โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รวมความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ 'มะเร็งปากมดลูก' VS ข้อเท็จจริง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"มะเร็งปากมดลูก" เป็นหนึ่งในโรงมะเร็งนรีเวชอันดับต้น ๆ ที่พบได้บ่อย และยังเกิดได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เพราะเป็นมะเร็งที่มีปัจจัยการเกิดแตกต่างจากมะเร็งอื่น ๆ ทำให้หลายคนเข้าใจผิด หรือมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง

หลายคนขาดความรู้เกี่ยวกับลักษณะของการติดเชื้อ HPV หลายคนไม่ทราบเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงหรือวิธีการป้องกัน เช่น วัคซีน HPV ข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับผู้ที่สามารถติดเชื้อ HPV โดยพิจารณาจากอายุ เพศ จำนวนคู่รัก หรือสถานะความสัมพันธ์ มักถูกกล่าวอ้างว่าเป็นความจริง ความเข้าใจของประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจคัดกรอง HPV และความหมายของผลการตรวจนั้นไม่ดีนัก ผู้หญิงส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาสามารถส่งต่อผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกได้หลังจากการฉีดวัคซีน HPV แล้ว ในความเป็นจริงแล้ว พวกเธอควรได้รับ การตรวจคัดกรอง HPV เพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

มะเร็งปากมดลูก 'HPV The Toilab' ตรวจรู้ก่อนเป็นโรค-ป้องกัน-รักษาหาย

CAR-T Cell ‘Made in Thailand’ รักษามะเร็ง ลดมูลค่านำเข้าได้ 10 เท่า

มะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ไม่ใช่กรรมพันธุ์

พญ. อสมา วาณิชตันติกุล สูตินรีแพทย์ผู้ชำนาณการด้านมะเร็งวิทยานรีเวช โรงพยาบาลเมดพาร์ค อธิบายว่าแม้ว่ามะเร็งส่วนใหญ่ มีเรื่องของพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกได้ แต่สาเหตุของ มะเร็งปากมดลูก นั้นเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma virus) ในอัตราถึง 99 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก จึงไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม

  • ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เท่ากับไม่เสี่ยงมะเร็งปากมดลูก

ยังมีหลายคนเข้าใจว่า การไม่มีเพศสัมพันธ์ จะไม่มีทางเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งคุณหมออสมาได้อธิบายไว้ว่า ‘เพศสัมพันธ์เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปากมดลูก ในรายที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ ก็ยังมีโอกาสเป็นได้อยู่’

เพราะแม้ถึงไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ในทุก ๆ ครั้งที่มีการรุกล้ำช่องคลอด ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อ HPV ได้ เช่น การใช้เซ็กส์ทอย การใช้นิ้วสอดใส่ หากดูแลเรื่องความสะอาดได้ไม่ดี ก็อาจติดเชื้อ และก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ แต่โชคดีที่ไวรัสชนิดนี้สามารถป้องกันได้ เพียงแต่ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ก็จะลดโอกาสการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว

ผู้ชายไม่มีปากมดลูก ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า เชื้อไวรัส HPV ไม่ได้ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้เพียงอย่างเดียว ดังนั้น ผู้ชายที่ไม่มีปากมดลูก ก็อาจติดเชื้อและเป็นโรคอื่น ๆ ได้ ปัจจุบัน ยังไม่มีการตรวจหาเชื้อ HPV ในผู้ชายที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา จึงยังไม่มีการตรวจคัดกรองที่เป็นมาตรฐานอย่างการตรวจหาเชื้อ HPV ในผู้หญิง แต่หากคุณผู้ชายสังเกตเห็นหูดตามร่างกาย รวมถึงบริเวณอวัยวะเพศและถุงอัณฑะ อาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อ HPV จึงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม และในบางราย แพทย์อาจทำการตรวจแปปสเมียร์ของทวารหนักเพื่อคัดกรองหาสัญญาณก่อนเป็นมะเร็งและมะเร็งทวารหนัก

นอกจากมะเร็งปากมดลูกแล้ว เชื้อ HPV ยังเป็นสาเหตุของการเกิด หูดหงอนไก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งในช่องปากและคอ หรือมะเร็งในองคชาตได้ การฉีดวัคซีนสามารถป้องกันการนำพาเชื้อจากผู้ชายมาสู่ผู้หญิงได้อีกด้วย จึงแนะนำให้ทุกเพศ รวมไปถึง LGBTQ+ ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัส HPV

โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ หรือช่วงอายุ 11-12 ปี ตามคำแนะนำทั่วไป ซึ่งหากเป็นเด็ก (อายุ 9-14 ปี) จะต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม หากโตขึ้นมาหน่อย (อายุ 15 ปีขึ้นไป) จะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ซึ่งจะสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไปได้ยาวนาน

ติดเชื้อ ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้

ดร. เจฟฟรีย์ คูลแมน ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสและหัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของ AdventHealth อธิบายว่าในแต่ละปี มีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งปากมดลูกประมาณ 14,000 คนและเสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 4,000 คน เรากำลังแก้ไขความเข้าใจผิดทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก และส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ารับการตรวจคัดกรอง

ความเชื่อผิดๆ: การติดเชื้อไม่สามารถทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้

ข้อเท็จจริง:มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งหลายชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตบางชนิด โดยไวรัสฮิวแมนแพปิลโลมา (HPV) เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่

ความเชื่อผิดๆ: วัคซีนไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้

ข้อเท็จจริง:วัคซีน HPV ป้องกันเชื้อ HPV ชนิดที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ HPV สามารถก่อให้เกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากมะเร็งปากมดลูกได้ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ด้วยเหตุนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) จึงแนะนำให้เด็กได้รับวัคซีน HPV เข็มแรกเมื่ออายุระหว่าง 11-12 ปี และเข็มที่สองหลังจากนั้นหกเดือน

ความเชื่อผิดๆ: คุณไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจนกว่าจะอายุ 40 ปี

ข้อเท็จจริง:ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นประจำตั้งแต่อายุ 21 ปี (หรือเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์) การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสามารถทำได้โดยการตรวจแปปสเมียร์ (หรือที่เรียกว่า Pap smear) นอกจากนี้ แพทย์ของคุณยังสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจ HPV ได้อีกด้วย

ความเชื่อผิดๆ: มะเร็งปากมดลูกทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

ข้อเท็จจริง:มะเร็งปากมดลูกไม่ได้ทำให้ประจำเดือนขาด หนึ่งในอาการแรกเริ่มของมะเร็งปากมดลูกคือ เลือดออกทางช่องคลอดถี่ขึ้น ปริมาณมากขึ้น หรือนานขึ้น อาการของมะเร็งปากมดลูกระยะที่ 1 ได้แก่:

  • ประจำเดือนมามากกว่าปกติหรือนานกว่าปกติ
  • เลือดออกทางช่องคลอดระหว่างรอบเดือน หลังมีเพศสัมพันธ์ หรือหลังหมดประจำเดือน
  • ตกขาวที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์

ความเชื่อผิดๆ: มะเร็งปากมดลูกทำให้แท้งบุตร

ข้อเท็จจริง:เนื่องจากตำแหน่งของมะเร็งปากมดลูก จึงเป็นเรื่องปกติที่จะสงสัยว่า มะเร็งปากมดลูกจะทำให้แท้งบุตรได้หรือไม่? หากคุณตั้งครรภ์และเป็นมะเร็งปากมดลูก โปรดทราบว่ามะเร็งชนิดนี้แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ของคุณเลย อย่างไรก็ตาม การรักษามะเร็งอาจส่งผลกระทบต่อทารกได้ มะเร็งปากมดลูกไม่ควรทำให้แท้งบุตร แต่ขั้นตอนหรือการรักษาเพื่อรักษามะเร็งอาจทำให้เกิดการแท้งบุตรได้

ความเชื่อผิดๆ: อาการของมะเร็งปากมดลูกสังเกตได้ง่าย

ความจริง:สัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งปากมดลูกมักไม่รุนแรง และแม้ว่าผู้หญิงจะพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของรอบเดือน พวกเธอก็มักจะไม่รู้ว่านั่นคือสัญญาณของมะเร็งปากมดลูก

น่าเสียดายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งปากมดลูกจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญมาก

ปกป้องตัวเองจากมะเร็งปากมดลูก

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ครอบครัวของคุณไม่เป็นมะเร็งปากมดลูก (หรือมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อ HPV) ในอนาคต คือการฉีดวัคซีนให้บุตรหลานตามแนวทางของ CDC

การดูแลสุขภาพด้วยการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีและการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นระยะๆ ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกัน เพื่อตรวจพบสัญญาณของมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่เนิ่นๆ

อ้างอิง: โรงพยาบาลเมดพาร์ค, AdventHealth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...