โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” กดดัน เฟด รายวัน เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ Stagflation ซ้ำรอยยุค 1970s

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 17.18 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2568 เวลา 10.18 น.

แรงกดดันจาก "ทรัมป์" ต่อ เฟด อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดีเพียงระยะสั้น แต่เสี่ยงจบด้วยเงินเฟ้อพุ่ง ดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น และเข้าสู่ Stagflation ก่อนการเลือกตั้งปี 2571 ซ้ำรอยความผิดพลาดในยุค Nixon

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หลักการของความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) อยู่บนพื้นฐานสำคัญว่าสภาคองเกรส ไม่ใช่ประธานาธิบดี เป็นผู้กำหนดพันธกิจของเฟด และเฟดมีอำนาจตัดสินใจอย่างเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายเพื่อให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว

แต่ลองบอกสิ่งนี้กับโดนัลด์ ทรัมป์ดูสิ คงไม่ง่ายนัก

ประธานาธิบดีสหรัฐกำลังพยายามกดดันเฟดอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน ไม่เพียงแต่โจมตีและเร่งรัดเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ว่าสายเกินไป แต่ยังพยายามปลดลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด และผลักดันให้สตีเฟน มิแรน ที่ปรึกษาเศรษฐกิจคนสนิทของเขา เข้าสู่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC)

ฝั่งผู้สนับสนุนมองว่าสิ่งนี้คือการปฏิรูปที่ควรทำมานาน เพราะเฟดไม่สามารถทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายได้เกิน 4 ปี มีการคิดแบบฝูงชน (groupthink) มากเกินไป และยังลดดอกเบี้ยช่วงก่อนเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าตั้งใจช่วยเดโมแครตมากกว่าเสถียรภาพเศรษฐกิจจริง

ฝั่งผู้วิจารณ์มองว่านี่คือความพยายามยึดเฟดทางการเมือง เพื่อยึดเสียงข้างมากเอียงนายทุนดอกเบี้ยต่ำ แบบเดียวกับที่ศาลสูงมีเสียงข้างมากแบบอนุรักษนิยม ทรัมป์ต้องการให้เฟดลดดอกเบี้ยลง 3%

Bloomberg Economics ใช้แบบจำลองเศรษฐกิจสหรัฐเพื่อประเมิน 2 ฉากทัศน์ หากเฟดถูกแทรกแซงทางการเมือง
แม้ระยะสั้น เศรษฐกิจดูดี การเติบโตแข็งแรง การว่างงานต่ำ แต่ผลลัพธ์ระยะยาวคือภาวะเงินเฟ้อเรื้อรัง อัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น และการเติบโตอ่อนแรง ในฉากทัศน์รุนแรงที่สุด สหรัฐจะเข้าสู่ Stagflation ในช่วงเลือกตั้งปี 2571

แม้หลายคนอาจคิดว่าสิ่งที่ทรัมป์ทำเป็นเพียงคำปลุกระดมสำหรับฐานเสียง MAGA แต่หากเขาประสบความสำเร็จ ผลลัพธ์จะรุนแรงมาก และจริงอย่างยิ่ง

ทำไมการเมืองยึดเฟดถึงอันตรายมาก?

ก็เพราะเมื่อนักการเมืองเป็นผู้กำหนดนโยบายการเงิน พวกเขามีแรงจูงใจจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อผลเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 ซึ่งจะกำหนดว่าทรัมป์จะได้สภาคองเกรสที่เชื่องหรือไม่ และจะเลือกได้ประโยชน์ตอนนี้ คือจ้างงานสูง เศรษฐกิจโต แล้วค่อยทิ้งปัญหาไว้ทีหลัง เงินเฟ้อพุ่ง เศรษฐกิจทรุด ท้ายที่สุด ทุกคนเสียหาย ยกเว้นนักการเมืองที่แทรกแซงเฟด

นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มันเกิดขึ้นแล้วจริงในทศวรรษ 1970 เมื่อนิคสันกดดันเฟดให้รักษาดอกเบี้ยต่ำเพื่อชนะเลือกตั้งปี 1972 ผลลัพธ์คือเงินเฟ้อพุ่งเกือบ 15% ภายในปี 1980 จนต้องใช้ Volcker Shock การขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงและภาวะถดถอยสองรอบเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

เส้นทางของทรัมป์สู่เฟดที่เชื่องกว่าเดิม

ทรัมป์กำลังพยายามใส่คนของตัวเองเข้าไปในเฟด

เขาพยายามปลดลิซา คุก จากข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่อยู่อาศัย แต่เธอปฏิเสธ แต่ศาลสูงสั่งให้เธอดำรงตำแหน่งจนกว่าจะฟังคำอุทธรณ์ในเดือนมกราคม
ขณะเดียวกัน มิแรน ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทรัมป์ ก็เข้าร่วมประชุม FOMC เดือนกันยายน เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1936 ที่มีที่ปรึกษาทำหน้าที่นี้

หากทรัมป์ตั้งคนใหม่มาแทนคุก พร้อมกับมีมิแรน เขาจะมีคนของตัวเอง 4 คน ซึ่งเพียงพอจะควบคุมการโหวตเกี่ยวกับตำแหน่งประธานธนาคารกลางเขตทั้ง 12 แห่งที่จะต้องต่อวาระภายใน 1 มีนาคม 2569

Bloomberg Economics ระบุว่าดัชนีการโจมตีเฟดของทรัมป์แตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม

สองฉากทัศน์ หากเฟดถูกกดดันให้ dovish

เฟดมี 2 เป้าหมายหลัก คือ การจ้างงานสูงสุด และเสถียรภาพของราคาเงินเฟ้อ

1) ฉากทัศน์แบบอ่อน (mild dovish)

เฟดให้ความสำคัญกับการลดการว่างงานมากกว่ากดเงินเฟ้อ ลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้ง เงินเฟ้อค่อย ๆ ไหลขึ้นไปใกล้ 3% ความคาดหวังเงินเฟ้อเริ่มหลุดจากเป้าหมาย

2) ฉากทัศน์รุนแรง (Trump’s 1% rate)

เฟดลดดอกเบี้ยเหลือ 1% และตรึงไว้โดยไม่สนเงินเฟ้อ เงินเฟ้อทะลุ 4% ตลาดเริ่มเชื่อว่าเฟดเสียอิสระแล้ว ต้นทุนกู้ยืมระยะ 5 ปีพุ่งขึ้น 3% เหมือนยุค 1970s เศรษฐกิจบูมในปี 2569 แต่พังในปี 2570 และ เกิด Stagflation ก่อนเลือกตั้ง 2571 และยังมีความเสี่ยงต่อสถานะเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลสำรองโลก หากต่างชาติเริ่มกลัวว่าเงินดอลลาร์จะถูกทำให้ด้อยค่าด้วยเงินเฟ้อ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...