โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(จบแล้ว) เปลี่ยนบทรักของตัวร้าย รวมภาค1-2

นิยาย Dek-D

อัพเดต 19 ก.พ. 2567 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2567 เวลา 08.40 น. • ธีธัญญ์
มี่อิง ถูกดูดเข้ามาในนิยายรัก-ดราม่า ที่นางเอกย้อนเวลากลับมา ในเรื่องเธอเป็นเพียงเพื่อนของนางร้ายที่ช่วยให้นางร้ายอย่างหลิวอี้เฟยนั้น แย่งหยางหลงจากมี่ฮวาได้สำเร็จ

ข้อมูลเบื้องต้น

มี่อิง ถูกดูดเข้ามาในนิยายรัก-ดราม่า ที่นางเอกย้อนเวลากลับมา ในเรื่องเธอเป็นเพียงเพื่อนของนางร้ายที่ช่วยให้นางร้ายอย่างหลิวอี้เฟยนั้น แย่งหยางหลงจากมี่ฮวาได้สำเร็จ

บางช่วงบางตอนของนิยายค่ะ

ตัวอย่าง 1

“เธอมาทำอะไรที่นี่” เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูมี่อิง ทำเอาเธอขนลุกขนชัน

“อ่ะ… “มี่อิงหันกลับทันที ทำให้จมูกของเธอและเฟยเทียนชนกัน ชายหนุ่มที่ตอนแรกตั้งใจจะแกล้งเธอให้ตกใจกลัวถึงกับยืนขาแข็ง

มี่อิงฉวยโอกาสที่ชายหนุ่มตะลึง คล้องคอเขาเข้ามาประกบจูบ มี่อิงหยอกเย้าชายหนุ่มด้วยการเลียริมฝีปากหนา และดูดดึงเบาๆ

ชายหนุ่มที่เพิ่งรู้สึกตัว ตั้งใจจะผลักไส แต่กลายเป็นว่ามี่อิงเกาะติดแน่น เขายืนเต็มความสูงด้วยความสูงของเขาและเธอนั้นต่างกันมาก ทำให้มี่อิงตัวลอยจากพื้น หน้าอกเขากับเธอชนกัน หน้าอกเธอมันนุ่มมาก พอเขาเริ่มเคลื้มไปกับรสจูบและสัมผัสนุ่มจากร่างเล็ก มี่อิงก็ปล่อยแขนที่คล้องคอเค้าออก ดีดตัวมายืนที่พื้น แล้วถอยหลังไปสามก้าว เธอยกยิ้มมุมปาก และเลิกคิ้วอย่างกวนประสาท

ตัวอย่าง 2

เช้าวันถัดมามี่อิงต้องไปรับเฟยเทียนก็ตื่นแต่เช้า เธอใส่เสื้อสเวตเอร์ถักสีครีมคอเต่าตัวยาวทับแลกกิ้งบุขน ตามด้วยรองเท้าบูทสีน้ำตาล มี่อิงพาอาโลไปด้วย เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาอีก

“จินนี่เปิดโหมดระวังบุคคล”

“รับทราบค่ะโฮสท์”

เมื่อมาถึงชานชลา มี่อิงก็เดินหาเฟยเทียน จนกระทั่งไปชนชายร่างสูงคนนึง

“Gomennasai (ขอโทษ) ”

“Zenzen okkee da yo (ไม่เป็นไรเลย) ”

“Anata wa nihonjin desuka? (คุณเป็นคนญี่ปุ่นใช่ไหม) ” ชายร่างสูง ผิวเข้มใส่แว่นตาหนาปิดบังดวงตากลมโต ปากกระจับของเขาอ้าออกด้วยความตกใจระคนตื่นเต้นหลังจากที่ได้ยินมี่อิงตอบกลับ

“Watashi wa chūgoku desu (ฉันเป็นจีนค่ะ) ”

มี่อิงส่ายหน้าและตอบกลับ

“อะแฮ่มๆๆ” เสียงกระแอมที่ทำให้มี่อิงต้องหันกลับ เมื่อเธอเห็นว่าเป็นใคร มี่อิงก็วิ่งเข้ากอดชายร่างสูงจนเขาที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกลับถอยหลัง เขาลูบหัวเธอเบาๆ

“โอววนางฟ้าคนนี้เป็นคนรักนายหรือ” เพื่อนทั้งสามคนต่างตะลึง… โดยเฉพาะ โนซาว่าซัง ชายใส่แว่นคนนั้นเขาอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือนี่

แนะนำตัวละคร พระ-นางของไรท์

1. เว่ยมี่อิง : นางเอกของไรท์ หญิงสาวอัจฉริยะที่เรียนจบด้านวิศวกรรมมาติดอยู่ในตัวละครที่จัดให้อยู่ในหมวดของตัวร้าย เธอร่ำรวยเพราะแม่ของเธอเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ เธอแค่ต้องการอยู่แบบสบายๆ นอนชมวิวภูเขาไปวันๆ เท่านั้นเอง

2. เฟยเทียน : พระเอกจอมเย็นชา พูดน้อย จบวิศวกรรมจากประเทศเยอรมนี เขาเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย รอเพียงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและการเปิดประเทศอย่างเสรี

ทำไมไม่ให้ไปเกิดใหม่นะ

#ยังไม่ตรวจคำผิด

“ตื่นได้แล้วนะ ยัยมี่อิง เธอจะไม่ไปโรงเรียนรึไง” เสียงแหลมๆ ที่พูดออกมาไม่เบา ปลุกมี่อิงให้ตื่นขึ้น..

มี่อิงกระพริบตาปรับแสง ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอต้องตาย เพราะรถตกเหวไปแล้วหรือ ทำไมเธอมานั่งอยู่ที่นี่ ความทรงจำสายหนึ่ง วิ่งเข้ามาในหัว.. มี่อิงปวดหัวจนแทบจะสลบไปอีกรอบ เธอใช้มือสองข้างกุมหัวไว้

“บ้าฉิบ” มี่อิงสบท

“เสแสร้ง… ถ้าเธอจะไปโรงเรียนก็เดินไปเองแล้วกันนะ ฉันไม่รอแล้ว” เว่ยมี่เจิน ลูกสาวคนรองของลุงใหญ่บ้านเว่ยพูดขึ้น มี่เจินมองมี่อิงด้วยสายตาเอือมระอา ก่อนจะทั้งเปิดประตูออกไป

ความจำร่างนี้เธอชื่อ มี่อิง เช่นเดียวกับในยุคที่จากมา เมื่อวานหญิงสาวเกิดหัวใจวายเฉียบพลัน แล้ววิญญาณเธอก็มาอยู่ที่นี่ แทนร่างเดิมนี่แหละ ตอนนี้ร่างเดิมอายุ 18 ปี เรียนมัธยมชั้นปีสุดท้าย

แต่ร่างเดิมนิสัยเข้าขั้นห่วยแตก!!! ร่างเดิมไม่ตั้งใจเรียนเลยสักนิด เป็นเด็กขี้เกียจ เอาแต่ใจตัวเอง ดีแต่พลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆ น่ะสิ

มี่อิงเกลียดคนที่ไม่เห็นค่าของความรู้ในสมองมากที่สุด ก็แน่ล่ะ..ในยุคก่อนเธอมี IQ 170 และได้ทุนเรียนจบด็อกเตอร์ด้านวิศวกรรม ด้วยอายุเพียง 22 ปี สุดท้ายก่อนจะตาย เธอทำงานเป็นนักวิจัยอยู่สถาบันวิจัยที เรื่องการใช้ชีวิตเธอไม่เสียใจสักนิด ถือว่าใช้ชีวิตได้คุ้มค่าแล้ว

“เห้ออออ….ทำไม ไม่ให้ไปเกิดใหม่นะ”

เธอยังคิดอะไรไม่ออก ว่าจะทำอะไรต่อไป ถึงจะมีความทรงจำของร่างเก่ามาก็เถอะ เอาเป็นว่าใช้ชีวิตให้ดีไปก่อนแล้วกัน มี่อิงไม่ได้สนใจอุปนิสัยของร่างเดิมสักนิด เพราะความจริงเธอก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก เธอเป็นเทาๆ เอาเป็นว่าใครดีมาก็ดีกลับแล้วกัน นั่งทำใจอยู่พักใหญ่ มี่อิงจึงตัดสินใจว่าวันนี้จะไปเรียน

