริษัทฯ มองการขยายสาขาในต่างจังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เน้นรูปแบบเคานต์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้า เกาะตามศูนย์การค้าใหญ่ เฉลี่ย 2 สาขา/เดือน
ยุทธศาสตร์ใหญ่ของSHU คือ การเป็นโกลบอลแบรนด์ระดับโลก ดังนั้น ในปี 2568 บริษัทฯ จึงวางแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขณะนี้มี บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ตเนอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
- ไตรมาส 1-2 ปี 2568 ยื่นไฟลิ่ง
- ไตรมาส 3 ปี 2568 คาดไอพีโอในตลาด mai
โดยมีเป้าหมายระดมทุนบุกต่างประเทศครั้งแรก เริ่มจากประเทศสิงคโปร์ มีความเป็นไปได้ทั้งจากการร่วมทุน (JV) หรือหาพาร์ตเนอร์ในการส่งสินค้าขยายตลาดในต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทฯ มองแผนไว้ทั้งสเกลเล็ก คือ การขยายแฟล็กชิปสโตร์แห่งเดียว ใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ไปจนถึงแผนใหญ่ คือ การปูพรมขยาย 2 สาขา/ปี ในสิงคโปร์ เพื่อสร้างแบรนด์
ซึ่งการเลือกเปิดที่ตลาดสิงคโปร์เพราะเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้ง ขณะที่ประเทศใกล้เคียงอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย ก็มักซื้อตามตลาดสิงคโปร์
“ที่ผ่านมาเรามีฝันใหญ่ คือ การเป็นแบรนด์แฟชั่นที่เซเลบริตี้อยากสวมใส่ ทำให้เราเน้นสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีกลิ่นอายความเป็นโกลบอลตั้งแต่แรก ผ่านการจ้างนางแบบต่างชาติ
รวมถึงการที่SHU เข้าไปเป็นสไตลิสต์ทำรองเท้าให้เหมาะกับแต่ละงาน ทำให้แบรนด์เราได้ลงนิตยสารระดับโลก Vogue อิตาลี ใส่คู่กับซูเปอร์แบรนด์ระดับโลก อาทิ Balenciaga ทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมถึงมีบุคคลดังระดับประเทศและระดับโลกสวมใส่แบรนด์ชู”
กระทั่งในต่างประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อเรามา จึงทำให้SHU ริเริ่มแนวคิดการโตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในฝั่งอาเซียนก่อน
เบื้องต้นปี 2567 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ 444 ล้านบาท หรือเติบโตระดับ 20% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ทำรายได้สูง 390 ล้านบาท