โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

CEO ‘ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์’ วางกลยุทธ์สิงห์...สร้างคุณค่าให้ชีวิตในทุกมิติ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 05.54 น.
ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์

1 กรกฎาคม 2561 เช็กอินทำงานที่ออฟฟิศ สิงห์ เอสเตท หลังจากนั้นใช้เวลา 7 ปี “กอล์ฟ-ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธุ์” บอกว่าทำกับสิงห์ เอสเตท เกินครึ่งชีวิตขององค์กร เพราะสิงห์อสังหาริมทรัพย์เพิ่งก่อตั้งได้ 11 ปีเท่านั้น จนกระทั่งก้าวสู่ตำแหน่ง CEO-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

อาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ เพราะชัยรัตน์น่าจะเป็น CEO คนที่ 3 ที่มาจากเก้าอี้ “CFO-ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน” ขององค์กรมาก่อน เรื่องใหม่ถูกจัดระเบียบนำเสนอวิสัยทัศน์บริหารจัดการองค์กร ผ่าน 4 แกนหลักที่เข้าใจง่าย พอร์ตรายได้ที่มี 4 ธุรกิจหลัก แม้ว่าแต่ละ BU ทำรายได้กระจุบกระจิบ แต่เมื่อนำมามัดรวมกันมูลค่าทรัพย์สินปาเข้าไป 70,000 ล้านบาท

ล่าสุด อยู่ระหว่างวางเค้าโครงแผนธุรกิจ 3 ปีหน้า ภาพใหญ่การลงทุนไม่ได้เพิ่มบทบาทโครงการที่อยู่อาศัย น้ำหนักยังวางไปที่ธุรกิจโรงแรมกับออฟฟิศบิลดิ้ง โดยแสวงโอกาสลงทุนภาคอุตสาหกรรม จุดเน้นอยู่ที่เปิดกว้างต้อนรับพันธมิตรร่วมทุนทุกรูปแบบที่ DNA ในการทำธุรกิจเข้ากันได้ รวมทั้งปี 2569 ไม่เน้นการสร้างรายได้เติบโต หันไปชูการทำกำไรเป็นพระเอก

4 พอร์ตธุรกิจ…ดูแลกันและกัน

โดย “ชัยรัตน์” ประกาศทิศทางการเติบโตภายใต้ยุทธศาสตร์ “A Stable Foundation Drives Sustainable Growth” นำเสนอกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร Enriching (Your) Life…การสร้างคุณค่าให้ชีวิต ผ่าน 4 แกนหลัก ภายใต้รหัสย่อ 4S เพื่อสร้างสมดุลให้ธุรกิจ และมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “Stability-Strength-Synergy-Sincerity”

เริ่มจาก“1.Stability แกนการบริหารธุรกิจ” สิงห์แบ่งพอร์ตโฟลิโอเป็น 4 ธุรกิจหลัก แต่นิยามรายได้เป็น 2 ประเภท คือ การลงทุนที่มีรายได้ประจำ (Recurring Income) ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม กับอาคารสำนักงานหรือออฟฟิศบิลดิ้ง และการลงทุนที่มีรายได้ไม่ประจำ (Nonrecurring Income) ได้แก่ ธุรกิจที่อยู่อาศัยหรือโครงการบ้านและคอนโดมิเนียม กับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม

หลักคิดอยู่ที่ทั้ง 4 ธุรกิจหลัก เมื่อใดก็ตามที่เป็นขาขึ้นในจังหวะภาวะเศรษฐกิจแต่ละช่วง จะต้องตระหนักรู้และรับบทบาทนำในการสร้างรายได้ให้กับองค์กร ประมาณว่าดูแลกันและกัน ยกตัวอย่าง ปี 2568 ภาคอสังหาริมทรัพย์ดรอปอย่างเห็นชัด ตัวชูโรงเป็นภาคท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เข้าเป้า 40 ล้านคน แต่ก็ยังเป็นพอร์ตธุรกิจสร้างรายได้หลักอยู่ จุดเน้นจึงเป็นธุรกิจโรงแรมโดยอัตโนมัติ เป็นต้น

