งามไส้! "ดร.ณัฐวุฒิ" ตั้งคำถามแรง เงินบาทแข็งผิดปกติ ชี้ อาจมี "เงินเทา–สแกมเมอร์" ฟอกผ่านคริปโต USDT
งามไส้! "ดร.ณัฐวุฒิ" ตั้งคำถามแรง เงินบาทแข็งผิดปกติ ชี้ อาจมี "เงินเทา–สแกมเมอร์" ฟอกผ่านคริปโต USDT ซัด "แบงก์ชาติ" จะรู้ตัวกี่โมง?
วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ดร.ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เผื่อแบงก์ชาติไม่รู้ แต่กลต.เขารู้ ทำไมบาทแข็งผิดปกติ-มีการซื้อขายเหรียญคริปโตผ่านกระดานซื้อขายในประเทศไทยเฉลี่ยเดือนละ1แสนล้านบาท แต่ที่วงการงงและงึดใจก็คือ ทำไม? แทนที่จะมีการซื้อขายในเหรียญที่มันแกว่งแรงผันผวน เพื่อเก็งกำไรอย่างBITCOINมาเป็นอันดับ1 แต่ปรากฎว่าติดแค่อันดับ2 ไม่ถึง20%ของการซื้อขายต่อวัน
แต่เหรียญที่ซื้อขายกันมากอันดับ1กลับกลายเป็น เหรียญUSDT ซึ่งเป็นเหรียญStable coin เคลื่อนไหวขึ้นลงไม่มาก ก็พอๆกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
แล้วทำไมเหรียญที่ไม่เคลื่อนไหวหวือหวา ไม่ผันผวนชวนให้น่าเล่นเก็งกำไรแบบUSDT ถึงได้มีมูลค่าซื้อขายต่อวันเยอะขนาดนี้ อย่างล่าสุดการซื้อขายในเดือนพฤศจิกายน กลต.รายงานว่ามีส่วนแบ่งมากถึง52% แต่BITCOINแค่19% (ดูลิ้งค์รายงาน https://www.sec.or.th/…/DAM…/DA-Monthly-Report-Nov68.png )…น่างึดน่างงน่าสงสัยใช่ไหมครับ…?
แวดวงในเชื่อกันว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจจะมาจากพวกสแกมเมอร์ ทั้งบ่อนพนันออนไลน์888 ทั้งพวกธุรกิจสีเทาทั้งหลาย อาศัยกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตัลของไทยเป็น"แหล่งฟอกเงิน"ครับ ด้วยการนำเงินจากธุรกิจเทา ธุรกิจสแกมเมอร์มาเปลี่ยนเป็นUSDT ซึ่งเทียบเท่ากับเงินเหรียญสหรัฐ(USD) แล้วก็แปลงเป็นเงินบาท(THB)ขนเงินออกจากประเทศไทยสบายๆ
เพราะมีเงินเทาเงินดำเข้ามาฟอกผ่านกระดานซื้อขายแบบนี้มาก แลกเปลี่ยนUSDT เป็นUSD แปลงเป็นTHB(ค่าเงินบาท) จึงส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งผิดปกติ เรื่องชวนงึดและงงใจยิ่งกว่านั้นคือแบงก์ชาติบอกว่าไม่รู้มีเงินล่องหนจากไหนก็ไม่รู้เข้าออกแบบนี้เดือนละเป็นแสนล้าน โดยไม่รู้ที่มาที่ไป เลยทำให้ค่าเงินบาทแข็งผิดปกติ….แต่กลต.มีรายงานประจำแบบนี้ทุกเดือน (ดูลิ้งค์ https://www.sec.or.th/TH/Pages/DAMonthlyReport.aspx ) และวงการเขารู้กันครับ
ไม่รู้อยู่คนเดียวคือหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของชาติ คือ แบงก์ชาติ ผมคิดว่ามาถึงเวลานี้ที่รัฐมนตรีคลังบ่นว่าค่าเงินบาทแข็งสุดในรอบ4ปี แบงก์ชาติต้องเร่งแก้ไข ไม่ให้กระทบเศรษฐกิจประเทศชาตินั้น แบงก์ชาติควรต้องรับรู้แล้วหละนะครับ
เมื่อรู้แล้วก็แก้ไขไวๆ ให้มีการรายงานเงินเข้า-ออกในรูปแบบนี้ เหมือนกติกาที่แบงก์ชาตินานาชาติเขากำหนดก็ดี จะได้ดูแลการเงิน เศรษฐกิจประเทศชาติให้สมฐานะธนาคารชาติ