ภวิน ธนิก แถลงหนังคนละม้วน โต้ทำร้ายอดีตแฟน ยันช่วยไม่ให้เขาคิดสั้น มั่นใจในหลักฐาน
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 03.32 น. • The Bangkok Insightภวิน ธนิก แถลงหนังคนละม้วน โต้ทำร้ายร่างกายอดีตแฟน ยันช่วยไม่ให้เขาคิดสั้น มั่นใจในหลักฐาน น้อมรับต้นสังกัดพักงานจนกว่าคดีสิ้นสุด
อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ กรณีข่าว ภวิน-ธนิก กมลธรานนท์ นักแสดงวัยรุ่นในสังกัดค่ายดัง GMMTV ถูกสาวแฉถูกเจ้าตัวทำร้ายร่างกาย งานนี้ เจ้าตัวตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฎิเสธเรื่องราวหนังคนละม้วน พร้อมยืนกรานบาดแผลของทางฝ่ายหญิงที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากที่เจ้าตัวพยายามให้การช่วยเหลือและดึงสติฝ่ายหญิง หลังฟูมฟายขู่ทำร้ายร่างกายตัวเอง พร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ด้วยการถอนตัวจากซีรีส์และกิจกรรมต่าง ๆ ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง
- ทำความรู้จัก ประวัติและผลงาน ภวิน-ธนิก กมลธรานนท์ นักแสดงรุ่นใหม่ GMMTV
- แฟนสาวนักแสดงช่องดัง เล่านาทีถูกทำร้ายร่างกาย บีบคอ-กระทืบ ยันไม่ไกล่เกลี่ย
- แฉนักแสดงช่องดัง ทำร้ายแฟนสาว ต้นสังกัดจ่อลงโทษสูงสุด หากพบว่าผิดจริง!
ต้องยอมรับว่าผมคบกับเขาจริง ๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จริง ๆ เหตุการณ์เกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผมบอกเลิกเขาครั้งแรก เขามีจะไปกระโดดระเบียง ผมได้ห้ามและยอมเขาคบต่อ ไม่เลิก หลังจากนั้น 2-3 วัน เขาก็บอกเลิกผม ผมก็ยอมเลิก เริ่มเก็บของออกจากคอนโด ระหว่างที่ผมเก็บของเขาก็วิ่งไปหยิบเชือกเหมือนจะเอามาผูกคอ ผมได้ห้าม
หลังจากนั้นจะเป็นเหตุการณ์วันที่ 18 -19 กุมภาพันธ์ เขาพูดกับผมว่าถ้าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ไปทำงานแล้วกลับมาเห็นเขาไม่มีลมหายใจแล้วจะทำยังไง ผมก็กังวลตรงนี้ เลยให้เขาโทรหาโรงพยาบาล แล้วนัดว่าวันไหนจะไปกัน
เหตุการณ์มาเกิดขึ้นจริงๆ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผมคุยกับเพื่อน เขาไม่พอใจ ก็เลยไปหยิบเชือกมาจะผูกคอ ผมห้าม และเอาโทรศัพท์อัดเสียงไว้ เพราะเริ่มกังวลแล้วว่าเหตุการณ์ดูบานปลาย หลังจากนั้นเขาจะกระโดดระเบียง ผมก็ห้าม เลยเริ่มเกิดการทะเลาะกัน เขาก็วิ่งไปหยิบมีดมาจะแทงผม ก็ป้องกันตัวเอง แย่งมีดจากเขาเอาไปทิ้งหน้าห้อง ระหว่างผมเดินกลับมากั้นระเบียงไม่ให้เขาออก เขาก็ไปหยิบกรรไกรมาจะแทงผม เข้ามาประชิดตัวผมเลยต้องดันเขาออกไป พอดันออกไปครั้งแรก ก็วิ่งมาอีก ผมก็เลยดันอีกแล้วแย่งกรรไกรไปทิ้งหน้าห้อง