ตอนนี้เธอพักอยู่ห้องเช่า ที่แม่เธอเช่าให้เธอและลูกสาวคนรองบ้านใหญ่ที่เรียนโรงเรียนบี อาศัยอยู่ด้วยกัน

“ร่างนี้หน้าตาเป็นไงนะ?” หวังว่าหน้าตาคงไม่น่าเกลียดเหมือนนิสัยนะ ถ้าเป็นแบบนั้นคงแย่ เพราะยุคนี้ยังไม่มีศัลยกรรม ในยุคก่อนเธอเป็นคนที่สวยติดอันดับมหาลัยเลยนะ มี่อิงรีบเดินไปที่กระจก สำรวจหน้าตาตัวเอง ร่างนี้เหมือนตัวเธอที่มาจากโลกก่อนเต็มสิบส่วน

“ค่อยยังชั่ว…อย่างน้อยก็ยังหน้าเดิม” เธอจะได้ไม่ตกใจเวลาส่องกระจก เพราะตอนนี้เธอก็เป็นวิญญาณมาสิงร่างคนอื่นแหละนะ เธอสำรวจรูปร่างต่อ หน้าอกร่างนี้ออกจะใหญ่โตเกินตัวไปสักหน่อย เธอเพิ่งอายุ 18 ปี นี่จะใหญ่เกินไปไหม คับ D เลยนะ เธอเป็นสาวสายสปอร์ต ไม่เน้นอกใหญ่โต เน้นความคล่องตัว เวลาจะต้องเข้าป่า ไปแคมป์ หรือช่วงที่ต้องไปทำงานวิจัย มันทำให้เธอปลอดภัยมากกว่า

เมื่อสำรวจร่างกายจนพอใจแล้ว มี่อิงจึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้ามี่อิงแทบช็อก นี่คนหรือนกแก้ว เสื้อผ้าทั้งตู้มีแต่สีสันแสบตาทั้งนั้นเลย ก็นะ.. ร่างเดิมเป็นพวกชอบความโดดเด่น เสื้อผ้าสีเรียบๆ ในยุคนี้มันหาง่าย สีฉูดฉาดแบบนี้หายาก ใส่ไปที่ไหนก็สะดุดตาทั้งนั้น

มี่อิงตัดสินใจเลือกกางเกงยีนส์เอวสูง กับเสื้อเชิ้ตสีขาวมาแมตช์กัน คงต้องหาซื้อชุดใหม่สักหน่อย มี่อิงเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย และตรวจสอบข้าวของด้านในกระเป๋า ร่างเดิมมีเงินติดตัว 200 หยวน ถือเป็นเงินที่เยอะมากสำหรับคนในยุคนี้ ในกระเป๋ามีแป้งผัดหน้า ลิปสติก และอุปกรณ์เสริมสวยพวกกิ๊ฟ สร้อยคอ ต่างหู อย่างอื่นอีกมากมาย แต่สมุดเรียนกลับมีเพียงสองเล่ม แม้แต่ปากกาหรือดินสอสักแท่งยังไม่มีเลย ยัยเด็กล้างพลาญ!!! มี่อิงแอบด่าร่างเดิมในใจ เธอจัดการเทอุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนออก จากนั้นจึงเดินไปสวมรองเท้าผ้าใบปักคริสตัลสีแดง แล้วหยิบกุญแจห้อง ปิดประตูเดินออกไป

ระหว่างทางมี่อิงไม่ได้เดินเร็วมากนัก เธอแวะซื้อปากกา และซื้อซาลาเปามาเป็นมื้อเช้าด้วย เธอเดินไปเรื่อยตามเส้นทางในความทรงจำ พลางสังเกตความเป็นอยู่คนยุคโบราณ

“เหมือนอยู่ในหนังเลยนะเนี่ย”

มี่อิงใช้เวลาเดิน 15 นาที ก็มาถึงหน้าโรงเรียนมัธยม ห้องเรียนของมี่อิงอยู่ชั้น 3 เธอต้องเดินผ่านห้องพักอาจารย์ขึ้นไป เธอเหลือบไปเห็นกระดานคำนวณ ที่มีโจทย์คณิตศาสตร์แปะอยู่ มี่อิงนึกสนุก… เธอเดินไปเขียนแก้โจทย์ แล้วหย่อนลงในกล่องตอบคำถาม

เมื่อถึงห้องเรียน มี่อิงก็เลือกนั่งที่นั่งติดริมหน้าต่าง ที่ประจำของเธอ ไม่นานสัญญาณเข้าเรียนก็ดังขึ้น เพื่อนร่วมชั้นของเธอจึงทยอยเข้าห้องมา

“ยัยมี่อิง ทำไมเธอเห็นฉันแล้วไม่ทัก?” เจียงจู่เหยา ถามหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างมี่อิง

“ทำไมวันนี้เธอแต่งตัวแบบนี้ล่ะ?” เจียงจู่เหยายังถามต่อไม่หยุด มี่อิงเหลือบมองชุดนกแก้วของคนข้างตัว อ๋อ.. พวกนำแฟชั่นสินะ

“ฉันแค่อยากเปลี่ยนแนวบ้าง” มี่อิงตอบเนือยๆ

“ทำไมไม่บอกฉันก่อนจะได้แต่งให้เหมือนกัน เราตกลงกันไว้แล้วนี่น่า” เจียงจู่เหยายังไม่ยอมแพ้ เธอชอบในความสวยของมี่อิงมาก เพราะความสวยของมี่อิงนั้นโดดเด่น ไปไหนก็มีแต่คนมอง มันทำให้เธอเป็นจุดสนใจไปด้วย

“คุยอะไรกันน่ะ ฉันฟังด้วยสิ” เสียงหวานใส ของหญิงสาวชุดแดง ทำให้มี่อิงต้องหันไปมอง หญิงสาวตาชั้นเดียว หางตาเชิดขึ้นรับกับคิ้วโก่ง ปากบางแต้มสีเดียวกับชุด เธอสวยเหมือนนางร้ายในละคร ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าหลิวอี้เฟย

เอ๊ะ!!.. เธอคุ้นชื่อนี้จัง เหมือนชื่อนางร้ายในนิยายออนไลน์เรื่อง ‘บุปผาย้อนเวลา’ ที่เพื่อนเธอบังคับให้เธออ่านก่อนที่เธอจะตาย

“พวกไร้สาระ คิดแค่เรื่องเสื้อผ้า” เสียงแหลมๆ ที่ปลุกเธอเมื่อเช้า พูดแขวะขึ้น มี่อิงทบทวนความทรงจำของร่างเดิม เจ้าของเสียงแหลมเป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ ชื่อเว่ยมี่เจิน มี่เจินเป็นลูกสาวคนรองของบ้านใหญ่ อืมมมมม… ชัดเจนเลยนี่เธอหลุดมาในนิยายจริงๆ สินะ

มี่เจิน คือ น้องสาวของนางเอก ที่ชื่อเว่ยมี่ฮวา นางเอกย้อนเวลากลับมาทวงคืนและช่วยเหลือพระเอก ชาติก่อนมี่ฮวาเสียพระเอกไป เพราะแผนการของนางร้าย ที่วางยาปลุกกำหนัดพระเอก ในวันหมั้นของนางเอกกับพระเอก

หลังจากนั้นนางเอกต้องแต่งงานกับตัวร้าย ที่มีตำแหน่งนายพันเท่าเทียมกับพระเอก เพื่อลบล้างความอับอายของเธอ แต่ครอบครัวของตัวร้ายไม่ชอบเธอที่มาจากชนบทนัก พวกเขาทำลายชีวิตเธอ และรังแกจนลูกเธอตาย ส่วนพระเอกหลังจากแต่งงานกับนางร้ายแล้ว ก็หนีไปปฏิบัติภาระกิจจนเกิดการปะทะกับตัวร้าย จนเป็นเหตุให้เขาต้องพิการ หลังจากพระเอกพิการ นางร้ายทิ้งเขาโดยไม่ดูแล ทำให้แผลเน่าจากการกดทับและอดอาหารจนตาย

มี่อิงทนอ่านได้ไม่ถึงครึ่งเรื่องหรอก เพราะเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ จะกล่าวถึงความรันทดในชาติก่อนของนางเอกมากกว่า ตรงนี้แหละที่เป็นจุดที่ทำให้คนอ่านสงสาร และเอาใจช่วยนางเอก ส่วนมี่อิงกลับรู้สึกรำคาญนางเอก ที่ทำตัวอ่อนแอมากกว่า ก็นั่นแหละเธอจึงไม่รู้เหตุการณ์ต่อจากนี้ ตอนนี้คงทำได้แค่เอาตัวออกห่างพวกตัวเอกก็เท่านั้น

