โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DITTO ครึ่งปีกำไร 122 ล้าน โต 52% ลุยโปรเจกต์ 5 พันล้าน ลุ้นพ.ร.บ.ใหม่ปั๊มรายได้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ส.ค. 2565 เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 03.08 น.

DITTO โชว์ผลงานแกร่ง ไตรมาส 2 กำไร 63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกกำไร 121.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ผลจากบริษัทลูกปั๊มรายได้เพิ่มเท่าตัว รวมทั้งลุยขายผลิตภัณฑ์ใหม่ “สำนักงานอัจฉริยะ” สู่ตลาด ครึ่งปีหลังลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 5 พันล้าน พร้อมงานบริหารจัดการเอกสารดิจิทัล ในหน่วยงานรัฐ หลังร่าง พ.ร.บ. ใหม่ประกาศใช้

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/2565 DITTO และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการ 339.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.66 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 63.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.63 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อน หากรวมผลประกอบการในรอบ 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 121.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยที่ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยยังสามารถรักษาระดับการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการวางรากฐานในธุรกิจระบบบริหารจัดการเอกสาร (DMS) อีกทั้งในไตรมาส 2/2565 บริษัทเริ่มมีรายได้จากการพัฒนาและจำหน่ายระบบสำนักงานอัจฉริยะ เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการเพื่อให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารงานและการบริการภาครัฐไปสู่ระบบดิจิทัลอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายงานไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยให้บริการด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) ซึ่งเป็นการป้องกันความปลอดภัยให้แก่ข้อมูลขององค์กร โดยโครงการดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี

“ที่สำคัญ รายได้จากงานรับเหมาวิศวกรรมด้านเทคโนโลยีสำหรับโครงการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยมีบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยรับผิดชอบ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 143% จากงานโครงการใหม่ที่มีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 950 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการท้องฟ้าจำลอง โครงการพิพิธภัณฑ์ และโครงการโทรมาตร เป็นต้น” นายฐกร กล่าว

อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2/2565 บริษัทมีการขยายส่วนงานขายระบบบริหารจัดการเอกสารที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์

นายฐกร กล่าวเสริมว่า ในช่วงครึ่งปีแรก รายได้หลัก ๆ มาจากงานในมือ ( Backlog ) ที่ตุนไว้เป็นหลัก แต่ในครึ่งปีหลังจะมีรายได้จากงานที่แพลนไว้ โดยจะมีงานประมูลโครงการภาครัฐประมาณ 5,000 ล้านบาท และโครงการขนาดใหญ่ของรัฐอีกหลายโครงการที่ DITTO เตรียมเข้าร่วมประมูล ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในกลุ่ม Hard Tech ขณะเดียวกัน เมื่อปลายเดือนกรฏาคมที่ผ่านมา รัฐสภาได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นโอกาสของธุรกิจบริหารจัดการเอกสารแบบครบวงจร ในกลุ่ม Soft Tech ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก เมื่อ พ.ร.บ. ดังกล่าวประกาศใช้ จะทำให้กลุ่มนี้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามูลค่าตลาดหน่วยงานราชการกว่าหมื่นล้านบาท โดยจะทยอยเข้ามา รวมทั้ง DITTO ได้เริ่มนำผลิตภัณฑ์สำนักงานอัจฉริยะซึ่งเป็นโซลูชันใหม่ออกสู่ตลาด ขณะนี้มีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ

ส่วนในกลุ่ม Green Tech ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจใหม่มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน โดยเฉพาะโครงการระบบควบคุมระบบคัดแยกขยะ และสร้างระบบการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (Refuse Derived Fuel หรือ RDF) และปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่ง DITTO ใช้เทคโนโลยีทั้ง Hard Tech และ Soft Tech เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและจะโยงไปในเรื่องของ Carbon Credit ซึ่งเป็นธุรกิจเป้าหมายในอนาคตและตอนนี้เริ่มมีโครงการทยอยเข้ามาให้บริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

นายฐกร ยังกล่าวอีกว่าปลายเดือนส.ค.นี้ DITTO ได้รับเกียรติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมงาน Thailand Focus 2022 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง DITTO เป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทจากตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ได้รับเชิญ โดยบริษัทจะนำแผนงานธุรกิจทั้งด้าน Hard Tech, Soft Tech และ Green Tech ไปนำเสนอให้นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติ เพื่อทำความรู้จัก DITTO ว่ามีความพิเศษแตกต่างไปอย่างไร เพื่อจะได้รู้จัก DITTO มากขึ้นกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...