ผมก็ตัดสินใจวิดีโอคอลหาเพื่อน ให้ช่วยคุยหน่อยเพราะรู้สึกว่าเราไม่ไหวแล้ว เริ่มเหนื่อย สู้เขาไม่ไหว อธิบายเหตุการณ์กับเพื่อน แล้วเอากล้องฉายไปที่ตรงที่เขาผูกเชือก บอกเพื่อนว่าเขาจะมีโดดตึก ผมห้ามไปแล้ว ระหว่างที่โทรเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนรู้ เขาวิ่งมาจะไปโดดตึก ผมรีบเอาโทรศัพท์ไว้ที่พื้น ห้ามเขา แล้วค่อยเล่าเหตุการณ์ต่อว่าเขาจะทำอะไร เขามีเดินเข้ามาตบหน้าผม พยายามแย่งโทรศัพท์ และบอกว่าถ้าไม่วางสายจะไลฟ์ไอจี ผมเลยวางสายเพื่อน พยายามอุ้มเขาไปสงบสติอารมณ์ในห้องนอน แต่เข้าไม่ได้เพราะเก้าอี้บังอยู่ เลยอุ้มเขาเข้าห้องน้ำ แต่เขาดิ้น ผมเลยเสียหลัก หลังเขาเลยไปกระแทกกับอ่างล้างหน้า เขามีอาการชัก ผมเลย CPR จนดีขึ้น แล้วพามานั่งเกลี้ยงกล่อมให้กินยา
ระหว่างนั้นผมมีโทรไลน์หาเพื่อนบอกสถานการณ์ เพื่อนก็เป็นห่วงทั้งคู่ พอกินยาเขาก็สงบลง แล้วบอกเขาว่าที่คบกันอยู่กลายเป็นความสัมพันธ์แบบท็อกซิก ทะเลาะครั้งต่อไปมันจะรุนแรงมากขึ้นขนาดไหน หรือจะยังไง เราเลิกกันไหม เขาตอบว่าเขาเลิกก็ได้ ผมก็ไปเก็บของ เขาก็บอกให้ผมรีบออกไป พอผมเก็บกระเป๋า เขาก็เดินไปที่ระเบียง ผมวิ่งตามไปช่วยเขา ซึ่งเขาเอาขาสอดออกไปตรงซี่ระเบียง ตอนนั้นผมไม่เห็นว่าเขาเอาขาล็อกไว้ ก็ช่วยเขาออกมา แล้วบอกให้เขาไปอาบน้ำนอน
พอเขาไปนอนและด้วยความกังวลของผม ก็เลยคิดว่าถ้าเกิดผมนอนไปแล้ว เขาทำเหมือนเขาหลับและตื่นขึ้นมาทำอะไร มันจะเกิดอะไรขึ้นไหม ผมก็เลยไม่ยอมนอน รออยู่นอกห้อง อยู่ตรงโซนนั่งเล่นยันเขาตื่น พอเขาสะดุ้งตื่นมาตอนเช้าก็เข้ามาโวยวายผมว่าทำไมไม่เข้าไปนอน ทำไมมานั่งอยู่ข้างนอกและเขาเดินออกไปที่ระเบียงอีกครั้งหนึ่ง ผมก็เลยห้ามไว้และเกลี้ยกล่อมบอกให้ไปนอนไหม และเดี๋ยวผมเข้าไปนอนด้วย เขาก็เลยตกลงเข้าไปนอน
จนแม่ผมโทรมาว่าตื่นหรือยัง เพราะผมมีธุระที่บ้าน ผมก็เลยบอกเขาว่าเดี๋ยววันนี้จะเก็บของกลับบ้านนะ เพราะเรามีธุระที่บ้าน เขาก็ไม่ยอม เลยทะเลาะกัน ผมก็เลยรีบเก็บของ เขาก็เข้ามากอดเรา ผมก็เลยรีบวางของเพราะกลัวจะตก ช่วงระหว่างนั้นมีการทะเลาะกันนิดหน่อย ซึ่งเป็นการทะเลาะเถียงกันไปเถียงกันมา และเขาก็เดินไปเหยียบจอคอมพิวเตอร์เราหนึ่งจอ เลยโทรแจ้งตำรวจว่าอยากจะย้ายออกจากคอนโด แต่ว่าตอนนี้มีคนไม่ให้ผมย้ายออก และมีการทำลายข้าวของผมด้วยช่วยมาดูหน่อย