“เก็บปากไว้กินข้าวเถอะมี่เจิน” เป็นหลิวอี้เฟยที่ตะโกนตอบกลับไป นางร้ายเป็นลูกสาวของนายอำเภอ หลิวอี้เฟยเคยเจอหยางหลง พระเอกของเรื่องที่เดินทางมาพบพ่อของเธออยู่บ่อยครั้ง จนทำให้เกิดความรัก

“ไม่พูด..กลัวคนไม่รู้ว่ามีปากรึยังไง?” เจียงจู่เหยารีบช่วยเพื่อน

ส่วนมี่เจินได้แต่อ้าปากค้าง เพราะเถียงทั้งคู่ไม่ทันไปแล้ว

“นั่งที่ๆ อาจารย์จะสอนแล้ว” เสียงห้ามศึกของสาวๆ ดังขึ้น ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป แต่ยังไม่วายส่งสายตาฟาดฟันกันอยู่เนืองๆ

มี่อิงเลิกสนใจภาพเหตุการณ์ตรงหน้า เธอคิดไปถึงเนื้อเรื่องในนิยาย ว่าตอนนี้กำลังดำเนินไปถึงช่วงไหนแล้ว…

ท้ายคาบเรียนอาจารย์ก็ประกาศขึ้น “ช่วงบ่าย ท่านผู้อำนวยการ มีข่าวดีจะประกาศนะ ทุกคนตั้งใจฟังกันด้วย” พูดจบอาจารย์ก็เดินกลับไป

ณ ลานหน้าอาคารเอนกประสงค์

“เอาล่ะ เด็กๆ เงียบหน่อย ฉันจะประกาศข่าวดีแล้ว” ผู้อำนวยการที่ยืนอยู่บนเวที หยุดเว้นวรรคเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับนักเรียน

“ในเดือนสามปีหน้าจะมีการกลับมาสอบเกาเข่า และมหาวิทยาลัยจะกลับมาเปิด”

“เย้ๆๆๆ” เสียงโฮ่ร้องดีใจ ดังกึกก้องอาคารเอนกประสงค์

“เงียบก่อนๆ หากใครสอบติดอันดับที่ดี โรงเรียนมีทุนการศึกษาและมีประกาศนียบัตรมอบให้ด้วย ตั้งใจกันให้มากๆ นะทุกคน” เมื่อกล่าวจบผู้อำนวยการก็เดินลงจากเวที

มี่อิงที่ยืนฟังจนจบ จึงรีบวิ่งตามผู้อำนวยการไป

“เดี๋ยวก่อนค่ะ..ผู้อำนวยการ”

“เธอมีอะไรจะคุยกับฉัน งั้นหรือสาวน้อย” ผู้อำนวยการเซียว หันหลังกลับมา เขามองลอดแว่นตาดูเธอ

“หนูอยากขอสอบเทียบ จบการศึกษาค่ะ”

“อีกแค่เทอมเดียวเองนะ เธอจะรีบสอบจบไปทำไมกัน” เขากล่าวพลางก้าวขาเดินต่อ

“หนูกลัวจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือ เพื่อสอบเกาเข่าค่ะ” มี่อิงตอบไปตามที่คิด มันเสียเวลามากจริงๆ ที่ต้องมาเรียนในสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว ทั้งยังต้องมาคอยดูละครลิง ที่จ้องหาเรื่องทะเลาะกันทุกวัน มันออกจะหน้าเบื่อเกินไป เธอต้องการชีวิตที่สงบๆ

“ก็ได้… เดือนหน้าเธอมาสอบจบ หลังจากนี้ก็หยุดเรียนไปอ่านหนังสือเถอะ” เขาคิดว่าความคิดนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะสอบเกาเข่าไม่ใช่เรื่องง่าย ควรจะมีเวลาเตรียมตัว

“ตั้งใจอ่านหนังสือแล้วสอบให้ผ่านล่ะ” ผู้อำนวยการกำชับแล้วเดินจากไป

มี่อิงกลับหลังหันทันที แต่ไม่ทันจะได้ก้าวเดิน เธอก็ชนกับกำแพงมนุษย์สูงใหญ่เสียก่อน

“โอ๊ย”

“ว๊ายย เสื้อฉันเปื้อนหมด” อุทานว่าว๊ายยหรอ นี่ไม่ใช่เสียงของมี่อิง แต่เป็นเสียงของมนุษย์สูงใหญ่ต่างหากล่ะ

“ไม่ๆๆ เสื้อฉันเปื้อนหมด” เขาเก็กเสียงขรึม

“พรื้ดดดด ไม่ต้องแอ๊บหนุ่ม ฉันรู้ว่านายไม่ใช่” มี่อิงหลุดหัวเราะ ทั้งยังเปิดโปงชายหนุ่ม

“เธอรู้หรอ” มี่อิงพยักหน้ารับ พลางเช็ดน้ำตาของตัวเองออก เพราะหัวเราะเขาหนักเกินไป

“ไปคุยกันที่อื่นเถอะ แถวนี้คนเยอะ” ชายหนุ่มบอก

ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อเซียวหยงจื้อ เป็นลูกชายคนเล็กของผู้อำนวยการเซียว ในยุคนี้เพศที่สาม ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม ทั้งยังถูกกีดกันในเรื่องการงานและเรื่องการใช้ชีวิต อาจจะถูกประนามไปถึงครอบครัวด้วย

นี่เป็นเหตุผลที่เขาไม่คบเพื่อน เพราะเขากลัวจะแสดงพิรุธออกมา

ชายหนุ่มพาเธอมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แถวนั้นมีคนเล่นบาส และฟุตบอลอยู่ไกลๆ พวกเขาไม่ได้เป็นจุดสนใจนัก

“เธออย่าบอกใคร..เรื่องฉันได้ไหม” ชายหนุ่มเว้าวอน

“แล้วฉันจะได้อะไร” มี่อิงหรี่ตามองเขา แบบผู้เหนือกว่า ก็เธอกุมความลับเขาไว้แล้วนี่ หยงจื้อนั้นคิดว่าชีวิตของเขาคงพังแล้ว จึงได้แต่ถอนใจ…

“มาเป็นเพื่อนกับฉัน” มี่อิงกล่าวต่อ เธออดสงสารเขาไม่ได้ จึงยอมเลิกแกล้งเขา ก็ดูสีหน้าที่กำลังหมดอาลัยตายอยากนั้นสิ..

“แค่นั้นจริงๆ หรือ” ชายหนุ่มตาโต ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“อื้อ” มี่อิง ยื่นมือออกมาทำท่าเชคแฮนด์แบบสากล

ชายหนุ่มมองมือของมี่อิง แล้วเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้

“เฮ้ยยๆๆๆ” เสียงตะโกนแซวมาจากสนามฝั่งตรงข้ามดังขึ้น ชายหนุ่มเห็นว่าตัวเองกับมี่อิงกำลังตกเป็นเป้าสายตา ก็ดึงเพื่อนใหม่หนีจากจุดนั้นอีกครั้ง

“ฉันจะกลับบ้านแล้ว เดือนหน้าจะมาสอบจบ” มี่อิงเอ่ยขึ้น เพื่อบอกเล่ากับคนข้างตัว

“ถ้าเธอสอบจบฉันก็ไม่ได้เจอเธอแล้วสิ เธอจะรีบจบไปทำไม เราเพิ่งได้เจอกันเองนะ”

“ฉันกลัวไม่มีเวลาอ่านหนังสือสอบเกาเข่า และอีกอย่างนายก็ไปหาฉันที่บ้านก็ได้ ปั่นจักรยานไป ครึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว”

“บ้านนายมีมอเตอร์ไซค์นี่ ขี่สอง-สามเค่อก็ถึง” มี่อิงปลอบใจเขาต่อ

หยงจื้อทำให้เธอคิดถึงเพื่อนสาว เพศที่สามคนสนิทในยุคก่อน การคบกับเพศที่สาม ทำให้เธอรู้สึกอิสระทางความคิด เพราะพวกเขาไม่ขี้น้อยใจเหมือนผู้หญิง ทั้งยังช่วยแบกของหนักๆ เวลาเข้าป่าได้ เพราะร่างกายที่เป็นชาย แถมยังช่วยกันท่าผู้ชายให้เธอได้อีก ยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวเลยนะ

“ฉันต้องไปแล้ว” มี่อิงเดินไปที่รถจักรยานของเธอ

“เธอจะเอาจักรยานไปไม่ได้นะ” เสียงมี่เจิน ตะโกนห้ามมี่อิง ทั้งรีบเอาตัวมาขวางทางจักรยานไว้

“ถ้าเธอเอาไปฉันจะกลับยังไง” มี่เจินตะโกนต่อ

“เธอก็เดินกลับไปสิ” มี่อิงแก้แค้น ที่มี่เจินทิ้งเธอให้ต้องเดินมาโรงเรียนเมื่อเช้า

“อ้อ…แล้วนี่มันจักรยานที่แม่ฉันซื้อ จากนี้ไปเธอไม่มีสิทธิใช้ ถ้าฉันไม่อนุญาต หลีกไป!!” มี่อิงถีบจักรยาน ออกตัวอย่างเร็ว โดยไม่หันกลับมามองมี่เจินอีก

ก่อนกลับบ้าน มี่อิงแวะไปร้านเสื้อผ้าสำเร็จ ยุคนี้เสื้อผ้าสำเร็จแพงมาก แต่เธอทนใส่ชุดนกแก้วต่อไปไม่ไหวจริงๆ

มี่อิงเลือกกางเกงเดินป่าแบบของผู้ชายมีกระเป๋าข้าง ไซส์เล็กมาสองตัว เท่านี้เธอก็ต้องจ่ายเงินไปถึง 60 หยวนและคูปองผ้าอีกใบ

เธอแวะกลับห้องเช่าเพื่อเก็บข้าวของ เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกแล้ว เมื่อสอบจบแล้ว เธอจะกลับไปเตรียมตัวสอบเกาเข่าที่บ้าน เธออยากจะพบหน้าแม่ของเธอแล้ว

ระยะทางจากอำเภอไปที่บ้านของเธอไม่ได้ไกลนัก แต่ต้องปั่นขึ้นทางชัน พื้นถนนไม่ได้เรียบนัก เล่นเอาร่างกายนี้ ปวดระบมอยู่เหมือนกัน ก็แน่ล่ะ…มี่อิงคนเดิมมีแค่กินกับนอน ช่วงกลับบ้านก็ต้องรอให้พ่อไปรับถึงจะยอมกลับ

เธอปั่นจักรยานผ่านแปลงนา มีชาวบ้าน ก้มๆ เงยๆ ชี้ชวนให้มองเธอ แล้วนินทา ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจหรอก

เธอสังเกตเห็นหนุ่มร่างสูง เพียงดูผ่านๆ ก็รู้แล้วต้องหล่อ เสียดายที่ชายหนุ่มยืนหันหลังทำให้มี่อิงไม่เห็นหน้า มี่อิงปั่นจักรยานผ่านไป ไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากนัก เธอรีบ..อยากกลับไปถึงบ้านเร็วๆ มากกว่า

เฟยเทียน หันหลังกลับมามอง ตามเสียงที่ชาวบ้านซุบซิบ และชี้ชวนให้มอง เขาเห็นด้านหลังหญิงสาวที่ปั่นจักรยานไป ยัยเด็กแสบมี่อิง เหอะ!!! แม้กระทั่งเวลาเรียนยังโดดเรียน ขี้เกียจจริงๆ

“แม่คะหนูกลับมาแล้วค่ะ” มี่อิงตะโกนเสียงดัง เมื่อเดินผ่านประตูรั้วเข้ามายังลานบ้าน

มี่ฮวา

#ยังไม่ตรวจคำผิด

“ทำไมลูกกลับบ้านมาวันนี้” เนี่ยนเจิน ที่รีบวิ่งออกมาหาลูกสาว พร้อมกับถามในทันที เธอเกรงจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับลูกสาว

“หนูคิดถึงแม่” เนี่ยนเจินนั้น หน้าตาเหมือนแม่ในยุคก่อนของเธอจริงๆ ด้วย มี่อิงกอดเนี่ยนเจินไว้แน่น เธอพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลลงมา

ในยุคก่อน แม่กับพ่อของเธอเสียชีวิต ตั้งแต่เธออายุเพียง 10 ขวบ เธออยู่ในความดูแลของตา จนกระทั่งเรียนจบด็อกเตอร์ ตาของเธอก็มาเสียชีวิตไปอีกคน เธอมีอาการวิตกกังวลจนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับ หมอแนะนำให้ใช้การออกกำลังกายและเซ็กส์บำบัด จนทำให้อาการนอนไม่หลับนั้นทุเลาลง หลังจากนั้นเธอก็ค้นพบว่าตัวเองชอบกิจกรรมทั้งสองอย่างนี้ มันช่วยคลายเครียดและปลดปล่อยได้

“งั้นเข้าบ้านไปพักก่อน นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว เดี๋ยวแม่ทำอาหารเย็นเลย”

“ค่ะแม่ หนูไปอาบน้ำก่อน” มี่อิงยังคงไม่ยอมปล่อยแขนออกจากมารดา

“เอ่อ… แม่คะ แม่พอจะมีชุดเก่าสมัยสาวๆ บ้างไหมคะ หนูอยากจะเปลี่ยนแนวบ้าง อยากได้แบบสีครีม หรือสีน้ำตาลบ้าง”

“มีเยอะ เดี๋ยวแม่ยกมาออกมาให้ แม่ก็เสียดายไม่อยากจะให้คนอื่น ถ้าจะใส่เองก็ไม่เหมาะแล้ว แม่แก่แล้ว”

“ไม่เห็นแก่ตรงไหนเลยค่ะแม่ แม่ยังเหมือนเด็ก ยี่สิบปลายๆ อยู่เลย ดูสิเต่งตึงขนาดนี้ ไม่งั้นพ่อจะรักจะหลงแม่ขนาดนี้หรือคะ“ มี่อิงไม่พูดเปล่า เธอใช้มือเรียวลูบปั้นท้ายมารดาเบาๆ เนี่ยนเจินถลึงตาตอบลูกสาว

“เว่ยมี่อิง แก่แดดนักนะเรา พูดเรื่องหน้าอายอะไร” เนี่ยนเจินพูดจบก็รีบเดินหนีไปเพราะความอาย ต้องเป็นเพราะเว่ยเฉียงแน่ๆ ที่ทำให้ลูกเห็น กลับมาต้องจัดการให้หนัก

มี่อิงเลิกสนใจมารดา เธอเดินมาที่บ้านตัวเอง บ้านรองตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของบ้านใหญ่ บ้านหลังนี้ถูกสร้างแยกออกมา สำหรับครอบครัวเธอโดยเฉพาะ

บ้านเว่ยนั้น ถือได้ว่ามีบ้านหลังใหญ่โตที่สุดในหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เพราะครอบครัวเว่ยได้เงินจากเนี่ยนเจินในการสร้างบ้านใหม่

เนี่ยนเจินเป็นคนปักกิ่ง แต่ถูกส่งมาเป็นยุวชนปัญญาทำงานที่ชนบทแถบจางฉิว เมืองจี่หนาน มณฑลซานตง โดยท่านนายพล ตาของมี่อิงได้ใช้เส้นสายช่วยให้เนี่ยนเจินได้มาอยู่ในความดูแลของครอบครัวลูกน้องตัวเอง ซึ่งก็คือเว่ยเฉียง พ่อของเธอนี่แหละ สุดท้ายผีผลักทำให้ทั้งสองคนรักกันและแต่งงานกัน

เนี่ยนเจินเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ดังนั้น จึงไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครโขกสับ ออกจะเอาแต่ใจตัวเองด้วยซ้ำ ใครอย่าได้มาหาเรื่อง เนี่ยนเจินสู้สุดใจ คนในบ้านจึงไม่กล้าที่จะใช้งานและดูถูก ทำให้เนี่ยนเจินรู้สึกดีจึงตอบแทนน้ำใจทุกคน ด้วยการสร้างบ้านหลังโตให้

เพราะความดีส่วนนี้ จึงทำให้ความเป็นอยู่ในบ้านตระกูลเว่ยของมี่อิงไม่ลำบากมากนัก เรียกได้ว่าเป็นหลานรักของผู้เฒ่าทั้งสองเลยก็ว่าได้

