โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์ปี’69 อาหารอนาคต 8 กลุ่มมาแรงรับ ‘สูงวัย-สุขภาพ’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 02.26 น.

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งประเด็นสงครามการค้า การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงมาตรการสิ่งแวดล้อมที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยเองก็กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ ไม่ว่ากำลังเดินเข้าสู่การเลือกตั้งในปี 2569 ไปสู่การเป็นกลไกการเสริมสร้างความสามารถแข่งขันให้กับประเทศไทย และให้เศรษฐกิจประเทศเติบโตได้หรือไม่

จากมุมมองของภาคเอกชน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกรรมการ บริษัท มหาบูรพาผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ระบุว่า สิ่งที่เอกชนต้องการเห็นภาพการเมืองยุคใหม่ ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเสถียรภาพเชิงอำนาจ แต่ต้องเป็นเสถียรภาพเชิงนโยบาย ที่สามารถคาดการณ์ได้ในระยะยาว เพราะการตัดสินใจลงทุนในยุคปัจจุบัน ต้องอาศัยกรอบนโยบายที่มีความแน่นอนต่อเนื่อง 5-10 ปี หากทิศทางประเทศเปลี่ยนตามแรงเสียดทานทางการเมือง นักลงทุนย่อมเลือกย้ายฐานไปประเทศที่มีความแน่นอนมากกว่า

จี้การเมืองเปลี่ยน ไม่งั้นไทยแย่

โจทย์สำคัญลำดับแรก คือ การเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจาก “การกระตุ้นระยะสั้น” สู่ “การเพิ่มผลิตภาพระยะยาว” ประเทศไทยยังพึ่งพามาตรการเชิงบริโภค การอุดหนุน และการแจกเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจเป็นหลักภายใต้ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา แต่ในช่วงเวลาต่อไป ต้องมีมาตรการใหม่เพื่ออนาคต หากการเมืองยังไม่กล้าเปลี่ยนโครงสร้าง ประเทศจะติดกับดักการเติบโตต่ำอย่างถาวร

ลำดับถัดมา คือ การปฏิรูประบบราชการให้เป็น “โครงสร้างสนับสนุนการแข่งขัน” แทนที่จะเป็น “ต้นทุนแฝงของระบบเศรษฐกิจ” ทุกวันนี้การลงทุนหนึ่งโครงการต้องเผชิญขั้นตอนการขออนุญาตที่ซ้ำซ้อนจากหลายหน่วยงาน ขณะที่ประเทศคู่แข่งใช้ระบบดิจิทัลแบบ Single Submission เชื่อมโยงทุกหน่วยงานในครั้งเดียว หากไทยยังไม่เร่งผลักดัน One Stop Service เชิงดิจิทัลอย่างแท้จริง เรากำลังเสียเปรียบเชิงโครงสร้างโดยไม่รู้ตัว

อีกเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การเมืองต้องเข้าใจกติกาเศรษฐกิจโลกใหม่ โดยเฉพาะเรื่องคาร์บอนและสิ่งแวดล้อม สินค้าเกษตร อาหาร และอุตสาหกรรมของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า

หากรัฐไม่มีนโยบายรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง ผู้ประกอบการไทยจะถูกผลักออกจากตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คอร์รัปชั่นต้องถูกยกระดับเป็น “ปัญหาความสามารถแข่งขันของชาติ” ไม่ใช่เพียงปัญหาทางศีลธรรม ทุกขั้นตอนที่ไม่โปร่งใส คือภาระต้นทุนที่ถูกผลักไปยังผู้ประกอบการและประชาชน การเมืองที่ไม่สามารถสกัดคอร์รัปชั่นเชิงโครงสร้างได้ เท่ากับกำลังทำให้ประเทศแพ้การแข่งขันตั้งแต่ต้นทาง

สุดท้าย การเมืองยุคใหม่ต้องเลิกผูกขาดการออกแบบประเทศไว้เฉพาะในสนามการเมือง ภาคเอกชน คนรุ่นใหม่ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต้องถูกดึงเข้ามาเป็น “หุ้นส่วนเชิงนโยบาย” อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงผู้ให้ความเห็นเป็นครั้งคราว ภาคเอกชนไทยไม่ได้ต้องการการเมืองที่หวือหวาด้วยวาทกรรม แต่ต้องการการเมืองที่กล้าตัดสินใจเชิงโครงสร้าง มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และเข้าใจกลไกการแข่งขันของโลกยุคใหม่ เพราะหากการเมืองยังเดินช้ากว่าเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะไม่เพียง “โตต่ำ” แต่จะ “ถูกลดบทบาท” ลงจากเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างถาวร

ปี’69 อาหารอนาคตมาแรง

นอกจากนี้ ในปี 2569 เทรนด์กลุ่มอาหารอนาคต เป็นอีกปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก และประเทศไทยเองก็กำลังอยู่ในช่วงขับเคลื่อนเข้าสู่ยุค “อาหารแห่งอนาคต” (Future Food) อย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์ว่า กลุ่มอาหารอนาคตยังเติบโตเฉลี่ยราว 5-8% ในปี 2569 ในส่วนของเทรนด์อาหาร แบ่งเป็น 8 ข้อใหญ่ ดังนี้

1.Health & Wellness อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยดูแลระบบลำไส้ (Gut Health) และภูมิคุ้มกัน (Immunity) เช่น โยเกิร์ตที่มีโพรไบโอติก น้ำหมักผลไม้ หรือเครื่องดื่มเสริมไฟเบอร์สูง แนวโน้มของอาหารพลังงานต่ำ โปรตีนสูง และไขมันต่ำ นอกจากนี้ โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein) ผู้ผลิตพัฒนาเนื้อจากพืชหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น โปรตีนจากถั่วเหลือง ข้าว หรือเห็ดสายพันธุ์ไทยเป็นวัตถุดิบ เพื่อสร้างรสสัมผัสใกล้เคียงเนื้อจริงและตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค

2.Flavor & Experience – กินเพื่อประสบการณ์ เทรนด์ Fusion และรสชาติแบบ Umami กลายเป็นแรงบันดาลใจในวงการอาหาร เช่น คาเฟ่ไทยที่สร้างสรรค์เมนู ข้าวกะเพราเต้าหู้ญี่ปุ่นหรือลาเต้สมุนไพรไทย ที่นำสมุนไพรพื้นบ้านมาผสมผสานกับเครื่องดื่มตะวันตก รวมไปถึงการเริ่มเห็นการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ที่มีความแตกต่างกันมาก เช่น ไอติม Guss Damn Good กับซอส Rosa หรือการใช้ Branding ของตัวเองเพื่อต่อยอด อย่างเช่น ร้านอาหารโอ้กะจู๋ กับสายการบินไทย ร่วมกันสร้างสินค้าใหม่ที่มีความจำเพาะ แปลกใหม่ และความหลากหลายทางรสชาติมากยิ่งขึ้น

3.Food Safety, Security, Sustainability & Transparency ความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมอาหาร ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับวัตถุดิบท้องถิ่น การลด Food Waste และบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ อีกทั้งยังต้องการรู้ “แหล่งที่มา” ของอาหารผ่านระบบ Traceability เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น รวมถึงเรื่องของ Carbon Footprint ที่ยังคงต้องอาศัยการติดตามกฎหมายเพิ่มเติม อาหารกลุ่ม Organic Food ยังเป็นอีกหนึ่ง Challenge ของประเทศไทย จากเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ ทำให้กลุ่มผู้บริโภคจากต่างประเทศสนใจกลุ่ม Organic ของไทยมากยิ่งขึ้น

4.Convenience & Snacking สะดวกและดีต่อสุขภาพ ชีวิตเมืองที่เร่งรีบผลักดันตลาด Ready-to-Eat และ All-Day Snacking ให้เติบโตต่อเนื่อง อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่มพลังงานต่ำ และสแน็กสุขภาพ เช่น บาร์โปรตีนหรือกราโนล่าไร้น้ำตาล กลายเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์คนทำงานและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกโดยไม่ละทิ้งสุขภาพ

5.Food Innovation – นวัตกรรมเปลี่ยนโลกอาหาร ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว การพัฒนาอาหารสำหรับผู้สูงอายุ จึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไทยต้องพัฒนา เช่น CPRAM ได้พัฒนาอาหารผู้สูงอายุใน Concept เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ได้คุณค่า Low Sodium และ High Protien ในขณะที่ Betagro มีการพัฒนาจากการคิดตามระดับความสามารถในการเคี้ยว เช่น อาหารที่สามารถใช้เหงือกบดกิน หรืออาหารที่สามารถกลืนได้ทันที

6.Trade & Tariffs ไทยได้ขยายโอกาสทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยลดภาษีนำเข้าสินค้าบางรายการลงเหลือ 0% เช่น วัตถุดิบเกษตรบางชนิด รวมถึงข้าวโพดและถั่วเหลือง การใช้กติกา Regional Value Content (RVC) ยังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไทยใช้วัตถุดิบจากประเทศในภูมิภาคมารวมคำนวณต้นทุน เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในตลาดโลก

7.Less Processed Food จากกระแสตระหนักรู้เรื่อง Ultra-Processed Food ผู้บริโภคหันมาสนใจอาหารที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด เช่น อาหารต้ม นึ่ง ย่าง หรือแช่แข็งทันทีหลังเก็บเกี่ยว เน้นคงคุณค่าทางโภชนาการสูงสุดและปลอดสารปรุงแต่ง

8.Religious & Ethical Eating เทรนด์อาหารตามศาสนา เช่น อาหารเจ มังสวิรัติ ฮาลาล และโคเชอร์ ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งจากความเชื่อทางศาสนาและแนวคิด “กินอย่างมีจริยธรรม” (Ethical Eating)

อย่างไรก็ดี ในปี 2569 ประเทศไทยยังต้องจับตาหลายปัจจัย ที่กระทบต่อการส่งออกในทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐ ที่ปรับขึ้นเฉลี่ยราว 19% ตลอดทั้งปี รวมถึงภาษีนำเข้ารายสินค้า และยังมีความเสี่ยงที่มาตรการภาษีอาจขยายไปครอบคลุมกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของประเทศ

ขณะเดียวกัน องค์การการค้าโลก (WTO) คาดว่าปริมาณการค้าโลกในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปี 2568 สะท้อนภาพอุปสงค์โลกที่อ่อนแรงลง ส่งผลให้การส่งออกไทย มีแนวโน้มพลิกกลับมาหดตัวถึง -1.8% หลังจากขยายตัวสูงเกินคาดในปี 2568 ที่ผ่านมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทรนด์ปี’69 อาหารอนาคต 8 กลุ่มมาแรงรับ ‘สูงวัย-สุขภาพ’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...