ซึ่งระหว่างที่คุยเขาก็มีการทำลายข้าวของของผมเพิ่มด้วย ผมก็เลยแจ้งว่าที่เกิดเหตุมันอยู่ตรงนี้ และหลังจากนั้นผมเห็นข้าวของผมแตกผม ก็เลยรีบชิงเก็บข้าวของออกเลย พอลงมาผมก็เลยโทรบอกเพื่อนว่าสถานการณ์ตอนเช้าเป็นยังไง มันไม่ดีแล้ว
แล้วผมก็เห็นคนมุงอยู่ข้างหน้าหน้าคอนโด ผมก็ออกไปดูว่าเขามุงอะไรกัน ซึ่งผมออกไปผมก็เลยเห็นเคสคอมถูกโยนลงมาแล้ว และผมก็ได้คุยกับพนักงานในคอนโด ว่าผมได้แจ้งความไปแล้วและเคสคอมพิวเตอร์ที่ถูกโยนลงมาเป็นแฟนผมโยนมา ตอนนั้นไม่รู้เลยว่ามีคนเจ็บหรืออะไร พนักงานก็ไม่ได้บอก ผมก็เลยเข้าไปดูคอมแล้วก็รอตำรวจมา พอมีตำรวจและกู้ภัยมาเขาก็ให้ผมขึ้นไปที่ห้อง และกู้ภัยก็มาดูว่าเขาเป็นอะไรไหมและพาไปโรงพยาบาล พอลงมาผมก็เลยรู้ว่ามีคนเจ็บ ซึ่งได้โทรคุยกับสามีคนเจ็บ ถามอาการ พี่เขาบอกว่าออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไปล้างแผลทุกวันและมีตรวจเช็กร่างกาย อาการ ผมช่วยเงินไปจำนวนหนึ่ง เป็นค่ารักษา เป็นเงินของผมเอง แล้วก็มีส่งกระเช้าไปครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนของงาน จากที่ทุกคนรู้กันว่าเมื่อวานทางบริษัทมีการโพสต์แจ้งข่าวว่าผมโดนพักงาน ส่วนนี้ผมก็ค่อนข้างกังวลมาก ๆ เพราะว่าที่ผ่านมาผมก็ตั้งใจทำงานตรงนี้มาโดยตลอด ผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผมก็เข้าใจทางค่าย เพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้ส่งผลกระทบต่อค่ายหนัก
ในส่วนของซีรีส์ ผมบอกทางค่ายว่าจะขอถอนตัว เนื่องจากเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบให้ซีรีส์เช่นกัน ผมอยากจะขอโทษค่าย ทีมงาน ผู้กำกับ รวมถึงเพื่อน ๆ นักแสดงทุกคน ที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วก็ขอโทษทุกคนที่ทำให้ได้รับผลกระทบนี้ด้วยครับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ส่วนใหญ่มันจะเกิดจากการที่เราไปกอดหรือรั้งไม่ให้เขาทำร้ายร่างกายตัวเอง หรือในตอนที่เขาจะไปบริเวณระเบียง เหตุการณ์มันค่อนข้างชุลมุน (เขาบอกเรากระทืบ?) ถ้าให้ผมพูดตรง ๆ ก็คือ มันไม่มี เหตุการณ์ที่มีก็จะเป็นการที่ตัวผู้หญิงวิ่งไปที่ระเบียง เราวิ่งตาม แล้วก็รีบจับตัว รั้ง กอดเขาไว้ มีอุ้มด้วย ตัวเขาก็ดิ้น คือตัวเราเข้าไปห้าม (เขาบอกเตะขา?) ไม่มีครับ (เขาบอกต่อยคาง?) ไม่ได้ต่อยเลยครับ (แค่กระชากกัน?) ใช่ครับ ส่วนผมมีบาดแผลจากมีดที่เขาถือมา เราได้บาดแผลจากการที่เราปกป้องตัวเอง เพราะว่าตอนนั้นมันก็มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันด้วย
คือเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะกระโดดจริงหรือไม่จริง แต่เราก็ต้องเข้าไปห้ามไว้ก่อน เราไม่อยากเห็นใครเสียชีวิตต่อหน้าเราอยู่แล้ว ในการที่เราช่วยเหลือเขาแล้ว เราห้ามไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย แต่เขาถือมีดถือกรรไกรมาเนี่ย เราก็รู้สึกว่าเราก็ต้องปกป้องตัวไม่ให้บาดเจ็บด้วย ส่วนรอยเขียวที่หลังอีกฝ่าย ตอนนั้นพยายามอุ้มเขาให้เขาสงบสติอารมณ์ ขณะนั้นผมเสียหลัก หลังเขาเลยไปโดนเข้ากับอ่างน้ำครับ
ส่วนคลิปเสียงถ้าให้พูดก็คือ มันตั้งแต่ต้นเหตุการณ์เลย ตอนนั้นผมไหวตัวทัน เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกด้วยที่เราทะเลาะกัน ในส่วนที่เขาบอกว่าเขาขาหัก ที่ผมเห็นคือเขาก็ไม่ได้ขาหักอะไร อาจจะรู้สึกเจ็บจังหวะที่ขาเขางัดกับตัวระเบียงอะครับ ไม่ได้เกิดจากผม
สาเหตุที่บอกเลิกเป็นเรื่องที่เขาเทรดแล้วเขาเสีย แล้วเขาก็มาโทษเรา ส่วนตรงที่เขาบอกว่าเราเล่นเกมจนไม่สนใจเขา คือผมจะบอกว่าเล่นเกมกับเพื่อมันก็ต้องใส่หูฟังเล่นแหละ แต่ผมก็มองเขาตลอด แต่พอช่วงกลางคืนเขาจะเริ่มเทรด พอเราคุยอะไรด้วยเหมือนเขาก็จะไม่รับสารแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงบอกว่าไม่สนใจ ผมเล่นวันนึงก็ไม่ได้เยอะ เรามีประวัติการเล่นบอกหมดทุกอย่าง ผมเล่นวันนึงประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ การเล่นเกมไม่มีผลกับความสัมพันธ์ เอาจริง ๆ ผมเล่นเฉพาะเวลาเห็นเขาจับโทรศัพท์ ไม่อย่างนั้นก็จะนั่งอยู่ด้วยกัน หาอะไรดูไปเรื่อย
ถามว่าจริง ๆ เป็นคนใจร้อนหัวร้อนไหม เมื่อเด็ก ๆ อาจจะใช่ แต่พอโตมาเราก็คุยกับตัวเองว่าถ้าเราเล่นเกมแล้วหัวร้อนเราจะเล่นทำไม เราเล่นเกมให้มันสนุกไม่ใช่หรอ มันควรสนุกเฮฮา คลายเครียด ไม่ใช่ยิ่งเล่นยิ่งเครียด ก็ไม่ควรเล่นมัน
ย้อนกลับไปจากเกิดเหตุ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ แต่เกิดเหตุในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ในช่วง 10 กว่าวันนี้ ก็มีการทะเลาะประปราย แต่ว่าส่วนใหญ่ ผมจะยอมเขา เมื่อผมยอม ทุกอย่างมันก็จะจบ ในวันที่เขาแถลง รู้สึกว่ามันก็คนละม้วนแหละ แต่ว่าเราก็ฟังฝั่งเขาก่อนว่าพูดอะไรถึงเราบ้าง (มีอะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ใช่เลยในสิ่งที่เขาพูด?) มีที่แบบผมไปขึ้นคร่อม กระทืบเขา ต่อยเขา ซึ่งพวกนั้นไม่รู้เลย