วกกลับมาดูข้อมูลตัวเลขแบบรัว ๆ อัพเดต ณ ไตรมาส 3/68 “รายได้น็อนรีเคอริ่ง” ซึ่งก็คือบ้าน-คอนโดฯ มี 10 โครงการแอ็กทีฟ มูลค่ารวม 29,571 ล้านบาท สัดส่วนรายได้ 20% กับนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ขนาด 1,000 ไร่ มูลค่า 3,813 ล้านบาท รายได้สัดส่วน 3%

ขณะที่พอร์ตใหญ่อยู่ที่“รายได้รีเคอริ่ง” ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม 33 แห่งทั่วโลก รวมเกาะในฝันมัลดีฟส์ด้วย จำนวน 4,033 คีย์ แต่คิดเป็นรายได้มากถึง 69% กับออฟฟิศบิลดิ้งอีก 5 แห่ง พื้นที่เช่ารวม 191,640 ตารางเมตร สร้างรายได้สัดส่วน 8% ของรายได้รวม

ภาพสรุปแกนธุรกิจจึงออกมาเป็นรายได้รีเคอริ่ง 80% และน็อนรีเคอริ่ง 20% แนวโน้มดูเหมือนจะยังเป็นภาพหลักในอีก 2-3 ปีหน้า

บาลานซ์ “สินเชื่อ-หุ้นกู้”

“2.Strength แกนการบริหารการเงิน” ต้องบอกเลยว่าเป็นจุดแข็งของ CEO ชัยรัตน์ ที่เป็น Key Person อยู่เบื้องหลังดีลระดมทุนให้กับองค์กร จัดสมดุลออกมาเป็นแหล่งเงินกู้จากธนาคารพันธมิตร 4 รายหลัก บวกกันพันธมิตรสถาบันการเงินเชิงกลยุทธ์ที่เป็นแบงก์ขนาดกลาง รวมกันเป็น 10 ราย สัดส่วน 80%

ที่เหลือเป็นการออกหุ้นกู้อีก 20% โดยมีความสามารถในการระดมทุนเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท ณ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้เฉลี่ยที่ 5% บวกลบ

โฟกัสการออกหุ้นกู้ สิงห์ เอสเตท เพิ่งระดมเงินผ่านหุ้นกู้ได้ 4 ปี สามารถระดมทุนได้แล้ว 10,000 กว่าล้านบาท โดยมี 3 ปัจจัยคำนึง คือ 1.จำนวนเงินที่ออกจำหน่ายต้องมีความเหมาะสม สร้างความน่าเชื่อถือในการชำระคืน 2.อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดมีความเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ผู้ถือหน่วยได้รับ และเหมาะสมกับสภาวะตลาด และ 3.การรักษาช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย เพื่อเข้าถึงทั้งลูกค้าธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์

“เศรษฐกิจภาพรวมมีปัจจัยท้าทายและกดดันมาก แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา สิงห์ได้รับความไว้วางใจจากทั้งธนาคารและนักลงทุนในหุ้นกู้ เพราะเรามีระเบียบวินัยทางการเงิน และการบริหารความสัมพันธ์ที่หลากหลายกับผู้ให้เงินทุน มีบทพิสูจน์แล้วจากการที่เราสามารถระดมทุนทั้งเงินกู้และหุ้นกู้ในสถานการณ์โควิด”

กลยุทธ์ทางการเงิน ต้องการลดบทบาทการขอสินเชื่อธนาคารลงเหลือสัดส่วน 70% หันมาเพิ่มบทบาทระดมทุนผ่านหุ้นกู้เป็น 30%

เขย่าแผน HR สู่องค์กรคนรุ่นใหม่

“3.Synergy แกนการบริหารคน” ภารกิจเรื่องนี้ท้าทายเป็นอย่างมาก หากวางตัวตั้งด้านบุคลากรปัจจุบันมีพนักงาน 321 คน ทอนออกมาเป็นมูลค่าทรัพย์สินปัจจุบันที่ 70,000 ล้านบาท ความยั่งยืนและความสามารถในการเติบโตจะฝากไว้ที่ใคร ?