เธอเดินเข้าห้องตัวเองที่อยู่ฝั่งซ้ายสุด มีห้องอาบน้ำในตัว ห้องน้องชายอยู่ตรงกลาง ส่วนห้องพ่อกับแม่อยู่ทางขวามือสุด

มี่อิงสำรวจห้องนอนเธอ ในห้องมีเตาผิงที่อีกด้านของปล่องไฟเชื่อมกับห้องน้องชายของเธอ ในห้องแบ่งโซนเป็นห้องแต่งตัว อยู่ติดกับห้องอาบน้ำด้านนอก

เธอเดินไปที่หน้าต่าง เมื่อมองออกไปด้านนอก เธอถึงกับตาวาว มันสวยมากเหมือนอยู่บ้านพักตากอากาศ ตรงหน้าเป็นสวนดอกไม้ที่แม่เธอเนรมิตไว้ เมื่อมองเลยออกไป จะเห็นวิวภูเขาน้อยใหญ่ เรียงรายสลับกันไปมา

“อยากวาดรูปขึ้นมาแล้วสิ…” ยุคนี้ภาพวาดสวยงาม ไม่ได้ต่างจากเศษกระดาษ ผู้คนยังอดอยาก จึงเห็นความสำคัญ ของอาหาร และเครื่องนุ่งห่มมากกว่า ภาพวาดสวยงามจึงกลายเป็นเพียงของฟุ่มเฟือย

“อาบน้ำก่อนแล้วกัน” มี่อิงเดินสำรวจตู้เสื้อผ้าตนเอง ยังดี..ที่นี่ยังมีเสื้อผ้าแบบชาวบ้านชนบทอยู่บ้าง เธอหยิบชุดกางเกงขายาวสีเทา กับเสื้อแขนยาวสีเดียวกันออกมาจากตู้ แล้วเดินไปที่ห้องอาบน้ำ

ในยุคนี้ชนบทห่างไกลยังไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำปะปาใช้ มี่อิงต้องเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำข้างบ้าน

ห้องอาบน้ำจะไม่ได้ถูกสร้างด้วยอิฐทั้งหมดทุกด้าน จะมีด้านหนึ่งที่จะถูกปิดไว้ด้วยผ้าใบสีทึบ เพื่อสะดวกเวลาตักน้ำมาเติม และเทน้ำทิ้ง มี่อิงออกไปด้านข้างเพื่อตักน้ำในบ่อ เธอสังเกตเห็นความแตกต่างระหว่างบ้านเธอและบ้านหลังอื่น บ้านหลังอื่นไม่ได้มีบ่อน้ำ บ้านส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจะทำจากดินเหนียวผสมฟาง และจะใช้เตียงเตาในฤดูหนาว

เมื่อมีใครเดินผ่านมา ก็มักจะส่องเข้ามาในบ้านเธอ ก็แน่ละ.. บ้านหลังใหญ่ ทำให้หลายคนอยากจะเกี่ยวดอง

“อ้าว… อาอิงกลับมาบ้านหรือ?” อาสาม หรือเว่ยฉางชิงกล่าวทักทาย

“ค่ะ.. แล้วอาสามเพิ่งกลับจากที่ทำงานหรือคะ”

“ใช่ๆ อาซื้อหมูมาด้วย ตอนเย็นมากินข้าวที่บ้านใหญ่ล่ะ” อาสามนั้นทำงานที่โรงงานเหล็กในตัวอำเภอ เงินเดือนเดือนละ 50 หยวน เขาเป็นหนุ่มโสด ที่มีสาวน้อยสาวใหญ่ต่างหมายปอง

“ค่ะอาสาม” มี่อิงยิ้มตอบรับ

ความจริงที่ยังโสด เพราะยังรักคนรักเก่าอย่างซุนฮวา (แม่ของนางเอก) และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ย่าเว่ยไม่ชอบซุนฮวา ซุนฮวาคือผู้หญิงที่ทำลายชีวิตลูกชายทั้งสองคนของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นย่าเว่ยก็ขัดใจลูกชายคนโตของเธอไม่ได้ ย่าเว่ยจึงโขกสับซุนฮวาสารพัด เพื่อให้พอบรรเทาแผลในใจได้บ้าง

เพี่อแลกเปลี่ยนเรื่องการแต่งงาน ลุงใหญ่เว่ย เว่ยฉางต้องเสียสละตำแหน่งงานในโรงงานให้กับน้องชาย แล้วเขากลับมาทำงานในแปลงนาแลกแต้มแทน แต่อาสามก็ไม่ได้ใจร้าย เขายังช่วยเหลือ จุนเจือครอบครัวลุงใหญ่ตลอด เรียกได้ว่า..แทบจะเป็นคนส่งเสียทั้งมี่ฮวาและมี่เจินเลยก็ว่าได้

ส่วนครอบครัวเว่ยสายรองของเธอ เรียกได้ว่าร่ำรวยมาก ก็ด้วยฐานะที่แม่เธอ เป็นลูกสาวท่านนายพล เนี่ยนเจินมีเงินเป็นสินเดิมมาหลายล้านหยวน แถมยังมีส่วนแบ่งจากกิจการของที่บ้านอีก

กิจการของครอบครัวเนี่ยนนั้น ท่านนายพลได้ใช้เส้นสายเข้าร่วมกับภาครัฐ ทำให้ยังดำเนินกิจการต่อไปได้ เพียงแต่ส่วนแบ่งต้องส่งให้ภาครัฐด้วย เนี่ยนเจินถือได้ว่าเป็นคนรวย ที่ทำตัวจนได้เนียนจริงๆ

ส่วนพ่อของเธอทำงานเป็นทหาร ตำแหน่งเสมียนเล็กๆ ที่กรม ความจริงด้วยตำแหน่งลูกเขยท่านนายพล เขาสามารถถีบตัวเองขึ้นไปยังตำแหน่งสูงได้ เว่ยเฉียงเองก็คาดหวัง ว่าอยากจะเท่าเทียมกับเนี่ยนเจิน เพื่อให้เธอไม่อายใคร

แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เว่ยเฉียงได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากออกปฏิบัติภาระกิจพิเศษ ครั้งนั้นเขาได้เห็นเนี่ยนเจินร้องไห้แทบขาดใจ หัวใจของเขาแทบสลาย เว่ยเฉียงจึงเลือกที่จะหยุดใฝ่หาความก้าวหน้า โดยเอาชีวิตเข้าแลก เขากลัวจะไม่ได้กลับมาเจอคนที่เขารัก

และเพื่อที่จะได้เดินทางกลับบ้าน มาหาครอบครัวได้ทุกสัปดาห์ เว่ยเฉียงจึงย้ายมาประจำที่มณฑลซานตง

หลังจากอาบน้ำเสร็จ มี่อิงและเนี่ยนเจิน ก็เดินมาที่บ้านใหญ่พร้อมกับน้ำแกงปลา และผัดฟักทองใส่ไข่ ที่บ้านใหญ่มีปู่เว่ย ย่าเว่ย อาสามและครอบครัวลุงใหญ่นั่งรออยู่แล้ว

“มาๆๆๆ นั่งก่อนๆๆ” เสียงย่าเว่ยบอกมี่อิง

“ขอบคุณค่ะย่า หนูคิดถึงย่าจังเลย” มี่อิงพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมโผเข้ากอดหญิงชรา

“หลานนี่จริงๆ เลย แล้วทำไมถึงได้กลับบ้านวันนี้ล่ะ”

“หนูจะกลับมาอยู่บ้านค่ะ เดือนหน้าจะไปสอบเทียบจบ แล้วก็จะไม่ไปอยู่ห้องเช่าแล้ว” มี่อิงตอบ

“ทำไมถึงรีบสอบเทียบจบล่ะ อาอิงเรียนอีกแค่เทอมเดียวไม่ใช่หรือ” ปู่เว่ยถามขึ้น ทุกคนในโต๊ะก็พยักหน้าหงึกหงัก เพราะอยากจะรู้เหมือนกัน

“ปีหน้าจะมีสอบเกาเข่าค่ะ หนูกลัวไม่มีเวลาอ่านหนังสือ” มี่อิงตอบแล้วทำสีหน้าจริงจัง หลังจากผละออกจากอ้อมอกหญิงชรา เธอก็อธิบายต่อ “ส่วนห้องเช่าหนูคงไม่ได้ไปอยู่แล้ว ถ้ามี่เจินจะอยู่ต่อก็จ่ายเองนะคะ” มี่อิงพูดพร้อมหันไปสบตากับเนี่ยนเจิน เพราะเธอเองก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับแม่

