โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาทนายความยื่นฟ้อง วลพ. หลังมีคำวินิจฉัยให้แก้กฎการแต่งกายเท่าเทียม

TODAY

อัพเดต 07 ส.ค. 2565 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2565 เวลา 08.14 น. • workpointTODAY

สภาทนายความฟ้องคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ต่อศาลปกครอง ในกรณีคดีพิพาทกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังคณะกรรมการ วลพ. มีคำวินิจฉัยให้สภาทนายความแก้ไขกฎการแต่งกายเพื่อรองรับความหลากหลายทางเพศ

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 เว็บไซต์ศาลปกครองกลาง เผยแพร่บัญชีการฟ้องคดี ปรากฎคดีหมายเลขดำที่ 1726/2565 ของศาลปกครองกลาง งานคดีปกครอง ระบุสภาทนายความในประบรมราชูปถัมภ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ฟ้อง คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ เรื่องตามกรณีข้อพิพาทเป็นคดีเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้สื่อข่าว workpointTODAY พยายามติดต่อ ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย 2 ครั้ง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและมูลเหตุการฟ้อง ครั้งแรกนายกสภาทนายความฯ ระบุว่ายังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ ต่อมาติดต่อไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดว่ามูลเหตุการฟ้องเป็นผลมาจากเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 คณะกรรมการ วลพ. มีคำวินิจฉัยที่ 04/2565 ให้สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ หนึ่งในคำวินิจฉัยกำหนดให้ “ผู้ถูกร้องทั้งสองกำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติ อาทิ ปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับ กฎระเบียบ ประกาศ หรือแนวปฏิบัติเพื่อรับรองสิทธิของบุคคลที่มีการแสดงออกทางเพศแตกต่างจากเพศโดยกำเนิดให้สามารถแต่งกายตามเพศสภาของตนได้ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายในการเข้าอบรม ฝึกงาน การเข้าสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ หรือสอบวัดผลอื่น ๆ หรือการเข้ารับประกาศนียบัตร ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทนายความเมื่อสำเร็จการอบรม โดยให้มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ทั้งนี้ต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เป็นการจำกัดสิทธิที่เป็นการขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558” และให้มีการดำเนินการภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน ให้แล้วเสร็จหลังจากได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ซึ่งกำหนดเวลาดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันที่ 3 สิงหาคม 2565

คำวินิจฉัยดังกล่าวมาจากคำร้องของ ชิษณ์ชาภา พานิช นักกฎหมายข้ามเพศหนึ่งในผู้เข้ารอบใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ที่ร้องขอให้

  • สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ แก้ไขกฎ ประกาศ หรือระเบียบทั้งหมด จากคำว่า “ชาย” เป็น “เพศสภาพชาย” และคำว่า “หญิง” เป็น “เพศสภาพหญิง”
  • ขอให้สภาทนายความและสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความอนุญาตให้บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศมีสิทธิแต่งกายเข้าสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ สอบวัดผลอื่นๆ หรือเข้ารับประกาศนียบัตร ตามอัตลักษณ์ทางเพศของตนได้ โดยต้องแต่งกายในลักษณะสุภาพเรียบร้อย และขอให้เจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานปฏิบัติต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศโดยเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ก่อนคำวินิจฉัยออกในวันที่ 27 เมษายน 2565 ชิษณ์ชาภาต้องเข้าสอบขอใบอนุญาตให้เป็นทนายความ ภาคทฤษฎี ในวันที่ 26 ธันวาคม 2564 เจ้าหน้าที่คุมสอบระบุว่า เธอแต่งกายผิดระเบียบคุมสอบและขอให้เธอเซ็นใบรับทราบว่าแต่งกายผิดระเบียบระหว่างการสอบ ทั้งนี้เธอผ่านการสอบในครั้งนั้นและกำลังจะเข้าสู่การสอบ ภาคปฏิบัติ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2565

“ถ้ากฎยังไม่แก้ การแต่งหญิงของเราก็ย่อมเป็นการผิดระเบียบอยู่ซึ่งย่อมเป็นการเปิดช่องให้กรรมการใช้ดุลพินิจลงโทษให้ออกจากห้องสอบหรือถูกตัดคะแนนข้อสอบ หรือไม่ก็โดนทักท้วงในระหว่างทำข้อสอบเพื่อให้เซ็นรับทราบว่าใส่กระโปรงเข้าสอบ ผิดระเบียบ ท่ามกลางผู้เข้าสอบอื่น ๆ ทำให้อับอาย ได้อยู่” ชิษณ์ชาภา ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว workpointTODAY

คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติกับความท้าทายเพื่อสร้างความเท่าเทียม

คณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ อยู่ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สพท.) ก่อตั้งโดยอาศัยอำนาจกฎหมายพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 มีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาที่มีการยื่นคำร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ กำหนดมาตรฐานชั่วคราวก่อนมีคำวินิจฉัยเพื่อคุ้มครองหรือบรรเทาทุกข์ ออกคำสั่ง ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

รายงานล่าสุดที่จัดทำในปี 2563

ชี้ว่ามีการรับคำร้องในตลอด 5 ปีหลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายจำนวน 27 คำร้อง ผู้ร้องส่วนใหญ่เป็นหญิงข้ามเพศ ตามมาด้วยหญิงตามเพศกำเนิดและชายข้ามเพศ ไม่มีผู้ร้องเป็นเพศชาย

อย่างไรก็ดี การบังคับใช้กฎหมายไม่ราบรื่นเสมอไป ที่ผ่านมาเกิดกรณีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครอง มีกรณีพิพาทที่ขึ้นสู่ศาลปกครองอย่างน้อย 5 คดี ในกรณีคดีเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผู้ฟ้องได้แก่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ตามปรากฎในเว็บไซต์ศาลปกครอง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสภากาชาด

ในเดือนกันยายน 2565 นี้ศาลปกครองสูงสุดจะมีการอ่านคำพิพากษาระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ หลังมีการอุทธรณ๋ไปยังศาลปกครองสูงสุดและรับคำฟ้องเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...