ข้อมูลพื้นฐานพบว่า สัดส่วนคร่าว ๆ “ครึ่ง/ครึ่ง” กินตำแหน่งผู้จัดการ สัดส่วน 42% ผู้บริหารระดับ VP 9% และพนักงานทั่วไป 49%

ข้อมูลเร้าใจยิ่งกว่า เมื่อแบ่งตามอายุตัวพบว่า จำนวนมากสุดคือพนักงาน เจน Y สัดส่วน 48.6%, เจน X 36.8% และเจน Z 13% มุมมองของ CEO ชัยรัตน์ คนเจน Y+Z รวมกันคือประชากรส่วนใหญ่ขององค์กรอยู่ที่ 61.6% ตีโจทย์ใหญ่ออกมาเป็น 3 ด้วยกัน

คือ 1.ทำอย่างไรให้พนักงานใน Generation ใหม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผน กำหนดทิศทาง และดำเนินธุรกิจของบริษัท และ 2.ทำอย่างไรให้รูปร่างของโครงสร้างองค์กรปรับเปลี่ยนเป็นทรงพีระมิด คือให้โอกาสพนักงานที่มีประสบการณ์ได้เติบโตขึ้นมาเป็นหัวหน้างาน ในขณะเดียวกันองค์กรก็เติมคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงาน

อธิบายง่าย ๆ Shape ของแคเรียร์พาร์ทในองค์กร ระดับผู้จัดการและใกล้เคียง 42% บวกกับ VP อีก 9% หมายความว่าคนครึ่งหนึ่งครองเก้าอี้ผู้จัดการ ทำให้ Shape ของโอกาสก้าวหน้าเป็นรูปทรงกระบอก สิ่งที่กำลังระดมสมองอย่างหนักคือ จะบริหารจัดการอย่างไรให้แคเรียร์พาร์ทในองค์กรสร้างโอกาสการเติบโตให้กับคนรุ่นใหม่ ๆ ได้ด้วย หรือปรับเปลี่ยนให้มี Shape เป็นรูปทรงพีระมิดมากขึ้น

“สิงห์ เอสเตท ไม่ได้โฟกัสตีตลาด 1 แสนล้านบาท ให้ลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของเรา หากแต่อยู่ที่ว่าเราสามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายระดับลักเซอรี่-ซูเปอร์ลักเซอรี่ 40-50 คนในแต่ละโครงการได้หรือไม่ ดังนั้น ไอเดียจากคนรุ่นใหม่จึงมีส่วนสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว หน้าที่ของบริษัท คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนกลุ่มนี้กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงความคิดเห็น”

คีย์เวิร์ดอยู่ที่“…การปรับเปลี่ยนจากการเติบโตในองค์กรจากรูปทรงกระบอกเป็นรูปทรงพีระมิด อาจไม่เห็นผลสำเร็จในระยะสั้น แต่มีความจำเป็นในระยะยาว หากเราต้องการสร้างฐานบุคลากรคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 60% ของบริษัทให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน”

“Sincerity” พลิกมุมคิด ESG

และ “4.Sincerity แกนการบริหารจัดการความยั่งยืน” สิ่งที่สิงห์ เอสเตท ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ ESG คือการขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการเติบโต

ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลได้จริง ไม่มุ่งเน้นการทำกิจกรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ เพราะหากเป็นกิจกรรมที่ทำเพื่อการสร้างภาพลักษณ์ ในมุมธุรกิจเรียกว่าค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคม ในมุมธุรกิจเรียกว่า การสร้างรากฐานที่มั่นคง โมเดลนี้เรียกว่า Proactive Governance