วันที่ 21 เขาไม่พอใจผมก็เลยมีการจะผูกคอเลย ผมก็ห้ามแล้วก็มีการเกลี้ยกล่อมกัน จบ แล้วก็ไม่ได้มีการทะเลาะอะไรกันเลย 22-23 มีทะเลาะรุนแรง แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นตบตี กระทืบเลย มีแต่รั้งเขา ดึงเขาไม่ให้ไปและก็กันเขาไปที่ระเบียง (รอยต่าง ๆ ที่เกิดที่ตัวเขา เกิดจากการห้ามไม่ให้เขาทำร้ายตัวเอง?) ใช่ครับ
เอาจริงๆ เครียดมาก จนแม่ถึงขั้นต้องมาเช็กอาการที่ห้องนอนตลอด ว่าเป็นไงบ้าง ถามตลอด เครียดไหม กินอะไรไหม เพราะผมก็ไม่กินอะไรเลย เก็บตัวอยู่ในห้อง แม่ก็เลยเข้ามาดูเป็นระยะ ๆ (ถูกมองเป็นผู้ชายที่ใช้ความรุนแรง?) จากที่ผู้หญิงออกมาพูดคนก็ตีความเป็นอย่างนั้นได้แหละ ก็อยากให้ทุกคนใจเย็น ๆ รอดูว่ากระบวนการทางกฎหมายสรุปคดีออกมาเป็นยังไง ตอนนี้ผมโดนเขาแจ้งความไว้ ก็ต้องเป็นไปตามรูปคดีก่อน ซึ่งทางตำรวจยังไม่ได้ติดต่อมาหาผม ถ้าติดต่อมาผมก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่
ถามว่าแจ้งความกลับหรือยัง ตอนนี้ยังไม่มีครับ เรารอเคลียร์ไปทีละอย่างก่อน ผมยังไม่สามารถบอกได้ ผมไม่ได้แจ้งความ ที่ผมไปคือไปเป็นพยานที่เขาโยนเคสลงมา ผมยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดในวันนี้ ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดหน้าห้อง ต้องพูดตรง ๆ ว่ามันเป็นเคสของเราด้วยที่ทางตำรวจให้เราไปเอามาเพื่อยืนยันตัวว่าเรา ไม่ได้อยู่ในห้องในขณะที่เขาโยนเคส มั่นใจในหลักฐานของตัวเองว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ผมมีหลักฐานที่เป็นคลิปเสียง และที่วิดีโอคอลคุยกับเพื่อน เพื่อนผมอัดหน้าจอไว้
รู้สึกเสียใจที่สุดที่เราใช้อารมณ์ เราทะเลาะกันการที่ฝ่ายหนึ่งพยายามคุย อีกฝ่ายใช้อารมณ์มันจบกันไม่ได้ดีๆ รู้สึกว่าถ้าเกิดมันเป็นอย่างนี้ คราวหน้าก็อาจจะเป็นเราที่หนีออกมาเลย แยกกันอยู่ไปเลย พออารมณ์เย็นค่อยกลับมาคุยกันอย่างนี้ดีกว่า สถานะตอนนี้โสดครับ ผู้หญิงก็คืออดีตแฟน
คลิปจาก วันบันเทิง oneบันเทิง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แรงมาก! แก้มบุ๋ม ฟาดผู้หญิงส่งรูปโป๊หาผู้ชาย เหม็นทะลุภาพออกมา ติดแฮชแท็กเดือด
- อดีตนางแบบดัง กับ 7 ปีที่หายไป เล่าชีวิตตอนอยู่ในเรือนจำ โดนมาเฟียรังแกเพราะหมั่นไส้
- เจนนี่ โร่ป้องตัวเอง สาวโพสต์ด่าดังแล้วลืมตัว ไม่พอใจพี่เลี้ยงสั่งห้ามโดนตัว น้องยูจิน
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
Twitter: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg