โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมณะโพธิรักษ์ เจ้าสำนัก “สันติอโศก” ผู้แหวกขนบพุทธเถรวาท

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 เม.ย. 2567 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 04.34 น.
สมณะโพธิรักษ์ (ภาพ : fb บันทึกโพธิรักษ์โพธิกิจ)

หนึ่งใน “สำนัก” แนวคิดทางพุทธศาสนาที่เรียกได้ว่าโดดเด่นในสังคมไทย คือ “สันติอโศก” ที่มี สมณะโพธิรักษ์ (5 มิถุนายน พ.ศ. 2477 ถึง 11 เมษายน พ.ศ. 2567) เป็นผู้ก่อตั้ง มีแนวทางแบบ “พุทธยูโทเปีย” ทั้งยังแหวกขนบ “พุทธเถรวาท”

หากใครจำได้ สันติอโศกเคยเข้าไปมีบทบาทด้านการเมือง โดยเฉพาะการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ต่อต้านรัฐบาล “ระบอบทักษิณ” ใน พ.ศ. 2549 รวมทั้งการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ใน พ.ศ. 2556-2557

อาสา คำภา เล่าถึง สมณะโพธิรักษ์ และ “สันติอโศก” ไว้ตอนหนึ่งในผลงานเล่มล่าสุด “ลอกคราบพุทธแท้ : ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาชนชั้นกลางไทยร่วมสมัย” (สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

ความเฟื่องฟูของสำนักแนวคิดทางพุทธศาสนาทั้ง 3 สำนัก คือสวนโมกข์ สันติอโศก และ ธรรมกาย เกิดขึ้นจากการปรับตัวให้เข้ากับชนชั้นกลางไทย ในช่วงจังหวะช่องว่างทางอุดมการณ์หลัง “ยุคการสลายมายาการ”

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหนุ่มสาวปัญญาชนฝ่ายซ้ายที่เข้าป่าค้นพบว่า อุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ไม่อาจเป็นทางเลือกที่เป็นจริงได้สำหรับสังคมไทย เห็นได้จากหนุ่มสาวบางส่วนที่เคยได้แรงบันดาลใจจากอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย ได้หันมาหาพุทธศาสนาในฐานะอุดมการณ์ทางเลือกใหม่ที่เหมาะสมกว่า

หากกล่าวให้เห็นภาพ คือ พุทธศาสนาได้กลายเป็น “ธงนำ” ของปัญญาชนชนชั้นกลางฝ่ายก้าวหน้าบางกลุ่ม หาใช่ลัทธิมาร์กซ์อีกต่อไป

สำหรับกลุ่ม “สันติอโศก” นั้น อาสากล่าวว่า ศาสนิกกลุ่มนี้คือตัวอย่างของกลุ่มปฏิรูป ที่ไม่เห็นด้วยกับพุทธศาสนากระแสหลัก กำเนิดและพัฒนาการของสันติอโศกร่วมสมัยกับบริบทของพลังคนหนุ่มสาวเดือนตุลา ที่ตั้งคำถามกับอำนาจสถาปนาต่างๆ โดยสันติอโศกมุ่งเป้าที่จะสร้าง “พุทธยูโทเปีย”

แล้วเล่าถึงจุดกำเนิดของสันติอโศกว่า ก่อตั้งโดย มงคล รักพงษ์ หรือ รัก รักพงษ์ ชายหนุ่มผู้เคยมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในวงการโทรทัศน์และดนตรี เขาเคยทำงานเป็นครูสอนศิลปะ นักแต่งเพลง ก่อนจะบวชใน “ธรรมยุติกนิกาย” ที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ. 2513 โดยได้ฉายา “โพธิรกฺขิโต” หรือ พระโพธิรักษ์

จากนั้นไม่นาน พระโพธิรักษ์ก็เปลี่ยนไปเข้า “มหานิกาย” เมื่อ พ.ศ. 2516 ที่วัดหนองกระทุ่ม จังหวัดนครปฐม เนื่องจากไม่เห็นด้วยเรื่องการแบ่งแยกนิกายของฝ่ายธรรมยุต ที่ทำให้พระสงฆ์ 2 นิกาย ไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจร่วมกันได้

พระโพธิรักษ์สร้างธรรมสถานแดนอโศก ที่จังหวัดนครปฐม ต่อมาใน พ.ศ. 2518 จึงประกาศแยกตัวจากมหาเถรสมาคม และเริ่มรับ “นักบวช” ใน พ.ศ. 2519

“สันติอโศก มีกฎเคร่งครัดแตกต่างจากสงฆ์ปกติ อาทิ ห่มจีวรสีกรัก ไม่รับการบริจาค ไม่มีพรมน้ำมนต์ ไม่มีการบูชาด้วยธูปเทียน ไม่มีพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ความแหวกขนบของชาวสันติอโศกเป็นเหตุให้สำนักนี้ถูก ‘ปกาสนียกรรม’ จากมหาเถรสมาคม กระทั่งได้รับการพิพากษาว่าไม่อาจใช้คำนำหน้าว่า ‘พระ’ ได้ ทุกวันนี้นักบวชของสันติอโศกจึงเรียกขานตนเองว่า ‘สมณะ’

“แต่แม้สันติอโศกจะเผชิญกับอำนาจทั้งฝ่ายศาสนจักรและอาณาจักรมาแล้วหลายครั้ง ทว่า พวกเขาก็ยืนหยัดได้จากความเหนียวแน่นของมวลชนฆราวาส ซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ หากแต่ก็สามารถแปรเปลี่ยนตนเองเป็นพลังสนับสนุนทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2520 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน” อาสา ระบุในหนังสือ

เขายังวิเคราะห์ด้วยว่า อาจกล่าวได้ว่า สันติอโศก ภายใต้การนำของ “สมณะโพธิรักษ์” กำเนิดขึ้นจากอารมณ์ความรู้สึกที่ต้องการ “แหวกขนบ” พุทธเถรวาทแบบไทย และหวนกลับไปสู่พุทธศาสนาที่พึงเป็นตามโลกทัศน์ชีวทัศน์ของกลุ่มตน ซึ่งเชื่อว่าจริงแท้ดีกว่า โดยยึดเอาพระธรรมวินัยเป็นฐานผ่านการตีความใหม่ของสมณะโพธิรักษ์

ความเคร่งครัดใน “ศีล” คือข้อเด่นของสันติอโศก เมื่อเปรียบเทียบกับความฟุ้งเฟ้อหย่อนยานในวินัยของพระสงฆ์ในพุทธศาสนาไทย ด้วยเหตุนี้ สำหรับชาวพุทธชนชั้นกลางไทยที่มีความคิดแบบปัญญาชน บางครั้งพวกเขาจึงมองสันติอโศกเป็นแนวร่วมเดียวกัน

นอกจากนี้ สันติอโศกยังมีความเชื่อมโยงกับนักศึกษาฝ่ายหัวก้าวหน้า ว่ากันว่าสมณะบางรูปคืออดีตนักศึกษายุค 6 ตุลาฯ ที่ได้เข้ามามีบทบาทในด้านการศึกษาของสำนักนี้

“มีข้อสังเกตว่า ในความเป็นพุทธยูโทเปีย วิถีปฏิบัติของชาวอโศกเป็นไปในทางระบบ ‘คอมมูน’ ที่พวกเขาจะดำรงชีวิตแบบไม่มีทรัพย์สินส่วนตัว สิ่งนี้อาจเป็นบุคลิก ‘ฝ่ายซ้าย’ ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ภายหลัง ‘ป่าแตก’ ไม่มากก็น้อย” อาสา วิเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

อาสา คำภา. ลอกคราบพุทธแท้: ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาชนชั้นกลางไทยร่วมสมัย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, 2567

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 เมษายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมณะโพธิรักษ์ เจ้าสำนัก “สันติอโศก” ผู้แหวกขนบพุทธเถรวาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...