คลาสสิกเคสในมุม ESG ของสิงห์ เอสเตท เหตุเกิด ณ โครงการครอสโรดส์ ที่ได้รับสัมปทานพื้นที่เกาะในประเทศมัลดีฟส์ ลงทุนสร้างโรงแรม SAii Lagoon Maldives, Hard Rock Hotel Maldives และ SO/Maldives เพียงแค่คิดนอกกรอบแทนที่จะใช้เงินไปกับการสปอนเซอร์กลุ่มอนุรักษ์หลากรูปแบบ สิงห์ เอสเตท เลือกใช้วิธีการนำไปจ้างจ้างนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล (Marine Scientist) ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นพนักงานประจำบริษัท และมีทีม SD (Sustainable Development) ที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเลโดยเฉพาะ

“โรงแรมที่มัลดีฟส์ เราต้องการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างรอบคอบ พบว่าพื้นที่สัมปทานมีฝูงโลมาประจำถิ่น ที่โลมาใช้ทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งเจริญพันธุ์ รวมทั้งเต่าทะเล เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการก่อสร้างโครงการที่จะต้องไม่ไปรบกวนพวกเขาเหล่านั้น ผลลัพธ์ ปัจจุบันมีฝูงโลมาขนาดที่แตกต่างกัน บ่งบอกว่าเป็นโลมารุ่นพ่อแม่-ลูก กระโดดน้ำอวดแขกนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ได้เก็บภาพประทับใจแบบใกล้ชิด”

อีกสักตัวอย่างจากการขับเคลื่อนโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” จับจองพื้นที่โครงการสิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการปลูกป่าเพิ่มพื้นที่ดูดซับคาร์บอนบนพื้นที่ 1,000,000 ตารางเมตร หรือ 625 ไร่ มองเป็นกิจกรรมปลูกป่าทั่วไปก็จะกลายเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR แต่การปลูกป่าของเรา เน้นการใช้ไม้พันธุ์ถิ่น เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดของต้นไม้ที่ปลูก เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

กลยุทธ์ ESG แบบมีชั้นเชิงถูกต่อยอดมาสู่การริเริ่มโครงการ “Green Button” เปิดโอกาสให้แขกผู้เข้าพักโรงแรมในเครือ “SAii Hotels & Resorts” ได้แก่ SAii Laguna Phuket, SAii Phi Phi Island Village, SAii Koh Samui Villa และ SAii Lagoon Maldives มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

วิธีการกดปุ่ม Green Button ในแอปพลิเคชั่น เพื่อเลือกที่จะไม่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนในแต่ละวัน ช่วยลดการใช้น้ำ พลังงาน และสารเคมีจากกระบวนการซักรีดได้อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทประหยัดเม็ดเงินในส่วนนี้ แต่จะถูกนำมาใช้จ่ายสนับสนุนการปลูกป่าในโครงการ “ปลูกป่าด้วยปลายนิ้ว” ซึ่งเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมให้ผู้เข้าพักเกิดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ที่เกี่ยวโยงกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามเทรนด์ของการท่องเที่ยวปัจจุบัน

“ทั้ง 4 แกนหลักขับเคลื่อนเพื่อการสร้างรากฐานที่มั่นคง การเติบโตของธุรกิจที่ยึดมั่นในความสมดุลของพอร์ตโฟลิโอ สมดุลของแหล่งเงินทุน สมดุลของการเติบโตของบุคลากร รวมถึงสมดุลของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของบริษัท ให้รองรับแรงเสียดทานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน”

บรรทัดสุดท้ายของแผนธุรกิจ มีเป้าหมายเพื่อให้ สิงห์ เอสเตท ได้ตอบแทนไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนของบริษัท และได้ “สร้างคุณค่าให้ชีวิตของคุณ” ตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CEO ‘ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์’ วางกลยุทธ์สิงห์…สร้างคุณค่าให้ชีวิตในทุกมิติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...