“แล้วมี่ฮวาไปไหนหรือคะ ทำไมไม่ออกมากินข้าว” มี่อิงถาม

“ฮวาเออร์ไม่ค่อยสบายน่ะ” เว่ยฉางตอบ เขาเองก็เป็นกังวลใจเหมือนกัน ระยะ 1 เดือน ที่ผ่านมามี่ฮวานั้นพูดน้อยลง และชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

“สอบเกาเข่ามันไม่ง่ายนะจ๊ะ ป้าสะใภ้ไม่อยากให้อาอิงคาดหวังมากนัก กลัวอาอิงจะเสียใจ” ซุนฮวาเอ่ยอย่างนิ่มนวล คำที่พูดออกมาฟังดูเหมือนการแสดงความเป็นห่วงเป็นใย แท้จริงแล้วเปล่าหรอก หล่อนกำลังดูถูกมี่อิง ว่าไม่มีปัญญาที่จะสอบผ่านหรอก อย่าหวังให้มาก ไม่มีใครจะได้ดีไปกว่าลูกสาวของเธอ

ซุนฮวาได้ยินจากมี่เจินว่า มี่อิงชอบหลับในห้องเรียน สอบก็ได้คะแนนต่ำจนอาจารย์เอือมระอา

“ฉันจะพยายาม” มี่อิงตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

“ถ้าอาอิงไม่อยู่ห้องเช่า แล้วใครจะจ่ายเงินค่าเช่าล่ะ” ซุนฮวาเอ่ยขึ้นเหมือนหลุดปาก เมื่อเห็นสายตาที่ย่าเว่ยมอง ก็รู้ทันทีว่าตัวเองพลาดไปแล้ว จึงรีบก้มหน้าหลบสายตา

“ใครอยู่คนนั้นก็จ่ายสิ” มี่อิงตอบเสียงห้วน

“ไม่ต้องจ่าย ไม่ต้องอยู่ ให้มี่เจินกลับมาอยู่บ้าน ผู้หญิงอยู่คนเดียวมันอันตรายเกินไป” ย่าเว่ยกล่าว

“อาเจินไม่มีจักรยาน คงต้องยืมจักรยานอาอิงได้ไหม” ซุนฮวาพูดขึ้นเพราะไม่อยากให้ลูกสาวตัวเองลำบาก

“…….” มี่อิงเงียบ ทำลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

“เอาเถอะ รออาเจินกลับมาแล้วค่อยคุยกัน กินข้าวได้แล้วเดี๋ยวเย็นหมด” ย่าเว่ยสรุปเรื่อง เรื่องห้ามศึกต้องยกให้ย่าเว่ยเลยนะ มี่อิงยกนิ้วโป้งในใจ

หลังจากอาหารเย็นมี่อิงก็กลับมาบ้าน พร้อมเนี่ยนเจิน

“ยัยตัวแสบ เกิดเรื่องอะไรขึ้น บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงคาดคั้นจากเนี่ยนเจิน ทำเอามี่อิงสะดุ้ง สมเป็นแม่จริงๆนะ รู้ทันเธอไปหมด มี่อิงได้แต่เปลี่ยนท่าที พลางออดอ้อนมารดา

“เมื่อเช้า ยัยมี่เจินปล่อยให้หนูเดินไปเรียนเองค่ะ แล้วหล่อนก็ชอบหาเรื่องหนู หนูไม่อยากอยู่กับหล่อน” มี่อิงยู่ปาก พร้อมทั้งเอาหน้าถูไถไปที่อกอิ่ม เธอรู้แล้วล่ะว่าคัพ D เธอได้มาจากใคร

“อย่างลูกเนี่ยนะ จะยอมให้ใครรังแก มีแต่รังแกคนอื่นสิไม่ว่า”

“โถ่… แม่คะ นานๆ กัดกันทีก็สนุก พอได้คลายเหงา แต่นี่บ่อยเกินไปตอนนี้หนูเบื่ออยากใช้ชีวิตสงบๆ บ้าง”

“ตามใจ.. อ้อ… เดือนนี้แล้วนะที่จะถึงงานหมั้นของมี่ฮวา ชุดของลูกและเครื่องประดับ ป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่าอยากได้สีเหมือนกัน หล่อนจะจ้างคนมาถ่ายรูปด้วย”

“ค่ะแม่” มี่อิงพยักหน้ารับ อะไรเธอก็ใส่ได้ทั้งนั้น เธอไม่ติดหรอก งานของมี่ฮวาก็ให้หล่อนสวยที่สุดเถอะ

“เดี๋ยวก่อนจะไปไหน ตามแม่มาเอาชุดก่อน”

“อ้อๆ หนูลืมไปเลย” มี่อิง เดินตามไปอย่างว่าง่าย เธอใส่ชุดมารดาได้อยู่แล้วล่ะ ดูจากขนาดคัพ ก็รู้แล้ว “…..”

มี่ฮวาย้อนเวลากลับมาได้เดือนกว่าๆ แล้ว เธอเร่งวันหมั้นของเธอกับหยางหลงให้เร็วขึ้น เธอตั้งใจว่าจะไปจดทะเบียนสมรสก่อนแล้วค่อยกลับมาแต่งงาน เธอจะได้ไปอยู่กับหยางหลงที่ค่ายทหารเสียที่ เธอไม่อยากให้ใครแย่งหยางหลงไปอีก

วันนี้ที่เธอไม่ออกไปกินข้าวเย็น เพราะมี่ฮวาไม่อยากพบหน้ามี่อิง มี่อิงเองก็เป็นคนชักจูงหลิวอี้เฟยมาที่บ้าน เธอไม่เข้าใจว่าตนเองนั้น ทำอะไรให้กับมี่อิง มี่อิงจึงเกลียดชังเธอนัก

เธอจำได้ว่าในชาติก่อน เฟยเทียนและมี่อิงนั้น ทั้งสองเกือบจะมีวาสนาต่อกัน ทั้งสองมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากเธอแต่งงานผ่านไป 5 ปี ทั้งคู่ร่วมงานกันสนับสนุนกิจการกันและกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

แต่นั่นก็เป็นเพราะเธอที่ทำให้ด้ายแดงของทั้งสองขาด ก่อนที่เธอจะตาย ทั้งคู่มาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล

ตอนนั้นเธอต้องใช้ยาระงับความเจ็บปวด (ฝิ่น) ทำให้เธอขาดสติ เธอร้องไห้ฟูมฟาย ทั้งได้กล่าวโทษมี่อิง ว่าเป็นเพราะมี่อิงเป็นเพื่อนกับหลิวอี้เฟยทำให้เธอถูกแย่งคู่หมั้น ทั้งยังกล่าวโทษเฟยเทียนว่าเพราะเขาเป็นพาโจวหลุยมาให้เธอรู้จัก ทำให้เธอต้องแต่งงานกับโจวหลุย

ทั้งคู่รู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุ ทำชีวิตเธอพัง และยังสงสารที่เธอต้องป่วยหนัก เฟยเทียนและมี่อิงจึงแยกย้ายจากกันไปด้วยความรู้สึกดีๆ ตอนนี้เธอย้อนกลับมา เธอจะแก้ไขทุกอย่างตั้งแต่ต้น เธอต้องจึงหลีกหนีการได้เจอกับมี่อิงเพราะมี่อิงเคยมีส่วนช่วยทำให้แผนของหลิวอี้เฟยสำเร็จ

จินนี่

#ยังไม่ตรวจคำผิด

เช้าวันถัดมา มี่อิงตื่นตั้งแต่ยามเหม่า(ตี5) ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูหนาว อากาศตอนเช้าจะเย็นเป็นพิเศษ

มี่อิง ตั้งใจจะออกกำลังกายโดยการวิ่งและทำคาร์ดิโอ อกใหญ่ๆ ก้นใหญ่ๆ แบบนี้อีกไม่นานมันจะย้อย เพราะงั้นเธอต้องทำให้มันกระชับ

เธอรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยง่าย เพราะไม่เคยทำงานหนัก อย่างเมื่อวาน เพียงแค่ยกน้ำมาอาบเธอก็ปวดแขนไปหมด เธอต้องการให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น มี่อิงถอดชุดนอนออก แล้วเปลี่ยนชุดให้ดูทะมัดทะแมง เสื้อยืดรัดตัวกับกางเกงวอร์ม เธอจะไปวิ่งที่ตีนเขา

มี่อิงอบอุ่นร่างกาย ด้วยท่าง่ายๆ แล้ววิ่งเยาะๆ ออกไปที่รั้ว โดยรู้สึกว่ามีคนในบ้านใหญ่จ้องมองอยู่

มี่ฮวาสินะ….

มี่อิงวิ่งไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็เจอชาวบ้านที่กลับจากล่าสัตว์บ้าง เธอไม่ได้ทักทายใคร เพราะเธอไม่ความทรงจำเกี่ยวกับคนในหมู่บ้านเลย

มี่อิงวิ่งผ่านชายหนุ่มร่างสูง คนหนึ่ง มืดขนาดนี้ยังดูออกว่าเขาหล่อมาก มี่อิง สู๊ดดดด…ปาก เพราะความโดนใจ เขามีตาชั้นเดียว ดวงตาเรียวยาว คิ้วกระบี่ ตอนนี้ขนคิ้วดกหนา ที่กำลังขมวดน้อยๆ จมูกโด่งเป็นสันชัดเจน ริมฝีปากหนารับกับจมูก เธอหันมองเขาจนสุดตา แต่ก็ไม่ได้หยุดวิ่ง…

เฟยเทียนที่เพิ่งกลับมาจากการไปดูกับดักในป่า เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอมี่อิงที่กำลังวิ่งอยู่

สายตาเขาหยุดที่หน้าอกใหญ่โต ที่กำลังเด้งฟัดตามแรงโน้มถ่วง เขากลืนน้ำลายลงคอ ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆสวยไปทุกส่วน ใจเขาเต้นแรงแบบห้ามไม่อยู่ เขาจินตนาการไปถึง ตอนที่มีเธอขย่มอยู่บนตัวและหน้าอกเธอฟัดไปมา

“บ้าเอ๊ย” เฟยเทียนสบท พร้อมกับส่ายหัวเพื่อสลัดภาพลามกออกไป

“ผู้หญิงแบบนั้น มีอะไรให้ต้องคิดถึง” ชายหนุ่มพึมพำ เขาจำได้ไม่เคยลืม ยัยตัวแสบมี่อิง สมัยเขายังเรียนอยู่มัธยมปลาย เขาเคยพาเพื่อนมาแอบดูมี่ฮวาตักน้ำ ครั้งนั้นยัยเด็กแสบคิดว่าพวกเขาเป็นหมาที่แอบอยู่ข้างกำแพง จึงได้เอาน้ำสาดมา ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่เขาถูกเล่นงาน เธอมักจะหาวิธีการแปลกๆ มาแกล้งเขาเสมอ บางทีก็มดแดง บางทีก็หญ้าคัน จนเขาต้องบอกให้เพื่อนเขานั้นตัดใจเสีย

ไม่ได้เจอกันมา 4 ปีแล้วสินะ….

มี่อิงเมื่อวิ่งครบเวลาที่ตัวเองกำหนด ดวงอาทิตย์ก็เริ่มขึ้นแล้ว เธอจึงวิ่งเหยาะๆ กลับมาบ้าน แล้วเธอก็ได้พบกับชายหนุ่มร่างสูง มายืนลับๆ ล่อๆ อยู่ที่หน้าบ้าน

“นี่นายมาทำอะไรที่บ้านฉันน่ะ” มี่อิงหรี่ตามองเขา

“ฉันแค่เอาไก่มาให้” เฟยเทียนพูดเสียงเย็น เค้าหันหลังกลับมาเผชิญหน้า พลางตวัดสายตามาทางมี่อิง เพื่อข่มขู่ แต่สายตาดันเหลือบไปเจอสิ่งอื่นแทน

มี่อิงที่เพิ่งวิ่งออกกำลังกายมา มีเหงื่อท่วมตัว เสื้อเธอเปียกลู่ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง ท่าที่ยืนกอดอกยิ่งทำให้หน้าอกเด่นชัดขึ้น กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายสาวมันปลุกเร้าเขาเกินไป ชายหนุ่มกลืนน้ำลาย ใบหน้าเริ่มเห่อร้อน หูของเขาแดงเถือก

มี่อิงมองไปที่เขา เธอตาโตขึ้น นี่มันหนุ่มหล่อข้างทางคนนั้นนี่ แล้วความทรงจำร่างเก่าก็ไหลเข้ามา ร่างนี้เคยแกล้งเขาไว้เยอะ เธอหวังว่าเขาจะไม่เอาคืนตอนนี้หรอกนะ

มี่อิงสังเกตเห็นเขาหูแดง ก็รู้ทันทีว่าเขาเขินอาย เมื่อมองตามสายตาก็เห็นว่าเขามองที่หน้าอกเธอ

มี่อิงที่เริ่มเขินอายขึ้นมาเพราะสายตาเขา จึงคิดถอยทัพ

“แม่คะ… มีคนมาหาค่ะ”

“อ้าวเฟยเทียน มาทำไมหรือ”

“แม่บอกให้เอาไก่มาให้น้าเนี่ยนครับ” เฟยเทียนตอบ

“ขอบใจนะเฟยเทียน หลานเข้ามาในบ้านก่อนไหม” เนี่ยนเจินถูกใจชายหนุ่มคนนี้อยากจะได้มาเป็นลูกเขย

มี่อิงที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน เธอรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามองอีกครั้ง จึงพูดขึ้น

“ออกมาเถอะ ฉันคิดว่า..เธอมีอะไรอยากจะคุยกับฉัน”

“อ่ะ.. อื้ม” มี่ฮวายังคงกลัวมี่อิงอยู่เหมือนเดิม

“ฉันมีอะไรให้เธอต้องกลัวหรือมี่ฮวา” มี่อิงเลิกคิ้วถาม ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มี่ฮวาก็คือมี่ฮวา เธอยังคงอ่อนแอไม่เคยเปลี่ยน

“เธออย่าช่วยเหลือหลิวอี้เฟยจะได้ไหม เรื่องของหยางหลง… ถือว่าฉันขอร้องล่ะ” ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไป

“อะไรที่ทำให้เธอคิด ว่าฉันช่วยหลิวอี้เฟยล่ะ” มี่อิงถามกลับ

“เพียงเพราะฉันเป็นเพื่อนกับหลิวอี้เฟย ไม่ได้หมายความว่าฉันได้ช่วยเธอทำในสิ่งเลวทราม เธอคิดว่าหยางหลงรู้จักกับหลิวอี้เฟยเพราะฉันงั้นหรือ เธอคิดผิดแล้วมี่ฮวา” มี่ฮวาถึงกลับหน้าซีด ที่ผ่านมาเธอคิดแบบนั้นจริงๆ เธอคิดว่ามี่อิงเป็นคนยุยงให้เพื่อนแย่งคนรักเธอ

“ระ เรื่องนี้….” มี่ฮวาพูดไม่ออก ด้วยอาการของมี่ฮวาทำให้มี่อิงรู้สึกสงสาร จึงพูดต่อ

“เอาเป็นว่าฉันไม่ได้คิดจะทำลายชีวิตของเธอ ไม่ว่าจะในอดีตหรือตอนนี้ เพราะฉะนั้นเธอจงใช้ชีวิตให้ดีเถอะ” มี่ฮวาอึ้งในคำกล่าวของมี่อิง รึมี่อิงจะย้อนเวลากลับมาเหมือนกัน มี่อิงคนนี้ดูไม่เหมือนเดิม… แต่ตรงไหนเธอเองก็ยังไม่เข้าใจ

พอเข้ามาถึงบ้าน มี่อิงก็คาร์ดิโอต่ออีก 2 เค่อ แล้วจึงไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอเดินไปที่ครัว เพื่อทำแพนเค้กรอเนี่ยนเจิน

กิจกรรมของเนี่ยนเจิน คือ การเพาะปลูกกุหลาบ ส่งไปขายให้บรรดาคุณนายในเมืองหลวง โดยอ้างว่าให้เพื่อเป็นสินน้ำใจ กุหลาบสายพันธุ์หายากราคาถึงต้นละ 200 หยวน นี่แหละ..ที่แม่เธอเรียกว่ากิจกรรมเสริม

“แม่คะ มาทานอาหารเช้าได้แล้วค่ะ”

“จร้าา…ลูก” เนี่ยนเจินตอบรับ พร้อมกลับลุกออกจากแปลงกุหลาบ

เมื่อมาถึงโต๊ะอาหารเนี่ยนเจินถึงกับตาวาว แพนเค้กที่ถูกราดด้วยซอสนม เครื่องเคียงเป็นผิงกั่ว ผูเถา (องุ่น) และเซียงเจียว (กล้วย) หั่นแว่น

“โอ้โห… ลูกสาวแม่เป็นแม่ศรีเรือน พร้อมจะออกเรือนแล้วหรือเนี่ย” เนี่ยนเจินแกล้งแหย่ลูกสาว

“รสชาติไม่รู้ว่าแม่จะกลืนคงคอไปได้รึเปล่านะ” มี่อิงแกล้งแหย่เนี่ยนเจินคืน ทำเอาเนี่ยนเจินทำหน้าเหมือนกลืนเหลียนเข้าไป

“ฮ่าๆๆๆๆ ดูแม่ทำหน้าเข้าสิ” มี่อิงหัวเราะที่เอาชนะเนี่ยนเจินได้

เธอชอบบรรยากาศแห่งรักแบบนี้จัง มันช่วยลดหมอกในใจเธอให้จางไป

หลังจากกินอาหารเช้า มี่อิงก็กลับเข้าห้องไปอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน ถึงเธอจะเป็นอัจฉริยะ แต่ก็ไม่อยากประมาท

ติ้ง!! ระบบติดตั้งสำเร็จ มี่อิงถึงกับสะดุ้ง

จินนี่ : สวัสดีค่ะโฮสท์ฉันชื่อจินนี่ค่ะ

มี่อิง : สวัสดีจินนี่

จินนี่ : จินนี่ขอแนะนำตัวเองและระบบนะคะ จินนี่เป็นระบบแห่งจักรวรรดิ์อัลฟ่าค่ะ เป็นระบบที่ถูกถ่ายโอนมาจากโลกอนาคตอีก 1000 ปี จากโลกที่โฮสท์จากมา โฮสท์สามารถลงขายสินค้าและซื้อสินค้าได้ค่ะ

มี่อิงพยักหน้ารับทราบ

จินนี่ : สินค้าที่นำมาขายจะมีทั้งในโลกของโฮสท์ และในจักรวรรดิ์อื่นๆ ที่เป็นพันธมิตรกันค่ะ

มี่อิง : แล้วที่ฉันทะลุมิติมาที่นี่ ระบบมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า

~_~ โฮสท์ฉลาดเกินไปจริงๆ จินนี่คิดในใจ

จินนี่ : มีส่วนค่ะ ในโลกนี้มีคนใช้หินย้อนเวลา หรือที่เรียกว่า Time stone ทำให้เกิดช่องว่างของเวลา จึงดึงโฮสท์มาที่นี่ค่ะ

จินนี่จะพูดว่าเป็นความผิดพลาดของระบบไม่ได้เด็ดขาด

มี่อิงนิ่งคิดไปพักนึง แสดงว่าในโลกที่เธออยู่ตอนนี้ ต้องมีคนที่สามารถใช้ระบบได้เหมือนเธอสินะ

มี่อิง : แล้วเพราะอะไร จินนี่ถึงได้มาดูแลฉัน รึเป็นเพราะระบบผิดพลาดเลยอยากจะชดเชยความผิด

นั่นไง!!! จินนี่คิดอยู่แล้วว่าต้องโดนจับได้

จินนี่ : “……….” จินนี่เงียบ

มี่อิง : จินนี่ไปไหนแล้ว

จินนี่ : ตามที่โฮสท์คิดค่ะ เพื่อชดเชยความผิดพลาด จินนี่จึงได้มาดูแลโฮสท์ พร้อมกับดึงเงินในยุคปัจจุบันของโฮสท์จำนวน 2,540,000 ดอลลาร์ (18,119,000 หยวน) มาเป็นการชดเชย

มี่อิง : จินนี่นั่นมันเป็นเงินของฉัน จะเรียกว่าระบบชดเชยได้ยังไงกัน

มี่อิงขมวดคิ้ว เธอขอแฮกส์ระบบได้ไหม

จินนี่ : จินนี่ขอติดต่อแม่ข่ายเพื่อเพิ่มเงินชดเชยสักครู่ค่ะ

จินนี่บอก ผ่านไป 1 เค่อ จินนี่ก็กลับมา

มี่อิง : ทางแม่ข่ายเพิ่มเงินชดเชยให้โฮสท์ 100,000,000 หยวนค่ะ โฮสท์พอใจไหมคะ

มี่อิงพยักหน้า แบบนี้ค่อยโอเคขึ้นมาหน่อย

มี่อิง : จินนี่ไปพักเถอะ ฉันจะอ่านหนังสือต่อ

จินนี่ : ได้ค่ะโฮสท์

โฮสท์น่ากลัวมากค่ะ~_~

มี่อิงอ่านหนังสือไปถึงช่วงเที่ยงก็เริ่มง่วง

หญิงสาวลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย แล้วออกไปหาเนี่ยนเจินที่สวน

“แม่หิวข้าวรึยังคะ เรายังไม่กินข้าวเที่ยงกันเลย”

“ลูกอยากกินอะไร” เนี่ยนเจินเงยหน้าขึ้นจากแปลงกุหลาบ เธอต้องรีบจัดการต้นกุหลาบก่อนหน้าหนาวจะมาถึง

“หนูจะทำเอง อยากกินน้ำแกงสาหร่ายค่ะ” เธอหมายถึงซุปมิโซะน่ะ อากาศเย็นๆ กินอะไรอุ่นๆ คงจะดี

“เดี๋ยวหนูไปร้านค้านะคะ จะทำเผื่อปู่กับย่าด้วย”

เผื่อแค่ปู่กับย่านะ คนอื่นไม่นับ

“ได้สิ เดี๋ยวแม่หยิบเงินให้”

“ที่แม่ให้ไว้ยังเหลืออยู่เลยค่ะ หนูไปก่อนนะคะแม่” มี่อิงเดินไปหยิบหมวกสานมาสวม แล้วเดินไปที่บ้านใหญ่เพื่อบอกปู่กับย่า

“ย่าคะ เดี๋ยวหนูจะทำน้ำแกงสาหร่าย จะไปร้านค้า ย่าเอาอะไรไหมคะ” ย่าเว่ยได้ยินเสียงหลานรัก ก็เดินออกมา “ไปเถอะอาอิงย่าไม่เอาอะไรหรอกหลาน”

มี่อิงไปร้านค้าแล้วกลับมา พร้อมเต้าหู้ขาวและสาหร่ายวากาเบะ หลังจากจอดจักรยาน มี่อิงก็เดินกลับบ้านไปทำซุปมิโซะ เธอเตรียมเต้าหู้ขาว หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ เตรียมไว้ก่อน ต้มน้ำให้เดือด ใส่ปลาแห้งที่บดแล้ว ตามด้วยใส่เต้าหู้ขาวที่หั่นไว้ลงไป ใส่สาหร่าย เร่งไฟต้มให้เดือด จากนั้นก็ละลายเต้าเจี้ยวใส่ลงไป คนพอเข้ากัน เป็นอันเสร็จ

อ่อ…เธอลืมต้องใส่ต้นหอมซอยลงไปด้วย

มี่อิงชิมรสชาติ เป็นรสที่เธอพอใจแล้ว เธอก็ตักใส่ถ้วย แล้วเดินไปหาย่าที่บ้านใหญ่

“ย่าคะ มาชิมน้ำแกงของหนูเร็ว กำลังร้อนๆ เลย” มี่อิงเรียกย่าเว่ย

ย่าเว่ยชิมซุปมิโซะด้วยดวงตาเบิกกว้าง มันแปลกและอร่อยเหมาะสำหรับคนแก่จริงๆ

“ดีๆๆๆ” ย่าเว่ยชมมี่อิง

มี่ฮวาที่เดินมาจากสวนผักได้แต่กระพริบตาปริบๆ มี่อิงนี่นะที่ทำอาหาร มี่ฮวาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ

“หนูกลับแล้วนะคะย่า” มี่อิงเข้ามาสวมกอดหญิงชราก่อนจะกลับไป

“เด็กคนนี้ไม่รู้จักโตจริงๆ” ย่าเว่ยพูดเจือความเอ็นดู การมีหลานสาวมาคอยออดอ้อนมันดีกับคนแก่อย่างเธอจริงๆ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...